หลินซิงเหยียนสาวน้อยผู้พลิกชะตา
ข้อมูลเบื้องต้น
กรุณาคอมเมนท์แบบสุภาพ ให้เกียติกันด้วยนะค่ะ
บทที่ 1
จันจิราตื่นขึ้นมาในร่างของสาวน้อยหลินซิงเหยียนที่ตั้งใจจบชีวิตของตัวเอง หลังจากที่โดนคู่หมั้นที่รักถอนหมั้นแล้วไปแต่งงานกับญาติทางบิดาแทน เพราะบิดามารดาได้ตายจากไปหลายปี สองพี่น้องก็ลำบากมากจากการโกงของพี่ชายพ่อ จนทำให้แยกครอบครัวออกมาอยู่ที่หมู่บ้านไผ่งามได้หลายปี มารดาของนางนั้นมาจากเมืองปักกิ่งที่รักกับบิดาแล้วพากันมาสร้างครอบครัวที่หมู่บ้านไผ่งามแห่งอำเภอถงซาน จันจิรากำลังไล่เรียงความทรงจำของหลินซิงเหยียนตอนที่นางพื้นตื่นขึ้นมาข้างตลิ่ง เพราะนายพรานช่วยเหลือนางตอนที่จมลงในแม่น้ำหลังหมู่บ้านเธอเลือกเดินขึ้นไปลำพังตามลำน้ำเพื่อที่จะไม่พบเจอผู้คนที่จะเห็นว่านางตั้งใจจบชีวิตของตัวเอง เพราะเธอเสียใจที่คู่หมั้นที่พ่อแม่เห็นชอบถอนหมั่น เจ้าของร่างเดิมนั้นรักคู่หมั้นของตัวเองมาก แต่กับอ้างว่าตัวเองโดนคนบ้านเก่าของบิดาวางยากับญาติพี่น้องของนางและเหมือนว่าทั้งสองคนจะชอบพอกันลับหลังนางจนเรื่องแดงขึ้นมา ทั้งที่จริงแล้วสมยอมกันทั้งสองคน แต่ไม่ใช่กับจันจิราคนนี้ที่ไม่เคยมีความรักในแบบชายหญิงมาก่อน ในชีวิตทำแต่งานที่บนดอยตามรอยตะเข็บชายแดน ต.ช.ด เป็นทั้งครูจำเป็นสอนหนังสือเด็กๆ ที่หมู่บ้าน ชีวิตนี้เธออุทิศให้กับการช่วยเหลือเด็กๆที่ห่างไกลจากในเมือง กินกลางดิน นอนกลางทราย ไม่เคยหวั่นต่อสู้ได้ทุกรูปแบบ เอาตัวรอดในป่าได้สบาย เธอถูกฝึกอย่างหนักก่อนที่เธอจะมาทำงานตรงนี้ได้สองปี ตอนนั้นจันจิราจำได้ว่าเธอไปช่วยเด็กตกน้ำที่แม่น้ำที่เชี่ยวกราดแล้วทำไมตื่นมาอีกทีเธอถึงมาอยู่ในร่างของสาวน้อยหลินซิงเหยียนได้ละ
"หรือว่าเราจะตายแล้ว หรือว่าฝันวะ"
จันจิราคิดในใจ
"พอช่วยเด็กขึ้นจากน้ำแล้ว เราก็นอนแผ่ที่ริมตลิ่งแล้วมันเกิดอะไรขึ้น!!!!" เธองงงวย
ในความทรงจำนี้มันก็เลยช่วงเปิดประเทศจัดสรรที่ดินให้ชาวบ้านทำกินเองค้าขายได้อย่างเสรีแล้ว นางกับพี่ชายก็ทำนาไร่เหมือนชาวบ้านทั่วไปแต่บ้านของนางอยู่ทางตีนเขาห่างจากหมู่บ้านออกไป
"ดีขึ้นแล้วใช่ไหม คุณเป็นอะไรมากหรือเปล่า"
เสียงคนที่ลากเธอขึ้นมาจากน้ำถาม พอเห็นเธอมองมาที่เขาแบบงงๆเหมือนไม่เคยเห็นหน้ากัน มันก็จริง กู้หยวนเป็นทหารที่ได้รับบาดเจ็บแล้วลาออกมา เพราะขาของเขานั้นได้รับบาดเจ็บจากแรงระเบิด จนทำให้เดินเป๋ไปบ้าง แถมภรรยาทิ้งหนีไปพอรู้ว่าสามีได้รับบาดเจ็บกับมา ทิ้งเขาอยู่กับลูกฝาแฝดอายุได้ห้าขวบสองคนผู้ชายทั้ง เขายึดอาชีพล่าสัตว์เลี้ยงดูลูกทั้งสองคนมาได้เกือบหนึ่งปีแล้ว ส่วนที่ต้องแต่งกับภรรยาที่ไม่ได้รักกันเพราะความเห็นชอบของพ่อแม่ เขาจึงแต่งกับเธอพอเข้าหอครั้งเดียวจากการโดนวางยาในวันที่แต่งงานจึงได้สองแฝดเกิดมา กู้หยวนก็ส่งเสียลูกกับภรรยามาโดยตลอดจนพ่อแม่ตายจากไป ตอนที่ภรรยาได้รับข่าวว่าเขาได้รับบาดเจ็บกับมา ภรรยาขอหย่าแล้วจากไปเพราะไม่ได้รัก แต่ที่แต่งด้วยเพราะมีเงินเดือนให้ใช้ทุกเดือน แถมได้ยินหมอบอกว่ามีโอกาสที่เขาพิการขาเป๋เธอจึงขอหย่าแล้วหนีกลับบ้านเดิมไปแต่งงานใหม่ กู้หยวนจึงเลี้ยงลูกน้อยมาคนเดียวตลอด เพราะไม่มีเวลาดูแลตัวเองหนวดเคราจึงยาวทำให้ดูน่ากลัว จนคนในหมู่บ้านไม่กล้าครบหาสุงสิงด้วย ตามความทรงจำของร่างเดิม ตามที่รับรู้เรื่องของผู้ชายตรงหน้าที่ช่วยชีวิตของเธอเอาไว้
เขาไว้หนวดเครารุงรังปกปิดใบหน้าทำให้ดูน่ากลัว ไม่แปลกใจเลยที่คนในหมู่บ้านจะนำไปหลอกเด็กว่านายพรานกู้หยวนนั้นชอบตีเด็กที่ดื้อนั้นเอง
"เอ่อ ขอบคุณมากนะคะ ที่คุณช่วยฉันขึ้นจากน้ำ"
หลินซิงงเหยียนบอกกชายหนุ่มตรงหน้าและมองสำรวจเขาไปด้วย
"อืม เดินไหวไหมให้ไปส่งที่บ้านหรือเปล่า"
กู้หยวนถามพลางมองสาวน้อยตรงหน้า เขาก็ได้ยินข่าวของเธอมาบ้างเหมือนกัน เธอโดนคู่หมั้นนอกใจไปแต่งงานกับลูกพี่ลูกน้อง เธอเสียใจมากถึงมากระโดนน้ำฆ่าตัวตาย เพราะว่าเขาเห็นเด็กสาวคนนี้เดินร้องให้มาอย่างเลื่อนลอย เขาคิดว่าจะเดินผ่านไปเลยแต่อดกังวลใจไม่ได้จึงเดินย้อนกลับมาดู จึงเห็นเธอกระโดดลงน้ำพอดี เขาจึงช่วยขึ้นมาจากแม่น้ำ
"ชีวิตของคนเรามีค่ามากนะกว่าจะได้เกิดมา ถ้าไม่รักชีวิตของตัวเอง เธอก็ควรจะคิดถึงพี่ชายของเธอบ้างนะ เขารักเธอมาก ถ้ารู้ว่าน้องสาวที่เขารักมากแต่กับเลือกจบชีวิตเพื่อคนอื่นเขาจะคิดอย่างไร"
กู้หยวนพูดขึ้นลอยๆเตือนสติในเด็กสาวตรงหน้าที่นั่งมองหน้าเขาตาแป๋วไม่กลัวเขาเหมือนกับสาวๆในหมู่บ้านที่พอเห็นหน้าเขาจะต้องหลบสายตาแล้ววิ่งหนีไปเหมือนเขาเป็นตัวแพร่เชื่อโรค
จันจิรามองหน้าชายหนุ่มด้วยความตกใจที่เขารู้ด้วยว่าเจ้าของร่างตั้งใจจบชีวิตของตัวเอง เธอจึงตอบชายหนุ่มไปว่า
"ฉันตาสว่างแล้วคะ ตอนที่อยู่ในน้ำทำให้รู้ว่าไม่มีใครสำคัญไปกว่ารักตัวเองและคนที่รักเราอีกแล้ว ขอบคุณพี่มากที่ช่วยเหลือและขอให้เรื่องนี้จบลงที่นี้ ฉันไม่อยากให้พี่ใหญ่รู้เรื่องที่ฉันทำสิ่ที่โง่ที่สุดในชีวิตลงไปได้ไหมคะ"
หลินซิงเหยียนบอกชายหนุ่มตรงหน้า
"อืมได้สิ" กู้หยวนตอบแล้วประคองให้เธอลุกขึ้นพาเธอกลับบ้าน พอเดินมาถึงตีนเขาที่จะไปบ้านของเธอ เจ้ายายเม้าปากปลาแดกที่ขึ้นเขาไปเก็บผักป่ามาเห็นพอดีกับคนในหมู่บ้านสองสามคน เรื่องที่เห็นกู้หยวนประคองหลินซิงเหยียนจึงดังไปทั่วทั้งหมู่บ้านไผ่งาน คนในหมู่บ้านก็พูดให้ทั้งสองคนเสียหายไปต่างๆนาๆจนพี่ชายที่กลับมาจากทุ่งนาได้ยินแล้ว รีบเดินไปที่บ้านเพื่อถามเรื่องที่เป็นประเด็นของคนทั้งหมู่บ้านในตอนนี้
พอถึงบ้านเขาก็รีบสอบถามน้องสาวด้วยความร้อนใจหลินซิงเหยียนจึงเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้พี่ชายฟังและขอโทษที่ทำให้พี่ชายเป็นห่วง
หลินอี้เหิงรับฟังที่เธอพูดทุกอย่างและบอกว่า
"ตอนนี้ที่หมู่บ้านได้ลือเรื่องของน้องกับพรานกู้ไปจนไม่มีชิ้นดี พี่คิดว่ามันคงไม่จบแค่นี้อย่างแน พวกชาวบ้านบอกว่าเห็นพี่กู้หยวนประคองเธอมาส่งบ้าน คงไปทำเรื่องผิดผีกันมา พี่ได้ยินจึงรีบกลับมาบ้าน"
เพราะวันนี้หลินอี้เหิงนั้นไปรับจ้างที่นาของลุงผู้ใหญ่บ้านจึงรู้เรื่องของน้องสาวที่เป็นข่าวในตอนนี้
"ช่างพวกชาวบ้านสิ ในเมื่อฉันกับนายพรานกู้ไม่ได้เป็นอย่างที่เขาลือกันเสียหน่อย"
หลินซิงเหยียนบอกพี่ชายคนที่นี้ชอบยุ่งเรื่องของชาวบ้านเสียจริงเธอคิดในใจ
"มันก็ใช่ แต่พี่คิดว่าเธอคงต้องแต่งกับพี่กู้หยวนนะซิ ก็ลือเสียขนาดนี้"
พี่ชายพรึมพรำเบาๆอย่างไม่สบายใจ สงสารที่น้องสาวต้องมาเจอเรื่องที่เลวร้ายหลายอย่างทั้งเรื่องของฉู่เหว่ยอดีตคู่หมั้นที่ไปแต่งให้กับลูกสาวของพี่ชายพ่อของพวกเขาเอง จนน้องสาวนอนเสียใจมาเป็นอาทิตย์ ข้าวปลาไม่ยอมกินจนซูบผอมแล้วยังมีเรื่องกับนายพรานกู้หยวนอีก
บทที่ 2
และข่าวลือในหมู่บ้านก็เป็นไปตามที่พี่ชายของหลินซิงเหยียนกังกล แต่สำหรับหญิงสาวนั้นเธอไม่ได้สนใจในข่างลือของคนปากหมาที่ไปปล่อยเองของเธอกับกู้หยวนหลงในหมู่บ้าน จนชายหนุ่มที่ตกเป็นข่าวกับสาวน้อยนั้นต้องเดินทางมาถึงบ้านของสองพี่น้องตระกลูหลินเพื่อจะพูดคุยกันให้เข้าใจและรับผิดชอบต่อชื่อเสียงของบ้านของฝ่ายหญิง เพราะลุงผู้ใหญ่บ้านถึงกับเดินทางมาหาชายหนุ่มเพื่อฟังเรื่องจริงจากปากของเขาเอง แต่เพราะยายเม้าปากปลาแดกนั้นพูดไปในทางที่เสียหาย มีทางเดียวคือต้องแต่งหลินซิงเหยียนเข้าบ้านของกู้หยวนหลงเพื่อกลบข่าวที่ลือในหมู่บ้านตอนนี้
ป้าต้วนที่บ้านใกล้กันกับกู้หยวน คอยดูแลเจ้าแฝดทั้งสองเวลาที่ชายหนุ่มขึ้นเขาล่าสัตว์ที่ภูเขาท้ายหมู่บ้านเป็นประจำ ก็มาถามข่าวจากชายหนุ่มเหมือนกัน เพราะนางเชื่อว่ากู้หยวนหลงไม่ใช่คนที่จะทำให้หลินซิงเหยียนเสียหาย พอได้คำตอบที่ฟังพร้อมกับหัวหน้าหมู่บ้าน ทุกคนจึงลงความเห็นว่าต้องไปหาสองพี่น้องบ้านหลินกับข่าวที่ลือในตอนนี้ เพราะว่าตั้งแต่บิดามารดาของหลินอี้เหิงกับหลินซิงเหยียนเสียชีวิตไป เขาที่เป็นเพื่อนกับบิดาของเด็กทั้งสองก็ให้ความช่วยเหลือสองมาโดยตลอด มีงานในไร่นาก็จะเรียกมาทำโดยตลอด ที่นาของสองพี่น้องก็แบ่งให้หัวหน้าหมู่บ้านเช่าครึ่งหนึ่ง เพราะทั้งสองพี่น้องนั้นทำไม่ไหวเพราะกำลังไม่ถึงจึงปลูกแค่พอกินในครอบครัวของตัวเองเท่านั้น
จากนั้นคนทั้งสามกับเจ้าแฝดลูกของกู้หยวนหลงจึงพากันเดินมุ่งหน้ามาหาสองพี่น้องบ้านหลินหลังจากที่ทำธุระในบ้านเสร็จ บ้านของหลินอี้เหิงนั้นห่างออกมาจากในหมู่บ้านมาก เป็นบ้านอิฐของพ่อแม่ช่วยกันสร้างหลังจากพากันค้าขายในเมืองมาหลายปี จนตายจากไปทิ้งสองพี่น้องเอาไว้นี้จึงทำที่บ้านลำบากจากนั้นมา เงินยังโดนญาติพี่น้องโกงเอาจนทำให้ทั้งสองพี่น้องลำบากแต่ยังดีที่มีบ้านที่ใส่ชื่อของมารดาเอาไว้จึงทำให้ทางบ้านปู่กับย่าเอาคืนไปไม่ได้ เพราะมารดานั้นเป็นคนซื้อเอาไว้ในชื่อของแม่เองคงจะรู้ว่าญาติทางบ้านสามีนั้้นมีแต่พวกแร้งกาทั้งนั้น ทั้งสองพี่น้องยังไม่รู้ว่าบิดามารดานั้นทิ้งที่ดินในเมืองเอาไว้ให้เป็นร้านค้าอีกสองหลัง ในความทรงจำของหลินซิงเหยียนนั้นมารดาเคยบอกเธอว่าไปค้าต่างอำเภอกับบิดา ทั้งสองคนจึงมีหน้าที่เรียนหนังสือเพียงเท่านั้น พอขาดเสาหลักจึงเป็นพี่ชายที่หาเลี้ยงน้องสาวต่อและที่เขายังไม่เข้าไปทำงานในตัวอำเภอนั้นเพราะเป็นห่วงน้องสาวที่ต้องอยู่บ้านลำพังคนเดียว เพราะเขาไม่ไว้ใคร ถ้าเขาไม่อยู่บ้านเองกับน้อง จึงทำให้ทั้งสองลำบากมาหลายปี ตอนนั้นหลินอี้เหิงนั้นจบมัธยมปลาย หลินซิงเหยียนก็จบมัธยมต้น เพราะไม่เคยลำบากจึงลำบากกันพอสมควร พอไม่มีเงินจึงทำให้ทางบ้านของคู่หมั้นหาว่ายากจนจึงร่วมมือกันหักหลังไปร่วมมือกันกับบ้านของบ้านใหญ่เปลี่ยนตัวคู่หมั้นลับหลังหลินซิงเหยียน
แต่ไม่ใช่กับจันจิราที่เข้ามาแทนสาวน้อยหลินซิงเหยียนที่ไม่เคยมีความรักทั้งชีวิตอุทิศให้การช่วยเหลือเด็กที่ห่างไกลจากในเมืองตามดอย เธอจึงเป็นทุกอย่างของทุกคนในหมู่บ้านบนดอย ย้อนกลับจากการรำลึกอดีด เธอพบสิ่งมหัศจรรย์คือมิติของห้างสัพสินค้าที่มีทุกอย่างและใช้ได้ไม่มีวันหมดจนกว่าจะหมดอายุไขของเธอในภพนี้จะหมดลง ทำให้เธอนั้นเสียใจที่ไม่สามารถกลับไปที่ภพเก่าได้อีกแล้ว ความรู้ทักอย่างติดตามมาทั้งอาวุธที่เธอมีนั้นครบหมดทุกอย่าง ทีนี้ละสนุกแน่ สำหรับตำรวจลาดตระเวนชายแดนสาวนักร้องเสียงดีของเด็กๆ เพราะตอนที่เธออยู่บนดอยเธอเคยตั้งวงดนตีกับเพื่อนๆ ต.ช.ด ร้องเพลงให้เด็กกับคนแก่บนดอยฟัง ในความทรงจำหลินซิงเหยียนนั้นได้รับรู้แล้วว่ามารดามีร้านค้าให้ในอำเภอถงซานหลินซิงเหยียนจะชวนพี่ชายไปทำการค้า เธอจะเปิดร้านอาหารแล้วก็ร้องเพลงแสดงสดให้คนที่มากินอาหารที่ร้านของเธอนั้นมีความสุขหมอลำลูกทุ่งนั้นเธอร้องได้หมด แถมมีลำโพรงและใส่แค่ดนตรีเข้าไปก็ทำให้ร้องเพลงได้ทุกเพลงที่อยากจะร้องหาหาเครื่องมาแด๊นให้กระจายไปเลยเธอนอนคิดด้วยความดีใจกับสิ่งที่สวรรค์นั้นมอบให้มา เข้าออกได้ตามที่เจ้าของมิตินั้นต้องการ
"ไปดีนะสาวน้อย พี่จะใช้ชีวิตที่เหลือแทนเธอให้ดีเอง ไอ้คู่หมั้นชั่งกระบ๊วยนั้นปล่อยมันไป ดีแล้วที่เธอหลุดพุ้นจากมันมา อีกไม่นานหรอก พี่สาวจะเอาคืนพวกมันให้กระอักเลือดตายไปเลย นี้มันยุคไหนแล้วในเมืองออกจะคึกคักกับการค้านักร้องนักแสดงก็มีให้เห็นแล้ว พี่จะพาร่างของเธอไปหาความสุขเองนะสาวน้อยหึๆ"
พอถึงเวลาเธอก็แอบขึ้นไปทำมื้อเช้ารอพี่ชาย ดีนะที่บ้านมีบ่อน้ำจึงไม่ลำบากมากพ่อกับแม่ก็ทำเอาไว้ให้ลูกทั้งสองคนเป็นอย่างดี หลินซิงเหยียนนั้นคิดว่าแม่ของร่างนี้ไม่ใช้คนชนบทคงจะมาจากเมืองหลวงอย่างแน่นอน เพราะสิ่งที่ทำให้กับลูกนั้นมารดาทำไว้อย่างดี
หลังจากที่กินข้าวเช้ากันอิ่ม วันนี้จึงจะลองคุยเรื่องร้านค้าในเมืองกับพี่ชาย ตอนนั้นอายุยังไม่ถึงจึงยังไม่กล้าพากันไปที่พ่อกับแม่ทิ้งเอาไว้ให้ คงต้องหาเงินไปพื้นฟูเสียใหม่ กลัวอะไรในมิติมีเยอะแยะ เธอคิดในใจก่อนจะเดินออกมาจากในครัวเพื่อที่จะคุยกับพี่ชายเรื่องของร้านค้าในเมือง
"พี่ใหญ่ น้องอยากรู้เรื่องของร้านค้าในเมืองแล้วนะ น้องคิดว่าเราเข้าไปอยู่ในอำเภอกันดีไหมคะ จะได้มีลู่ทางค้าขาย ตอนนี้น้องก็สิบแปดแล้ว พี่ใหญ่ก็ยี่สิบเอ็ดแล้ว พวกเราไปค้าขายกันลองดูไหมคะ น้องว่านาก็ให้ลุงผู้ใหญ่บ้านเช่าต่อไป แบ่งข้าวคนละครึ่งทุกปีก็พอ หรือจะให้เช่าเป็นรายปีไปเลย ขอเงินไปลงทุนค้าขายดีกว่าไหมคะ น้องว่า"
"เราจะไปขายอะไรดีละน้องเล็ก เงินทุนของเราก็ไม่มีพอที่จะไปตกแต่งร้านค้า รอให้พี่ขายข้าวโพดที่ปลูกก่อนไหม แล้วเราค่อยเข้าไปดูร้านของเรากันจะได้มีเงินซ่อมแซมลงทุน ถ้าน้องเล็กไม่อยากอยู่พี่ก็จะพาน้องไปอยู่ในเมือง เมื่อก่อนพี่ชวนน้องเล็กเองไม่อยากจะไปเพราะไม่อยากห่างจากคู่หมั้น ตอนนี้ถ้าน้องพร้อมแล้ว พี่ก็ไม่ขัดรอสักสองเดือนได้ไหมให้ขายข้าวโพดก่อนคงจะได้เงินลงทุนและซ่อมร้านค้าให้น้อง"
"น้องขอโทษที่เมื่อก่อนยึดติดกับชายเลวคนนั้น จนทำให้พี่ต้องมาทำงานในไร่นาเพราะไม่อยากทิ้งให้น้องอยู่ที่บ้านคนเดียว ถ้าพี่ทำงานในเมืองคงจะมีเงินและไม่ลำบากแบบนี้ น้องขอโทษนะคะ "
พี่ชายหลินซิงเหยียนไหว้ขอโทษพี่ชายที่เสียสระทุกอย่างเพื่อดูแลเธอแทนพ่อกับแม่ที่ตายจากไป
"ไม่เป็นไร เรามีแค่สองคนพี่น้องเพียงเท่านั้น ขอให้น้องของพี่มีความสุข อยู่ที่ไหนพี่ก็ทนได้ น้องอย่าได้คิดมากกับเรื่องที่ผ่านมา พี่เข้าใจน้องเล็กทุกอย่าง จากนี้ไปพวกเราจะไปเริ่มใหม่กันในเมืองกันนะน้องพี่"
พี่ชายคุยกันกับน้องสาวด้วยความเข้าใจ
บทที่ 3
สองพี่น้องนั่งพูดคุยกันด้วยความเข้าใจกับการเตรียมตัวไปทำการค้าขายเหมือนพ่อแม่ที่เคยทำมา แต่ตอนนั้นทั้งสองคนยังเด็กจึงไม่ได้มีความรู้เรื่องค้าขายต่อยอดจากสิ่งที่บิดามารดาทำเอาไว้ให้ รู้แต่ว่าพวกท่านซื้อมาแล้วขายไปยังอำเภออื่น เดินทางไปทีละสี่ห้าวันหรือหนึ่งอาทิตย์ ซึ่งสองพี่น้องมีหน้าที่เรียนหนังสือตามที่พ่อแม่ส่งเสีย จึงทำให้ลำบากกันในบ้านไผ่งามและถูกญาติทางบิดาที่เห็นแก่ตัวโกงไป ส่วนมารดานั้นไม่เคยเอ่ยถึงทางครอบครัวให้ทั้งสองพี่น้องเท่าไร รู้เพียงว่ามารดามาจากเมืองปักกิ่งจึงมีเงินซื้อที่ในเมืองเอาไว้หลายที่ให้สองพี่น้อง
"เอาละ รออีกแค่สองเดือนนะน้องพี่ พี่จะพาน้องไปดูร้านค้ากับที่ดินที่พ่อกับแม่ทิ้งเอาไว้ให้เรา ค่าเช่านั้นได้ยินว่าคนเช่านำเข้าบัญชีของพี่ชายและที่ยอมลำบากเพราะไม่อยากให้คนที่บ้านลุงใหญ่รู้ว่าทั้งสองพี่น้องนั้นมีสมบัติในอำเภอหลายอย่าง เพราะทั้งสองคนยังไม่สามารถป้องกันคนใจร้ายทางพ่อมากนักอีกทั้งนิสัยไม่สู้คนของเจ้าของร่างเดิมจึงถูกหักหลังจากครอบครัวลุงใหญ่ แต่หลิงอี้เหิงนั้นถ้าไม่มีจนหาไม่ได้เขาถึงจะถอนมาใช้กับน้องสาวและยังปิดเป็นความลับมาหลายปีเช่นเดียวกันและมันก็ทำให้ความจนนั้นคัดคนที่จริงใจตอสองพี่น้อง
"ค่ะพี่ใหญ่ วันนี้เรามาทำที่ปลูกผักกินกันหลังบ้านดีไหมคะ ถ้าพี่ใหญ่ไม่ไปทำงานบ้านลุงผู้ใหญ่บ้านแล้ว ที่มีอยู่นั้นมันแคระแกรนหมดแล้ว ไม่ได้บำรุงใส่ปุ๋ยขี้วัว เราจะขึ้นแปลงใหม่เพิ่มอีกให้ครบกับที่ต้องการ น้องจะปลูกทุกอย่างเลย วันนี้ตากดินสักสามวันก็พอ น้ำในบ่อก็มีไม่ต้องเดินไปไกลตักมารดผักอีกด้วย"
หลังจากที่คุยกันจบก็เตรียมตัวจะลุกไปหาจอบเสียมมาช่วยกันขุดดินก็ได้ยินเสียงเรียกที่หน้าบ้านสองพี่น้องมองหน้ากันเพราะเสียงนั้นมันคือลุงผู้ใหญ่บ้านนั้นเองที่พ่อแม่ล้อมรั้วอย่างดีให้จึงทำให้ไม่มีคนปีนเข้ามาได้ง่ายๆรวมถึงสัตว์ป่าด้วย
"หลินอี้เหิงนี้ลุงเองนะ เปิดประตูให้หน่อย"
เสียงเรียกของคนที่หน้าบ้านดังขึ้นหลินอี้เหิงจึงเดินไปที่หน้าบ้านเพื่อเปิดประตูให้คนที่มาตอนนี้
"มาแล้วครับ"
หลินอี้เหิงรีบตะโกนบอกคนที่หน้าบ้าน
พอเปิดประก็เจอทั้งลุงผู้ใหญ่บ้าน กู้หยวนหลงกับป้าต้วนพร้อมสองแฝดลูกชายฝาแฝดของเขาก็มาด้วย
"สวัสดีครับลุงฟาน ป้าต้วน พี่กู้หยวน"
หลินอี้เหิงทักทายทุกคนรวมถึงสองแฝดด้วย
พอทุกคนเข้ามาในบ้านแล้วก็เจอกับหลินซิงเหยียนที่นำน้ำมาให้ต้อนรับทุกคน เธอมองเห็นเค้าลางของความยุ่งยากที่กำลังจะเกิดขึ้นในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้านี้
"เอาละที่ลุงมาที่บ้านของเธอวันนี้ก็เกี่ยวกับข่าวลือของหลินซิงเหยียนกับกู้หยวนหลงที่ยายเม้าปากมากนำไปพูดในหมู่บ้านทำให้ชื่อเสียงของหลินซิงเหยียนเสียหายไปหมด ลุงจึงไปหากู้หยวนหลงเพื่อจะมารับผิดชอบต่อชื่อเสียงของนังหนูหลินซิงเหยียน เอาละอี้เหิงเจ้าเห็นเป็นเช่นไร"
หัวหน้าหมู่บ้านถามพี่ชายของหลินซิงเหยียน
"ผมก็คุยกันกับน้องเล็กแล้ว เรื่องข่าวลือในหมู่บ้านเหมือนกันครับคุณลุง แต่น้องเล็กบอกว่าไม่ได้ทำเรื่องเสียหายอะไร เพราะพี่กู้หยวนนั้นช่วยเธอขึ้นจากน้ำแถมมาส่งที่บ้านจึงทำให้เจอยายเม้ากับชาวบ้านอีกสองคนที่ลงจากเขามา จึงนำไปพูดจนทั้งหมู่บ้านเมื่อเย็นวานนี้ครับ"
หลินอี้เหิงตอบผู้ใหญ่บ้านตามที่น้องสาวเล่าให้ฟัง
"อือ เหมือนกับที่กูหยวนเล่าให้ลุงฟังเลย แต่ชื่อเสียงของซิงเหยียนนั้นได้เสียหายไปแล้ว ลุงจึงไปปรึกษายายต้วนกับกู้หยวน ว่ามาขอสู่ขอหลินซิงเหยียนให้แต่งกับกู้หยวนหลงเพื่อสยบข่าวที่เสียหายของซิงเหยียน เธอเห็นว่าอย่างไรละ"
สองพี่น้องมองหน้ากัน หลินซิงเหยียนนั้นตกใจมาก
"แค่ช่วยขึ้นจากน้ำถึงกับต้องแต่งงานกันเลยเหรอคะลุงผู้ใหญ่ แบบนี้ใครจะอยากช่วยเหลือคนที่จมน้ำตายต่อหน้าได้ละคะ ไม่ต้งแต่งให้ทุกคนเลยหรือคะ"
หลินซิงเหยียนถามกลับแบบไม่เข้าใจ
"ตายๆอยู่ดีๆจะมีสามีเสียแล้วสิเรา"
"ใช้แล้ว ชื่อเสียงของเธอตอนนี้ลือไปทั่วทั้งหมู่บ้านระแวกนี้แล้ว คงไม่มีใครกล้ามาสสู่ขอไปทำภรรยาแล้วนอกจากแต่งให้กับกู้หยวนเท่านั้นละซิงเหยียนเอ่ย"
หัวหน้าหมู่บ้านตอบคำถามเธอ
"ใช้แล้วซิงเหยียน ตอนนี้เหมือนเธอกับกู้หยวนนั้นผิดผีกันไปแล้ว เพราะได้จับต้องเนื้อตตัวกันและที่เธอตกลงไปในน้ำอีกจึงทำให้แนบชิดกับกู้หยวนไปแล้ว นี้จึงไปทางออกเดียวที่จะกู้ชื่อเสียงของเธอได้"
ป้าต้วนบออกซิงเหยียน
"ถ้าเธอไม่รังเกียจว่ากู้หยวนเป็นพ่อหม้ายลูกติดสองคน แต่ป้าขอรับรองว่ากูหยวนหลงนั้นเป็นคนดี ถึงแม้จะได้รับบาดเจ็บจากการไปรับใช้ชาติมา จนต้องมารักษาตัวที่บ้าน แถมเมียหย่าแล้วหนีไปอีก สงสารก็แต่เจ้าสองแฝดที่ขาดแม่ ถ้าได้เธอมาช่วยดูแลป้าว่าจะดีเหมือนกันนะซิงเหยียน ตอนนี้คู่หมั้นของเธอก็ได้ไปแต่งให้กับลูกสาวของบ้านใหญ่ของเธอไปแล้ว"
กู้หยวนหลงมองหน้าหลินซิงเหยียนที่นั่งอีกฝั่งพลางสังเกตุท่าทางว่าเธอรังเกียจในตัวเขากับลูกทั้งสองคนไหมอายุที่ต่างกับเป็นสิบปีอีกละ เธอคงจะลำบากใจไม่น้อยที่ต้องมาตกกระไดพลอยโจน ถ้าเขาไม่ลงไปช่วยเธอก็คงไม่เกิดเรื่อง แต่หลินอี้เหิงเองจะเสียน้องสาวไป
หลินซิงเหยียนมองชายหนุ่มที่ช่วยชีวิตของตัวเองแล้วยังต้องมารับผิดชอบแต่งงานอีก ไม่ยุติธรรมกับชายหนุ่มเลย มองเลยไปที่เด็กสองคนที่นั่งข้างบิดาอย่างรู้ความเธอมองหน้าสองแฝดแล้วก็ให้สงสารที่ต้องมากำพร้ามารดาเพราะรับไม่ได้ที่สามีพิการกลับมาจากการทำภารกิจ ทั้งที่จริงแล้วทหารทุกคนนั้นคือผู้มีพระคุณที่ทำให้ชาวบ้านได้ใช้ชีวิตด้วยความสงบสุข แต่กับมองข้ามแค่รูปกายภายนอกของเขา แทนที่จะให้กำลังใจกับซ้ำเติมคู่ชีวิตของตัวเองอีก เธอมองตาที่สองแฝดจ้องมองเธอเหมือนกันแววตาที่ใสบริสุทธิ์นี้ต้องมารับกรรมที่ตัวเองไม่ได้ก่อ จึงยิ้มให้ทั้งสองแฝดอย่างอ่อนโยน
"ฉันไม่ได้รังเกียจพี่กู้หยวนกับลูกทั้งสองคนหรอกค่ะลุงผู้ใหญ่แต่มันจะดีหรือค่ะที่พี่เขาต้องมารับผิดชอบฉันแบบนี้มันเหมือนมัดมือชกเลยนะแบบนี้คงไม่มีใครเสี่ยงชีวิตช่วยคนที่จมน้ำแบบฉันเมื่อวานแล้วอย่างแน่นอนเพราะถ้าต้องรับผิดชอบด้วยการแต่งงานก็แย่นะสิค่ะคุณลุงหลินซิงเหยียนตอบ
กู้หยวนหลงยกยิ้มมุงปากที่ได้ยินว่าสาวน้อยตรงหน้าไม่ได้รังเกียจเขากับลูกน้อยทั้งสองคน ทั้งยังยิ้มให้กับลูกชายของเขาด้วยความอ่อนโยนอีก ทำให้ใจที่ด้านชาสั่นไหว ใจที่เต้นแรงของตัวเองทั้งที่มันไม่เคยเกิดขึ้นกับใครแม้กับภรรยาที่แต่งแบบไม่ได้รักกันที่เข้าหอนั้นเพราะโดนวางยาอีกด้วย