จันทร์โลมดิน
ข้อมูลเบื้องต้น
จันทร์โลมดิน
คำโปรย
ผู้หญิงสองคนเปรียบดั่งดวงจันทร์ ที่ส่องแสงลงมากระทบดิน…
คนหนึ่งเขารัก แต่อีกคนเขากลับทำลาย…
กว่าจะรู้ว่าใครคือดวงจันทร์ของหัวใจ…ทุกอย่างก็สายเกินไปเสียแล้ว
++++++++++
ตลอดเวลาที่ผ่านมา หล่อนเคยมั่นใจว่าตัวเองมีค่า มีความสำคัญ แต่วินาทีนี้เป็นต้นไป ไม่อาจคาดเดาได้เลยว่าจะเกิดสิ่งใดขึ้น บางที เด็กสาวที่เคยสดใสและเคยดีคนนั้น อาจกำลังจะตายลงอย่าง…ช้าๆ
หญิงสาววางมือลงบนหน้าท้องที่ยังคงแบนราบของตนด้วยความรู้สึกบอกไม่ถูก แน่นอนว่าไม่มีความยินดี เพราะหนึ่งชีวิตที่เกิดขึ้นไม่ได้เป็นที่ต้องการของใครแม้กระทั่งตัวหล่อนเอง
จะทำอย่างไรกับอนาคตอันใกล้ เก็บเอาไว้ก็รังแต่จะสร้างความอับอายและผิดใจกับคนในครอบครัว หล่อนจะกลายเป็นแกะดำที่ทำตัวเหลวแหลก ทำเรื่องลับหลังไม่พอ ยังปล่อยให้เด็กเกิดมาประจานทั้งตัวเองและคนอื่น
ทางเดียวที่จะจบปัญหาทุกอย่างก็คือ…กำจัด
หัวใจกระตุกวูบ รู้สึกใจหายเมื่อคิดแบบนั้น หล่อนรู้ว่าการทำแท้งเป็นบาปมหันต์ ทว่าจะให้เก็บเขาเอาไว้ก็เป็นเรื่องยากสำหรับหล่อนเช่นกัน
จะบอกพ่อของเด็กก็ไม่ได้ บอกใครก็ไม่ได้ เก็บเอาไว้ก็ไม่ได้ ปล่อยไว้ก็ไม่ได้อีก
จะทำอย่างไรดี เราควรทำอย่างไรดี
+++++++++
เขาไม่เคยเฉลียวใจว่าเมื่อเติบโตเป็นผู้ใหญ่ ความรู้สึกนึกคิดของคนเราจะซับซ้อนและซุกซ่อนอะไรเอาไว้มากมาย ยิ่งไปกว่านั้น ยังเลือดเย็นและเห็นแก่ตัวได้อย่างมหาศาล
เช่นดั่งตัวเขา แม้รักคนหนึ่ง แต่ก็ทนมองอีกคนหนึ่งเป็นของคนอื่นไม่ได้ เก็บหล่อนไว้ในส่วนลึก ซุกซ่อนเอาไว้ในมุมมืด ขณะเดียวกันก็ยกย่องอีกคนอย่างเปิดเผย ในนาทีนี้หากถามหาคนที่เลวที่สุด ก็คงไม่มีใครเลวเกินไปกว่าเขาอีกแล้ว…
บทนำ
อรัมภบท
ตลอดเวลาที่ผ่านมา หล่อนเคยมั่นใจว่าตัวเองมีค่า มีความสำคัญ แต่วินาทีนี้เป็นต้นไป ไม่อาจคาดเดาได้เลยว่าจะเกิดสิ่งใดขึ้น บางที เด็กสาวที่เคยสดใสและเคยดีคนนั้น อาจกำลังจะตายลงอย่าง…ช้าๆ
หญิงสาววางมือลงบนหน้าท้องที่ยังคงแบนราบของตนด้วยความรู้สึกบอกไม่ถูก แน่นอนว่าไม่มีความยินดี เพราะหนึ่งชีวิตที่เกิดขึ้นไม่ได้เป็นที่ต้องการของใครแม้กระทั่งตัวหล่อนเอง
จะทำอย่างไรกับอนาคตอันใกล้ เก็บเอาไว้ก็รังแต่จะสร้างความอับอายและผิดใจกับคนในครอบครัว หล่อนจะกลายเป็นแกะดำที่ทำตัวเหลวแหลก ทำเรื่องลับหลังไม่พอ ยังปล่อยให้เด็กเกิดมาประจานทั้งตัวเองและคนอื่น
ทางเดียวที่จะจบปัญหาทุกอย่างก็คือ…กำจัด
หัวใจกระตุกวูบ รู้สึกใจหายเมื่อคิดแบบนั้น หล่อนรู้ว่าการทำแท้งเป็นบาปมหันต์ ทว่าจะให้เก็บเขาเอาไว้ก็เป็นเรื่องยากสำหรับหล่อนเช่นกัน
จะบอกพ่อของเด็กก็ไม่ได้ บอกใครก็ไม่ได้ เก็บเอาไว้ก็ไม่ได้ ปล่อยไว้ก็ไม่ได้อีก
จะทำอย่างไรดี เราควรทำอย่างไรดี
ดวงตาแดงก่ำเหลือบมองไปนอกหน้าต่าง พระจันทร์คืนนี้ส่งแสงนวลตา กระทบวัตถุบนผิวโลกให้เกิดรูปเงา ทำให้ใครบางคนรู้สึกเศร้าจับใจ
หญิงสาวหลับตาลง มือที่วางทาบบนหน้าท้องขยุ้มเสื้อตรงนั้นจนเป็นรอยยับยู่ยี่ ตามด้วยเสียงสะอื้นไห้และน้ำตาไหลพราวดวงหน้า เมื่อคิดว่าจะต้องกำจัดชีวิตน้อยๆ ที่ไม่ต้องการออกจากชีวิต
ก็แค่ก้อนเลือดก้อนเดียวเท่านั้น แค่ก้อนเลือดเท่านั้น…
พลัน…เสียงเล็กๆ ที่เคยร้องประสานกันในค่ำคืนเดือนหงายก็ดังเข้ามาในห้วงคำนึง
จันทร์เอ๋ยจันทร์เจ้า ขอข้าวขอแกง
ขอแหวนทองแดง ผูกมือน้องข้า
ขอช้างขอม้า ให้น้องข้าขี่
ขอเก้าอี้ ให้น้องข้านั่ง
ขอเตียงตั่ง ให้น้องข้านอน
ขอละคร ให้น้องข้าดู
ขอยายชู เลี้ยงน้องข้าเถิด
ขอยายเกิด เลี้ยงตัวข้าเอง
*****
กำลังจัดโปรโมชัน ลดราคา E-BOOK และรูปเล่มนะคะ ท่านใดสนใจแบบรูปเล่มทักมาถามได้ที่เพจนิราอรบุ๊กคส์จ้า
ส่วนฉบับ E-Book ลดราคาพิเศษมากๆ เริ่มโปรฯ วันที่ 21/1/2567 นะคะ
1 จุดเริ่มต้น
๑
จุดเริ่มต้น
ทันทีที่รั้วอัลลอยสูงท่วมหัวเปิดออก ภาพที่ปรากฏคือถนนทอดตัวสู่คฤหาสน์สีขาวเด่น ตรงกลางคืออ่างน้ำพุขนาดใหญ่รูปทรงโรมันตั้งตระหง่าน ปล่อยน้ำพวยพุ่งออกไปทุกทิศทุกทาง ทำให้คนตัวเล็กที่นั่งคู่มากับคนขับรถโน้มตัวไปข้างหน้า มือน้อยยกขึ้นเกาะบริเวณคอนโซล ชะเง้อคอจนยืดยาวเป็นยีราฟ ดวงตากลมโตที่ฉายแววเข้มคมตั้งแต่ยังเยาว์แสดงอาการตื่นเต้นอย่างปิดไม่มิด เขาทำปากจู๋ ร้องอู้หู โอ้โห จนสกลที่ทำหน้าที่ขับรถหันไปมองหลานชายที่กำลังมองไปรอบๆ ด้วยความตื่นตาตื่นใจแล้วอดหัวเราะไม่ได้ คนขับรถของบ้านสาครสินธุ์เลี้ยวรถยนต์อ้อมลานน้ำพุตรงไปยังโรงจอดรถที่อยู่อีกด้านหนึ่งของคฤหาสน์
เจ้าหนูที่นั่งข้างๆ กระโดดปุลงมายืนบนพื้นอิฐบล็อก เขาหันซ้ายแลขวา นัยน์ตานั้นเปล่งประกายจ้า…
สกลปิดประตูด้านคนขับแล้วเดินไปเปิดประตูผู้โดยสารด้านหลัง คว้ากระเป๋าเสื้อผ้าออกมาถือ ก่อนจะหันไปมองเจ้าหลานตัวน้อยแล้วส่งเสียงเตือน
“ไปกันได้แล้วเขม… เป็นเด็กเป็นเล็กอย่าปล่อยให้ท่านรอนาน”
เจ้าหนู ‘เขม’ รับคำเสียงแจ๋ว แล้วดึงเอากระเป๋าเป้สีสดออกมาสะพาย ปิดประตูรถยนต์ตามคำเตือนของลุงก่อนจะวิ่งเร็วจี๋ตามหลังอีกฝ่ายไป
แม่ดวงจิตเดินผ่านมาพอดีจึงเอ่ยทักสองลุงหลานที่พากันเข้ามาที่เรือนใหญ่พร้อมทั้งกระเป๋าสัมภาระ
“อ้าว! มากันแล้วเรอะ” แม่ดวงจิตซึ่งเป็นแม่บ้านใหญ่วัยห้าสิบยิ้มให้คนทั้งสอง
“ครับ” สกลยิ้มตอบอีกฝ่ายแล้วหันไปสั่งหลาน “เขม ไหว้ยายจิตเสียสิ”
เขมรัตน์ยกมือไหว้ยายดวงจิต ฝ่ายนั้นรับไหว้พลางมองอย่างเอ็นดู
“คนนี้เองสินะ หลานชายที่พูดถึง”
“คนนี้แหละครับป้า ผมพามาขออาศัยใบบุญท่าน ว่าแต่ท่านอยู่ไหม จะพาหลานไปกราบ”
ท่าทางนอบน้อมของคนขับรถทำให้แม่ดวงจิตยิ้มอย่างพอใจ ไม่ใช่แค่เรื่องนี้ที่นางนิยมชมชอบ แต่เป็นเพราะสกลขยันขันแข็ง แม้มีหน้าที่เพียงขับรถให้เจ้านายตามคำสั่ง แต่เมื่อมีเวลาว่างสกลไม่เคยงอมืองอเท้า จึงเป็นที่รักของคนในบ้านรวมทั้งคุณท่านบนเรือนใหญ่ทุกคน ไม่เว้นแม้กระทั่งคุณหนูน้อยๆ ก็พลอยสนิทสนมกับสกลไปด้วย
“อยู่สิ ที่เดิมเหมือนเคยนั่นแหละ ฉันพาไปก็แล้วกันนะ”
สกลลดมือที่ไหว้แม่ดวงจิตแล้วหันไปพยักหน้ากับหลานชายให้ก้าวตามนางไป
คุณชยุตคือประมุขของคฤหาสน์สาครสินธุ์ กำลังนั่งอ่านหนังสือพิมพ์รายงานข่าวสารบ้านเมืองอยู่ข้างบ่อปลาสีสวยน้อยใหญ่ ห่างไปไม่ไกลมีน้ำตกจำลองที่ไหลลงมาจนได้ยินเสียงดังจ๊อกๆ ตลอดเวลา
เขมรัตน์หยุดกึกเมื่อถูกลุงคว้าข้อมือกระตุกให้หยุดเดิน เด็กน้อยมองตามแม่ดวงจิตที่ก้าวเข้าไปด้านหลัง ก่อนจะหันไปมองสิ่งรอบข้างแล้วก้มลงมองใต้ฝ่าเท้าที่ตนและลุงยืนอยู่ด้วยความสนอกสนใจ
“ลุงๆ มีน้ำด้วย” สกลหลุบตามองตามนิ้วของหลานที่ชี้ให้เขาดู “ปลาก็มี”
เขาบอกลุงด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น เพราะบริเวณที่ยืนอยู่และทอดยาวไปยังด้านหลังซึ่งเป็นพื้นที่ส่วนตัวของคุณชยุตนั้นเป็นพื้นไม้เนื้อแข็ง ด้านล่างก่อปูนแล้วใส่น้ำปล่อยปลาสวยงามให้ว่ายเล่น รอบๆ มีต้นไม้ใหญ่น้อยมากมายทำให้ร่มรื่นสวยงาม
เขมรัตน์อยากจะนั่งคุกเข่าเอามือแหย่รูระหว่างพื้นไม้ที่ตีห่างเป็นซี่ๆ นัก อยากสัมผัสปลาตัวใหญ่สีส้มที่ว่ายไปว่ายมา
“เขม! ลุกขึ้น”
เมื่อถูกลุงเอ็ด เด็กชายก็รีบลุกขึ้นยืนตามคำสั่ง เขามองไปยังร่างท้วมของแม่ดวงจิตที่ยิ้มแป้นมาพอดี
“ท่านให้พาเจ้าหนูนี่เข้าไปพบ”
สกลยิ้มกว้าง แววตาของเขาดูโล่งอกไม่น้อย
“ขอบคุณมากนะป้า”
“ไม่เป็นไร รีบเข้าไปเถอะ อย่าปล่อยให้ท่านรอนาน”
“ครับๆ ไปเขม”
ว่าแล้วสองลุงหลานจึงเดินเข้าไปด้านหลัง แม่ดวงจิตมองตามเด็กน้อยด้วยสายตาที่บ่งบอกถึงความสงสาร เรื่องราวของเขมรัตน์น่าเห็นใจอย่างยิ่ง นางคิดว่าคุณท่านจะต้องให้ความช่วยเหลือเจ้าหนูคนนี้อย่างเต็มที่แน่นอน…
เขมรัตน์ก้าวไปพร้อมกับลุง พอเห็นแผ่นหลังของผู้เป็นใหญ่จากที่ดูตื่นเต้นเขาก็ค่อยๆ สงบเสงี่ยมลงอย่างเด็กที่รู้กาลเทศะ บรรยากาศเงียบเชียบได้ยินเพียงแค่เสียงน้ำไหล ทำให้เขานึกถึงสิ่งที่ลุงเล่าให้ฟังมาตลอดทาง เกี่ยวกับคนในบ้านหลังใหญ่ที่ลุงมาทำงานว่า…
คุณชยุตคือชายวัยเจ็ดสิบปีที่ยังแข็งแรงเป็นอย่างยิ่ง ท่านมีลูกตอนที่อายุมากแล้ว และภรรยาคู่ชีวิตก็เสียไปตั้งแต่เมื่อสิบปีก่อนด้วยโรคประจำตัว ปัจจุบันคุณชยุตเกษียณตัวเองจากงานในบริษัทโดยปล่อยให้ลูกชายเพียงคนเดียวคือคุณชยินดูแลแทน ยกเว้นบางเรื่องที่คุณชยินยังต้องรอคำสั่งจากคุณ ชยุตผู้เป็นบิดา
คุณชยินอายุเพียงสามสิบเก้าปีเท่านั้น เขาแต่งงานกับคุณจรรยาเมื่อแปดปีที่แล้ว มีลูกสาวสองคนคือคุณใหญ่และคุณเล็ก ทั้งหมดเป็นเจ้านายที่ใจดีมากๆ
เด็กน้อยมองเส้นผมสีขาวที่ตัดเจียนเป็นอย่างดีจากทางด้านหลังด้วยความครุ่นคิด อยากรู้ว่าคุณท่านที่ลุงพูดถึงคนนี้จะใจดีเหมือนปู่ทมของตนหรือไม่…
คุณชยุตเงยหน้าขึ้นจากหนังสือพิมพ์เมื่อคนขับรถของบ้านก้าวเข้ามานั่งลงบนพื้นใกล้ๆ พร้อมกับหลานชาย
“เออๆ ไหว้พระเถอะไอ้หนู” ท่านเอ่ยกับเขมรัตน์ แววตาที่กวาดมองนั้นแฝงความปรานีแจ่มชัด ทำให้สกลที่ลอบมองอยู่ถึงกับค่อยๆ ผ่อนลมหายใจอย่างโล่งอกอีกครา เสียงลมหายใจของเขาไม่เบานัก ผู้เป็นนายเหลือบตามองคนขับรถของตนแล้วหัวเราะหึๆ
“เป็นอะไรล่ะฮึเจ้ากล ถึงกับต้องถอนหายใจเลยหรือยังไง”
สกลยิ้มแหยเมื่อถูกจับได้ เขายกมือไหว้ท่านพลางตอบ
“ผมลุ้นไปหน่อยน่ะครับท่าน เลยเผลอเกร็งไปนิด”
คุณชยุตหัวเราะในลำคอ ก่อนจะหันมามองเขมรัตน์
“อายุอานามเท่าไรแล้วเราน่ะ”
เด็กชายไม่กล้ายิ้มให้ ‘ท่าน’ แต่ก็ตอบคำถามด้วยน้ำเสียงหนักแน่นชัดเจนจนเจ้าบ้านนึกทึ่ง
“สิบสองปีแล้วครับ”
ชยุตนิ่งไปอึดใจ จนสกลเหงื่อเริ่มตก ทำงานที่คฤหาสน์ สาครสินธุ์มาเกือบสิบปี เขามีโอกาสพูดคุยกับท่านนับครั้งได้ เพราะคุณชยุตเป็นคนชอบเก็บตัว พูดน้อย แต่มองคนแม่นนัก เขาเคยสังเกตผู้น้อยที่แวะเวียนเข้ามาหาตามโอกาสต่างๆ เกือบทั้งหมดแทบไม่มีใครกล้าสบตาท่านตรงๆ สักคน แล้วเช่นนี้ เจ้าหลานชายของเขาจะทำให้ท่านพอใจได้หรือไม่ น่าหนักใจนัก
เวลาต่อมาริมฝีปากสีซีดของชายชราจึงค่อยๆ แย้มออก บอกกับตนเองว่าเขาชักถูกชะตากับเจ้าเด็กน้อยคนนี้เสียแล้วสิ!
“เออ พูดจาฉะฉานดี ว่าแต่ชื่ออะไร ไหนบอกฉันมาหน่อยซิ”
นัยน์ตาของเขมรัตน์ค่อยๆ เจิดจ้าตอบรับรอยยิ้มอบอุ่น แล้วเด็กชายก็ตอบออกมาอย่างชัดถ้อยชัดคำว่า
“ผมชื่อเขมรัตน์ สุริยงค์ครับคุณท่าน”
รอยยิ้มปรากฏบนใบหน้าของคุณชยุตเมื่อได้ยินคำแนะนำตัวเองของเด็กน้อยเพียงจางๆ แม้เพียงเท่านั้นแต่ความปรานีจากแววตาทำให้เด็กน้อยเขมรัตน์อุ่นใจวาบ แอบคิดว่าคุณท่านคนนี้ มีหลายอย่างคล้ายคลึงปู่ทมของเขาเสียจริงเชียว จึงหวังลึกๆ ว่าคุณท่านจะใจดีเหมือนปู่ทมของเขาด้วยเช่นกัน…
E-book จันทร์โลมดิน ลดราคา 21/1/67 เป็นต้นไปค่า
https://www.mebmarket.com/web/index.php?action=BookDetails&data=YToyOntzOjc6InVzZXJfaWQiO3M6NjoiNTM2MjQ4IjtzOjc6ImJvb2tfaWQiO3M6NjoiMjI1ODQyIjt9
2 เขมรัตน์ สุริยงค์
๒
เขมรัตน์ สุริยงค์
รถยนต์ที่แล่นเข้ามาภายในคฤหาสน์สาครสินธุ์ชะลอความเร็วลงแล้วหยุดนิ่งอย่างนุ่มนวลที่หน้ามุข เสียงเจื้อยแจ้วของคนในรถยนต์ยังไม่เงียบลงขณะที่คนขับรถออกมาเปิดประตูให้ผู้เป็นนายทั้งสาม
“ช้าๆ ลูก” เสียงของหญิงสาวร้องบอกลูกๆ ของหล่อนอย่างอ่อนโยน ใบหน้างามยิ้มละไมเมื่อแม่หนูน้อยวัยแปดขวบและหกขวบวิ่งลงจากรถยนต์ตรงเข้าไปในบ้าน
“รอด้วย รอหนูด้วยซี”
เสียงเล็กๆ ของแม่หนูน้อยนามว่าเมธินีร้องบอกพี่สาว ขาสั้นๆ ของเจ้าหล่อนวิ่งตามผู้พี่จนไปถึงด้านในแล้วหยุดหอบ ส่วนพี่สาวนั่งลงบนโซฟาตัวใหญ่แล้วยิ้มหวาน
“พี่ชนะ” เด็กหญิงมัลลิการ้องบอกอย่างภูมิใจ คนเป็นน้องได้แต่ทำหน้าเสียดายก่อนจะปีนขึ้นไปนั่งข้างพี่สาว
“ว้า หนูแพ้พี่ใหญ่อีกแล้ว แพ้ท้างกะปีเลย” คนตัวเล็กสุดบ่นเบาๆ ทำหน้ามุ่ย ขณะที่มารดาก้าวตามมาพร้อมข้าวของพะรุงพะรัง
“เป็นไงจ๊ะตัวยุ่ง ไม่ไปหาคุณปู่หรือไง” คุณแม่สาวสวยเอ่ยถาม ทำให้สองพี่น้องตัวน้อยหันมามองหน้ากันทันทีพลางบอก
“ไป!!”
พูดจบ แม่หนูน้อยทั้งสองก็รีบวิ่งแข่งกันออกไปพร้อมเสียงร้องเตือนของมารดาที่ไล่ตามหลัง
“เบาๆ ลูก เดี๋ยวล้มนะ เฮ้อ!” ส่ายหน้าถอนหายใจ แต่ดวงหน้างามระบายยิ้มเสมอ
แม่ดวงจิตเดินออกมาจากด้านในเพราะได้ยินเสียงของเด็กๆ นางมองตามร่างเล็กที่ลับสายตาไปแล้วหันมาทักนายสาว
“นึกว่าจะกลับมาถึงค่ำๆ เสียอีกนะคะคุณยา”
คุณจรรยาหันไปยิ้มให้แม่บ้านแล้วส่งข้าวของให้สาวใช้ที่ตามออกมา
“เอาของไปเก็บไว้บนห้องทีนะ”
เมื่อสาวใช้รับของจากนายจ้างก็หมุนตัวออกไปจากบริเวณนั้น แม่ดวงจิตจึงเอ่ยเรียนผู้เป็นนายเรื่องของคนขับรถและหลานชาย
“สกลพาหลานชายมาแล้วนะคะคุณ หน้าตาดีทีเดียว ตอนนี้อยู่กับคุณท่านที่บ่อปลาค่ะ”
คุณจรรยาเลิกคิ้วขึ้นนิดหนึ่งก่อนคลายออกเป็นปกติ มุมปากหักโค้งเจือยิ้ม
“อย่างนั้นหรือ อายุเท่าไรล่ะ” หญิงสาวเอ่ยถามขณะเดินไปนั่งลงบนโซฟา แม่ดวงจิตตามไปหยุดอยู่ข้างๆ แล้วนิ่งอึ้งไปเช่นกัน
“ป้าก็ลืมถามไปค่ะ แต่ดูแล้วน่าจะราวๆ สิบเอ็ดถึงสิบสองขวบเห็นจะได้”
คุณจรรยายิ้มอ่อนๆ แล้วพยักหน้าเบาๆ
“ดีแล้วละจ้ะ ถือเสียว่าช่วยๆ กัน เด็กแค่คนเดียว คุณพ่อคงไม่ปล่อยให้ลำบากแน่” พูดจบคุณจรรยาก็ผุดลุกจากโซฟา “คุณยินกลับมาหรือยังจ๊ะ”
“ยังเลยค่ะ”
คุณจรรยาพยักหน้ารับรู้พลางยิ้มให้อีกครั้ง
“สงสัยจะค่ำตามเคย อย่างนั้นยาขอตัวก่อนนะคะป้า อีกสักพักจะลงมา”
“ตามสบายเถอะค่ะ ไม่ต้องห่วงเรื่องอาหารนะคะ ป้าให้เด็กเตรียมเอาไว้เรียบร้อยแล้ว”
คุณจรรยายิ้มตอบพลางก้าวขึ้นไปยังชั้นบน ส่วนแม่ดวงจิตก็แยกตัวกลับเข้าครัวตามเดิม
“รอด้วย รอหนูด้วย!!”
เสียงดังแจ้วของเจ้าหลานสาวทำให้คุณชยุตที่กำลังพูดคุยกับเด็กชายและผู้เป็นลุงเงยหน้าขึ้น ทันใดม่านตาสีจางของท่านก็ขยาย เช่นเดียวกับสีหน้าที่แต้มรอยยิ้มกว้างขวางเมื่อพบว่าหลานสาวตัวน้อยกำลังวิ่งแข่งหน้าตั้งตรงเข้ามาหาท่านตามเคย
“โอๆ เบาลูกเบา” คุณชยุตอ้าแขนออกรับหลานสาวทั้งสองที่โถมตัวเข้ามาหาท่าน แล้วหอบแฮกอยู่กับอกโดยเฉพาะคนตัวเล็กสุดที่แก้มแดงปลั่งเพราะความเหนื่อยอ่อน
“วิ่งแข่งกันอีกแล้วใช่ไหมนี่”
แม่หนูน้อยเงยหน้าขึ้นแล้วยิ้มแป้นจนเห็นฟันซี่เล็กๆ
“หนูวิ่งแข่งค่ะคุณปู่ แต่หนูแพ้พี่ใหญ่” คนตัวเล็กสุดฟ้อง ส่วนคนเป็นพี่ยิ้มหวานทันที
“ใช่ค่ะ หนูชนะสองรอบ น้องเล็กแพ้สองรอบ ปู่จ๋าให้รางวัลหนูด้วยนะ” คนเป็นพี่ออเซาะ ทำให้ผู้เป็นปู่ต้องหัวเราะออกมาอย่างเป็นสุข
“ให้หนูด้วย” คนตัวเล็กสุดร้องขอบ้าง
“แต่น้องเล็กแพ้พี่นะ”
“แพ้ก็ให้รางวัลได้ ใช่ไหมคะคุณปู่” เด็กหญิงทำตาปรอย ออดอ้อนคุณปู่
คุณชยุตหัวเราะเสียงดัง พลางบอก
“ได้สิจ๊ะ หลานปู่เก่งทั้งคู่เลย ปู่จะให้รางวัลทั้งสองคน แต่ตอนนี้มารู้จักพี่เขมก่อนดีกว่า”
สิ้นเสียงคุณปู่ สองสาวน้อยก็หันไปมองเด็กชายที่นั่งพับเพียบอยู่บนพื้นกับคนขับรถของคุณปู่ด้วยสายตาฉงนฉงายทันที
“ใครคะคุณปู่” เด็กหญิงเมธินีเอ่ยถามอย่างใคร่รู้ ขณะที่เด็กชายกำลังมองเด็กน้อยทั้งสองด้วยสายตาชื่นชม พลางคิดในใจว่าหลานสาวของคุณท่านน่ารักทั้งคู่เลย…
“พี่เขม ชื่อจริงชื่อเขมรัตน์ เป็นหลานชายของลุงสกล จะมาอยู่กับเราด้วย ฉะนั้นหลานๆ ต้องดีกับพี่เขานะรู้ไหม แล้วเรียกเขาว่าพี่เขม เพราะพี่เขาอายุมากกว่าเราสองคน ไหนสวัสดีพี่เขมสวยๆ ให้ปู่ดูหน่อยสิลูก”
พอคุณปู่พูดจบ สาวน้อยทั้งสองคนก็กระพุ่มมือไหว้เขมรัตน์ทันที เด็กชายแก้มแดงเพราะรู้สึกเขินอาย ทำตัวไม่ถูก ตั้งแต่เกิดมาเพิ่งมีคนมายกมือไหว้เขา และยังเป็นลูกสาวของเจ้านายอีกต่างหาก
สกลสะกิดหลานชายให้ยกมือรับไหว้คุณหนูน้อยๆ ทั้งสอง เขมรัตน์ที่กำลังแก้มร้อนรีบยกมือรับไหว้อย่างเขินๆ ทำให้คุณชยุตหัวเราะออกมาอย่างชอบใจพลางบอก
E-book จันทร์โลมดิน ลดราคา 21/1/67 เป็นต้นไปค่า
https://www.mebmarket.com/web/index.php?action=BookDetails&data=YToyOntzOjc6InVzZXJfaWQiO3M6NjoiNTM2MjQ4IjtzOjc6ImJvb2tfaWQiO3M6NjoiMjI1ODQyIjt9