โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เรื่องสั้น

เกิดใหม่เป็นพระชายาท่านอ๋องตาบอด

นิยาย Dek-D

อัพเดต 04 ก.พ. 2567 เวลา 17.31 น. • เผยแพร่ 04 ก.พ. 2567 เวลา 17.31 น. • Qingtian289
หลังจากโหมงานในโรงพยาบาลอย่างหนักจนหมดสติไป พอลืมตื่นตาอีกทีก็ต้องเข้าพิธีสมรสแทนคนอื่นแล้ว หนำซ้ำยังเป็นพิธีแต่งงานโบราณเจ้าบ่าวตาบอดอีกต่างหาก

ข้อมูลเบื้องต้น

ความตาย 1/2

บทนำ
ความตาย
“เกือบสามสิบชั่วโมงแล้วที่ฉันถ่างตาอยู่ที่นี่ เหนื่อยชะมัด อยากตายจริง ๆ” หญิงสาวสวมเสื้อกาวน์สีขาวสะอาดพูดขึ้น ใบหน้าแสดงความเหน็ดเหนื่อยจากการโหมงานหนัก อยู่ในแผนกฉุกเฉินแห่งนี้มาเกือบสามสิบชั่วโมงโดยไม่ได้หยุดพักเลย คงเพราะเมื่อวานเป็นวันสิ้นปีคนใช้รถใช้ถนนมากเกิดอุบัติเหตุใหญ่ แผนกฉุกเฉินแห่งนี้เลยเต็มไปด้วยเสียงร้องโอดโอย
“เธอไปพักเถอะหมอจินมาแล้วนั่นไง” พยาบาลสาวบอกเพื่อนสนิทที่หน้าตาอิดโรย ใต้ตาดำคล้ำ พร้อมพยักเพยิดไปทางคุณหมอหนุ่มที่เพิ่งเข้าเมาปลี่ยนเวร คราวนี้เธอจะได้พักสักที
“งั้นฉันไปล่ะไว้เจอกัน ลาก่อนนะคะหมอจิน” เธอโบกมือให้ทั้งสองคนแล้วรีบวิ่งออกไป เธอต้องการพักผ่อน เปลือกตาในตอนนี้ต่อให้เอารถเครนมาดึงไว้มันก็ยังจะปิดอยู่ดีเชื่อหรือเปล่า
หญิงสาววิ่งไปที่ห้องพัก ล้างหน้าล้างมือ ถอดเสื้อกาวน์กระโดดขึ้นเตียงอย่างรวดเร็ว ไม่ไหวแล้ว ตอนนี้เธอต้องการปิดสวิตซ์ตัวเองสุด ๆ
พอขึ้นเตียงได้เปลือกตาที่หนักอึ้งก็ค่อย ๆ ปิดลง ลมหายใจก็เริ่มสม่ำเสมอ จากสม่ำเสมอเป็นเบาลง เบาลง จนในที่สุดอัตราการเต้นของหัวใจก็ไม่เคลื่อนไหวอีกต่อไป…
“เมื่อยชะมัด นี่ฉันหลับไปนานแค่ไหนแล้วเนี่ย ทำไมนาฬิกาไม่ปลุกเลย” คนบนเตียงพูดทั้งที่ยังหลับตาอยู่ มือก็ควานหาบางอย่างบนเตียง หาอยู่นานไม่เจอเลยผงกหัวขึ้นมาเปิดเปลือกตา พยายามหรี่ตามอง แต่ในห้องแสงจ้าเกินไป เธอจำได้ว่าปิดไฟไปหมดแล้วทำไมถึงยังสว่างได้ขนาดนี้
ภาพแรกหลังสายตาปรับโฟกัสได้ตรงหน้าคือผ้าแพรสีเขียวมันวาว ‘บ้าน่า ผ้าปูเตียงในห้องมันสีฟ้าไม่ใช่หรือไง หรือเธอตาบอดสีไปแล้ว’ หญิงสาวรีบถลึงตัวลุกจากเตียงด้วยความตกใจทันที เมื่อเห็นว่านี่ไม่ใช่ห้องพักแพทย์ในโรงพยาบาลแต่เป็นห้องนอนแบบโบราณห้องหนึ่ง
“บ้าไปแล้ว ฉันบ้าไปแล้ว ฝันหรือเปล่า” ฝ่ามือเรียวยกขึ้นมาหยิกแก้ม ก่อนจะพูดกับตัวเองเสียงดัง จนมีคนเปิดประตูห้องเข้ามา ผู้หญิงที่เข้ามาสวมชุดฮั่นฝูแบบโบราณสีชมพูดซีด คิดว่าคงเก่าพอสมควร ผมถูกเกล้าขึ้นไปจนหมด แต่นี่ไม่ใช่เวลามาสนใจสักหน่อย อีกอย่างเธอไม่ได้ฝันไปภาพตรงหน้าเป็นความจริงทั้งหมด ตลกไปหน่อยมั้งก่อนหน้านี้เธอยังหลับอยู่ในห้องพักอยู่เลย

ความตาย 2/2

บทนำ
ความตาย
“คุณหนูท่านฟื้นแล้ว” พอเห็นหน้าเธอผู้หญิงคนนั้นก็ตะโกนเสียงดัง จากนั้นวิ่งออกไปอีกครั้งไม่รู้ว่าไปไหน แต่ท่าทางเหมือนจะไปตามใครสักคน
“อะไรเนี่ย ฉันย่อยไม่ทันแล้วนะ” เธอพึมพำก่อนจะลุกขึ้นหย่อนเท้าเหยียบไปบนพื้นห้องเย็น ๆ มองไปรอบห้องมองจนเสร็จแล้วก้มมองตัวเอง อยู่ในชุดสีขาวบางเล็กน้อยดูเหมือนชุดนอน ผมยาวถึงเอว ถ้าจำไม่ผิดผมเธอแค่ประบ่าเองเพราะไม่อยากต้องสระผม เป่าผมนาน นี่มันแปลกเกินไปแล้ว
“คงไม่ใช่ว่าฉันทะลุมิติ ข้ามเวลาอะไรพวกนั้นหรอกนะ แต่ฉันยังไม่ตายสักหน่อยหรือตายแล้ว เห้ย! นี่มันบ้าเกินไปแล้ว” เธอเดินดูรอบห้องไม่นานก็มีเสียงเหมือนคนกลุ่มใหญ่เดินมาทางนี้ กลุ่มใหญ่จริง ๆ มีทั้งผู้หญิงผู้ชาย ถึงจะไม่เคยรู้จักคนพวกนี้แต่พอเห็นหน้าความทรงจำมากมายก็หลั่งไหลมาจากไหนไม่รู้
“อ้ายฉิง เจ้าเป็นอย่างไรบ้าง” ผู้ชายแก่ที่สุดพูดขึ้น ในความทรงจำของเธอคน ๆ นี้คือพ่อ แต่พ่อของใครล่ะไม่ใช่ของเธอสักหน่อย
“ท่านพ่อถามเหตุใดเจ้าจึงไม่ตอบ” คนพูด ๆ อย่างหงุดหงิด เธอสวมชุดสีแดงคล้ายชุดแต่งงาน สายตาที่มองมาก็ไม่เป็นมิตร พอจะเดาได้ว่าเธอไม่ชอบเจ้าของร่าง ๆ นี้
“ก็ดี”
“อย่างไรคือก็ดี”
“ก็ดี ก็คือก็ดี ยังมีความหมายอื่นอีกหรือไง” เธอตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงเรียบ ๆ มีสิทธิ์อะไรมาไม่พอใจ เธอยังไม่ได้ทำอะไรสักหน่อย
“ท่านพี่ นางฟื้นก็ดีแล้ว รีบแต่งตัวให้นางเสีย”
“เสี่ยวหรง แต่งตัวให้นายเจ้าเสีย”
“อ้ายเหม่ยไปเปลี่ยนอาภรณ์เถอะ นางฟื้นแล้วเจ้าไม่ต้องแต่งแล้ว” ผู้หญิงแก่คนนั้นพูดจบทุกคนก็พากันอพยพออกไปจากห้อง เหลือสาวใช้เสี่ยวหรงเพียงคนเดียว เพื่อให้ช่วยเธอแต่งตัว เธอไม่คิดขัดขืนเพราะยังไม่รู้สถานการณ์นี้แน่ชัด เลยได้แต่ตามน้ำไปก่อน เกิดคิดว่าเธอเป็นปิศาจหรือผีจับเธอถ่วงน้ำขึ้นมา ซวยตายชัก
ตอนกำลังใช้ความคิดอยู่ภาพความทรงจำของเจ้าของร่างก็แวบเข้ามาในหัวเธอทันที เธอต้องเข้าพิธีแต่งงานกับผู้ชายคนหนึ่งที่ไม่เคยเห็นหน้าเลยสักครั้งเดียว หนำซ้ำความทรงจำของเธอยังบอกว่าผู้ชายคนนั้นตาบอด
เธอไม่ได้รังเกียจที่เขาตาบอดแต่รังเกียจครอบครัวของเจ้าของร่างมากกว่า เพียงเพราะไม่อยากให้ลูกสาวแต่งกับคนตาบอดถึงมาบังคับให้อ้ายฉิงคนนี้แต่งแทน และที่เธอนอนอยู่บนเตียงแบบนี้เพราะถูกพี่สาวคนนั้นทำร้ายจนถึงแก่ความตาย
อาจเป็นเพราะเธอฟื้นขึ้นมาในร่างผู้หญิงคนนี้พอดี อ้ายฉิงคนนี้เลยดูเหมือนยังมีชีวิตทั้งที่เธอตายไปแล้ว
“คุณหนูแต่งตัวกันเถิดนะเจ้าคะ”
“อืม ช่วยที” เธอไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธงานแต่งงานครั้งนี้เพราะที่อ้ายฉิงคนเก่ารับปาก ก็เพื่อให้แม่แท้ ๆ ของเธอได้รับการรักษาจากหมอที่ดีที่สุด เธอทำลายความหวังเดียวของเจ้าของร่างไม่ได้
หากว่าผู้หญิงคนนั้นตายไปแล้วเธอจะใช้ชีวิตแทนอ้ายฉิงให้ดีที่สุด ไปอยู่ที่ไหนก็คงดีกว่านรกแห่งนี้ทั้งนั้น นี่เป็นจิตสำนึกสุดท้ายของอ้ายฉิงที่เธอรับรู้ได้

ความทรงจำ 1/2

1
ความทรงจำ
ระหว่างที่กำลังแต่งตัวในชุดเจ้าสาวแบบโบราณอยู่ หญิงสาวก็คิดถึงเรื่องในความทรงจำก่อนหน้านี้หนึ่งเดือน
“แม่เล็กท่านพักผ่อนให้ดี อ้ายฉิงต้มยาไว้ให้แล้วอีกเดี่ยวเสี่ยวหรงจะนำยากับโจ๊กมาให้ท่าน อ้ายฉิงต้องออกไปหาสมุนไพรก่อน” ร่างบอบบางอ่อนแอมองบุตรสาวด้วยความรัก เมื่อได้ยินเสียงหวานบอกกับนางเบา ๆ แม่เล็กของนางป่วยเรื้อรังมาเกือบแปดปีแล้ว เดิมทีมารดาของนางเป็นหมอสมุนไพรนางเรียนรู้วิชาสมุนไพรจากมารดาแต่เด็ก
เมื่อแม่เล็กล้มป่วยนางก็หาเก็บสมุนไพรมาขายเพื่อหาเงินรักษา เพราะฉีฮูหยินเกลียดแม่เล็กของนาง เบี้ยแต่ละเดือนก็แทบไม่พอใช้ หากนางไม่หาสมุนไพรเกรงว่าต้องขอทานกันกินแล้ว
“แม่ขอโทษที่ทำให้เจ้าลำบากเช่นนี้”
“หาใช่ความผิดท่านแม่ไม่ ท่านแม่ไม่ต้องห่วงลูกจะรักษาท่านให้หายให้ได้ นั่นไงเสี่ยวหรงมาแล้ว ลูกจะรีบกลับมาท่านแม่อย่าได้กังวล” นางรีบแอบออกนอกจวนตั้งแต่เช้าเพื่อไม่ให้ถูกพี่สาวร่วมบิดาจับได้ หากโดนจับได้ก่อนนางจะถูกลงโทษ
หลังจวนมีช่องทางลับเล็ก ๆ อยู่ หากเป็นบุรุษเกรงว่าคงรอดเข้าออกไม่ได้ ดีที่นางตัวเล็กจึงรอดเข้าออกได้ง่าย นางมักไปเก็บสมุนไพรที่ตีนเข้าด้านหลังบ้านเรือนนอกเขตตลาด
ฉีอ้ายฉิงแบกตะกร้าเดินเลาะป่าไปตามตีนเขาจนถึงป่าที่เริ่มรกชัฎ พอถึงก็เริ่มลงมือเก็บสมุนไพรที่หาได้ในบริเวณนี้ เก็บอยู่หนึ่งชั่วยาม ก็เดินไปอีกทาง เก็บทางอื่น
“ช่วยด้วย” ขณะที่กำลังเก็บสมุนไพรอยู่นางได้ยินเสียงราวกับมีใครร้องเรียกอยู่ เสียงนั้นแผ่วเบาจนแทบไม่ได้ยินแต่นางก็ยังได้ยิน หญิงสาวเดินเข้าไปแหวกหญ้าที่สูงเกือบถึงเอว
บุรุษรูปร่างสูงกำยำในชุดเกราะ นอนอยู่บนพื้นดินที่เย็นเฉียบ ตามร่างกายมีบาดแผลที่เกิดจากการถูกขูดขีด นางคิดว่าชายผู้นี้น่าจะพลัดตกเขาจึงบาดเจ็บมาก แต่หนักสุดคงเป็นบาดแผลตรงหน้าอกที่ถูกธนู
“คุณชายท่านเป็นอย่างไรบ้าง” ฝ่ามือเรียวรีบแหวกหญ้าเข้าไปประคองเขาให้นอนหงาย พยายามถอดเกราะออกเพื่อช่วยดูบาดแผล
รอบปากแผลเริ่มเป็นสีคล้ำ นางดึงปิ่นปักผมของตนเองออกหมุนปลายปิ่นจากนั้นเอาเข็มเงินออกมาจิ้มไปยังบาดแผลของเขา
หัวธนูมีพิษ!

อ่านต่อนิยายเรื่องนี้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...