โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เร้ดแฮท พร้อมลุย ช่วยธุรกิจไทยรับมือยุค AI แบบครบวงจร

การเงินธนาคาร

อัพเดต 14 ก.พ. 2567 เวลา 16.39 น. • เผยแพร่ 14 ก.พ. 2567 เวลา 08.29 น.

เร้ดแฮท เผยถึงเทรนด์ความก้าวหน้าในการทำ ดิจิทัลทรานฟอร์เมชั่น ในประเทศไทยที่มีทิศทางที่เปลี่ยนแปลงไป หลังการเข้ามามีบทบาทของ AI ในการเร่งประสิทธิภาพทั้งในการทำงาน และคอยช่วยเหลือการใช้ชีวิตประจำวันในด้านต่างๆ ได้มากขึ้นแบบที่ไม่เคยมีมาก่อน

นางสาวสุพรรณี อำนาจมงคล ผู้จัดการประจำประเทศไทย Red Hat เปิดเผยว่าการทำดิจิทัลทรานฟอร์เมชั่นในยุค AI จะมีความแตกต่างออกไปจากที่ผ่านมา เพราะอาศัยแค่ความเป็นดิจิทัลเพียงอย่างเดียวนั้นอาจไม่เพีงพอต่อความต้องการในการแข่งขันทางธุรกิจในยุคปัจจุบัน หลังจากที่ AI เข้ามามีบทบาทกับการใช้ชีวิตประจำวันและการทำงาน

นอกจากนี้ AI เป็นหนึ่งในนวัตกรรมที่มาช่วยเร่งการเกิดนวัตกรรมใหม่ในประเทศไทย โดยกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ยังมีวิสัยทัศน์ในการยกระดับให้ประเทศไทยกลายเป็น AI Hub ภายในปี 2027 โดยได้มีการประเมินต่ออีกว่า การใช้ AI ถูกมองว่าจะสร้างเม็ดเงินมากกว่า 48 พันล้าน

อีกทั้งภาครัฐยังมีตั้งเป้าเพิ่มอันดับประเทศที่มีขีดความสามารถในการเข้าถึง AI ให้กับประเทศไทยที่เดิมได้รับอันดับที่ 59 ในปี 2021 ให้พัฒนาเพื่อเข้าอยู่ใน 50 อันดับแรก โดยเชื่อว่า AI เป็นเทคโนโลยีสำคัญที่ขับเคลื่อนให้เกิดกรอบการทำงานใหม่ๆ ร่วมกันทั้งในภาครัฐและเอกชนต่อไปในอนาคต

นางสาวสุพรรณีกล่าวต่อว่า มุมมองด้านเทคโนโลยีที่สำคัญต่อจากนี้จึงต้องโฟกัสไปที่ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยีให้มีความแข็งแกร่ง ซึ่งถือเป็นรากฐานของการทำธุรกิจต่อไปในอนาคต

จะเห็นว่าในปัจจุบัน การนำคลาวด์ทุกประเภทไม่ว่าจะเป็น Private Cloud, Public Cloud, Hybrid Cloud มาปรับใช้เริ่มกลายเป็นเรื่องพื้นฐานในการทำดิจิทัลทรานฟอร์มเมชั่น เพื่อรองรับโซลูชั่นด้าน AI การปรับขยายตัวของธุรกิจ และช่วยเพิ่มระยะเวลาที่ใช้ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์หรือบริการจนถึงขั้นตอนการวางจำหน่ายหรือเปิดตลาด ด้วยกระบวนการทำงานแบบอัตโนมัติเพิ่มขึ้น

โดยในปี 2024 นี้ เร้ดแฮท ได้ชู 4 ผลิตภัณฑ์เพื่อรองรับการพัฒนาและช่วยให้องค์กรธุรกิจสามารถทำดิจิทัลทรานฟอร์มเมชั่นผ่านการใช้งาน Open Hybrid Cloud ประกอบด้วย

1. Red Hat OpenShift แพลตฟอร์มช่วยจัดการคอนเทนเนอร์ ช่วยให้นักพัฒนาและองค์กรสามารถสร้างและจัดการคลาวด์คอนเทนเนอร์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งสนับสนุนการทำงานของแอปพลิเคชั่นในรูปแบบคอนเทนเนอร์ ทำให้ง่ายต่อการเรียกใช้และการจัดการงานต่างๆบนคลาวด์

2. Trusted Software Supply Chain มุ่งเน้นการให้ความน่าเชื่อถือในทุกระดับของซอฟต์แวร์ที่มีบทบาทในระบบ ตั้งแต่การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน การทดสอบ, การบริหารจัดการ, ไปจนถึงขั้นตอนการให้บริการแก่ผู้ใช้. วัตถุประสงค์คือการให้ความมั่นใจและการรับรองว่าซอฟต์แวร์ทุกชิ้นที่เข้ามาในระบบได้รับการสร้างขึ้นและบริหารจัดการโดยวิธีที่ปลอดภัยและน่าเชื่อถือ

3. Red Hat OpenShift AI ผลิตภัณฑ์ใหม่แกะกล่องที่พึ่งเปิดตัวไปในช่วงเดือน พฤษภาคม 2023 ที่ผ่านมา และพึ่งประกาศเปิดตัวอย่างเป็นทางการในประเทศไทยในวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2024 กับโซลูชั่นที่จะเข้ามาช่วยปรับโครงสร้างพื้นฐานด้านไอที ให้รองรับกับการใช้งานโซลูชั่นด้าน AI ต่อไปในอนาคต

4. Red Hat Ansible LightSpeed & Even-Driven Ansible ช่วยในการกำหนดค่าและจัดการโครงสร้างพื้นฐานของระบบเช่นเครือข่าย, เซิร์ฟเวอร์, คลาวด์ และการตั้งค่าระบบอัตโนมัติ ช่วยรองรับการใช้งานโซลูชั่นด้าน AI ในอนาคตให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

นางสาวสุพรรณีกล่าวต่ออีกว่า ในปี 2024 นี้ เร้ดแฮทยังคงเดินหน้าชช่วยเหลือการทำดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชั่นให้กับองค์กรธุรกิจอย่างต่อเนื่อง นอกเหนือจากอุตสาหกรรมสถาบันการเงินที่เป็นกลุ่มลูกค้าหลักของเร้ดแฮท ได้มีการขยายไปสู่การให้บริการในกลุ่มอุตสาหกรรมใหม่เช่น อุตสาหกรรมโทรคมนาคมและอุตสาหกรรมเฮลท์แคร์ เป็นต้น

โดยมีจุดหมายหลักในการพัฒนาโซลูชั่น Open Hybrid Cloud ที่ถือเป็นรากฐานสำคัญในการดำเนินธุรกิจขององค์กรต่อจากนี้ให้ดียิ่งขึ้น รองรับ Workload ได้ตามที่องค์กรธุรกิจต้องการ ความยืดหยุ่นปรับขนาดได้ ภายใต้พื้นฐานของซอฟต์แวร์แบบ Open Source ในการออกแบบแพลตฟอร์มที่มีส่วนประกอบตามความต้องการของลูกค้า เพื่อให้ลูกค้าสามารถนำไปต่อยอด สร้าง Intelligent Apps ได้อย่างเหมาะสม

นายศุภชัย พานิชายุนนท์ หัวหน้าหน่วยธุรกิจพัฒนาโซลูชั่น เอไอเอส เปิดเผยว่า จากวิสัยทัศน์ของเอไอเอส ที่ชัดเจนในการเป็น "Cognitive Tech-Co" หรือ องค์กรโทรคมนาคมอัจฉริยะ

ดำเนินการธุรกิจหลักคือ ธุรกิจโทรศัพท์เคลื่อนที่ ธุรกิจอินเทอร์เน็ตบรอดแบนด์ ธุรกิจบริการลูกค้าองค์กร และดิจิทัลเซอร์วิส เอไอเอส มุ่งมั่นสร้างระบบนิเวศดิจิทัลที่ครอบคลุม ผ่านเครือข่ายอัจฉริยะต่าง ๆ เทคโนโลยีล้ำสมัย และความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับผู้ประกอบการทั้งในประเทศและระดับโลกในหลายภาคส่วน

การที่เอไอเอสเลือกใช้ OpenShift Container Platform เพื่อสร้าง Open Hybrid Cloud ที่ช่วยเพิ่มความคล่องตัวและส่งมอบบริการสู่ตลาดได้รวดเร็วมากขึ้น โดยใช้ผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ เช่น Red Hat Enterprise Linux, JBoss, OpenShift, และ Red Hat’s Consulting Services ซึ่งเสริมให้ AIS คงความต่อเนื่องในการเสริมสร้างฐานความรู้และจุดยืนของ AIS เพื่อความสำเร็จในอนาคตได้อย่างแข็งแกร่ง

นอกจากนี้เอไอเอสยังมองหาการเชื่อมต่อและใช้สมรรถนะของ Open Source คอมมิวนิตี้ ให้เป็นประโยชน์ในการเสริมแกร่งให้กับวัฒนธรรมของนักพัฒนาซอฟต์แวร์ภายในของบริษัท และการทรานส์ฟอร์มสู่ดิจิทัล

นายธวัชชัย เสรีวัฒนพงษ์ ผู้จัดการทั่วไป,Digital Efficiency N-Health เปิดเผยว่า N Health มุ่งสู่การเป็นบริษัทระดับแนวหน้าที่ให้บริการร่วมกันที่เป็นเลิศแก่โรงพยาบาลและองค์กรด้านการดูแลสุขภาพในระดับสากล

ด้วยบริการด้านห้องปฏิบัติการประสิทธิภาพสูง โซลูชั่นด้านซัพพลายเชนที่ล้ำหน้า กระบวนการฆ่าเชื้อคุณภาพสูง และวิศวกรรมชีวการแพทย์ทรงประสิทธิภาพ เพื่อช่วยให้โรงพยาบาลและองค์กรด้านการดูแลสุขภาพต่าง ๆ มีความได้เปรียบทางการแข่งขันของบริษัทฯ มีความปลอดภัย

เมื่อปี 2023 ที่ผ่านมา N Health ได้ดำเนินงานนำร่องที่เน้นการพัฒนาระบบบำรุงรักษาอุปกรณ์การแพทย์ (Medical Equipment Maintenance system) ที่ขับเคลื่อนการทำงานด้วย Red Hat Enterprise Linux และ OpenShift เพื่อให้แอปพลิเคชั่นทำงานอย่างไม่สะดุดบนสภาพแวดล้อม Hybrid Cloud

โดย N Health ใช้ทั้งระบบที่ติดตั้งภายในองค์กร และบนคลาวด์ ซึ่ง OpenShift ให้การสนับสนุนให้ระบบไอทีของ N Health มีความยืดหยุ่นราบรื่น ช่วยให้มั่นใจว่าจะสามารถโยกย้ายการทำงานข้ามระบบและสามารถปรับขนาดการใช้งานได้ตามต้องการ รวมถึงการใช้โซลูชัน Open Source ระดับองค์กร ยังช่วยให้ N Health มั่นใจว่าแอปพลิเคชันโปรเจกต์ต่าง ๆ ของบริษัทมีความปลอดภัย

อ่านข่าวเพิ่มเติม :

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...