โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

"พี่พีททท - กันตพร" จริง ๆ แล้ว เขาเป็นเจ้าของโรงพยาบาล!

Dek-D.com

อัพเดต 01 เม.ย. 2567 เวลา 03.16 น. • เผยแพร่ 27 มี.ค. 2567 เวลา 09.39 น. • DEK-D.com
เจาะเบื้องหลัง! ชีวิตการทำงานของ ‘พี่พีท กันตพร’ กับ 2 บทบาทสำคัญ ผู้บริหารโรงพยาบาล vs อินฟลูเอนเซอร์

เจาะเบื้องหลัง! ชีวิตการทำงานของ ‘พี่พีท กันตพร’ กับ 2 บทบาทสำคัญ ผู้บริหารโรงพยาบาล vs อินฟลูเอนเซอร์

น้องๆ หลายคนอาจจะคุ้นเคยกับ ‘พี่พีท-กันตพร หาญพาณิชย์’ หรือ ‘พี่พีททท’หวานใจของ ‘คุณแก้มบุ๋ม-ปรียาดา สิทธาไชย’ในฐานะ Content Creator หรือ YouTuber ซึ่งนั่นเป็นเพียงมุมหนึ่งของเขา แต่บทบาทสำคัญอีกด้านคือ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ฝ่ายการตลาด บริษัท บางกอก เชน ฮอสปิทอล จำกัด (มหาชน)หรือที่รู้จักกันในนามโรงพยาบาลเกษมราษฎร์ ในวันนี้คอลัมน์ The Success การเรียนรู้สู่ความสำเร็จ ของ Dek-D จะมาบอกเล่า เรื่องราวในวัยเรียน รวมไปถึงบทบาทการทำงานในพาร์ทผู้บริหารโรงพยาบาลต้องทำอะไรบ้าง และจุดเริ่มต้นในการเป็นคอนเทนต์ครีเอเตอร์นั้นเป็นมาอย่างไร?

จุดเริ่มต้นที่ทำให้คนรู้จัก ‘พี่พีททท’

พี่พีทเริ่มเป็นที่รู้จักจากการปรากฏตัวในช่อง YouTube ของคุณแก้มบุ๋ม (@kambumofficial
) เมื่อปี พ.ศ. 2565 จากคลิปบุกบ้านแฟน พาไปดูรถสุดหวงราคา 50 ล้าน!ที่มียอดวิวกว่า 2.6 ล้านวิว เป็นไวรัลจนทำให้พี่พีทกลายเป็นที่รู้จักและถูกพูดถึงบนสื่อออนไลน์มากขึ้น หลังจากนั้นพี่พีทจึงเริ่มเข้าสู่วงการคอนเทนต์ครีเอเตอร์อย่างจริงจัง เริ่มถ่ายคลิปลง YouTube และไลฟ์ใน TikTok จนกระทั่งเป็นกระแสถูกพูดถึงอีกครั้งหลังจากเผยแพร่คลิปสัมภาษณ์คุณพ่อ (ศ.ดร.นายแพทย์เฉลิม หาญพาณิชย์) เรื่องการทำธุรกิจโรงพยาบาล ทำให้หลายๆ คนเพิ่งรู้ว่า พี่พีทยังมีอีกหนึ่งบทบาทสำคัญ นั่นก็คือ การเป็นผู้บริหารโรงพยาบาล ซึ่งทำมานานกว่า 10 ปีแล้วและตอนนี้เราจะพาทุกคนไปรู้จักพี่พีทในพาร์ทของผู้บริหารโรงพยาบาลให้มากขึ้นกัน

Fact :

  • โรงพยาบาลเกษมราษฎร์ ก่อตั้งเมื่อปี พ.ศ.2527สาขาแรกตั้งอยู่ที่ย่านเพชรเกษม จึงใช้ชื่อว่า ‘โรงพยาบาลเกษมราษฎร์ บางแค’

  • ปัจจุบันโรงพยาบาลภายใต้การบริหารงานของ บริษัท บางกอก เชน ฮอสปิทอล จำกัด (มหาชน) มีทั้งหมด 15 สาขา แบ่งออกเป็นสาขาที่ประเทศไทย 14 สาขา และประเทศลาว 1 สาขาโดยแบ่งเป็น 4 แบรนด์โรงพยาบาล คือ โรงพยาบาลเวิลด์เมดิคอล, โรงพยาบาลเกษมราษฎร์ อินเตอร์เนชั่นแนล, โรงพยาบาลเกษมราษฎร์ และโรงพยาบาลการุญเวช

เส้นทางการเตรียมตัวเป็นผู้บริหารโรงพยาบาล

พี่พีทเกิดและเติบโตมาจากครอบครัวที่มีทั้งคุณพ่อและคุณแม่เป็นหมอ ทำธุรกิจโรงพยาบาลเอกชนชื่อดังที่หลายคนรู้จักในนาม ‘โรงพยาบาลเกษมราษฎร์’ โดยตั้งแต่เด็กได้มีโอกาสไปวิ่งเล่นและได้เห็นภาพการทำงานของคุณพ่อและคุณแม่อยู่ที่โรงพยาบาลเป็นประจำ ด้วยความที่คุณพ่อเป็นทั้งหมอและผู้บริหารควบคู่กันก็มักจะสอนให้ลูกทั้ง 3 คน เข้าใจว่าธุรกิจโรงพยาบาลไม่ได้มีแค่แพทย์ที่ทำงานเท่านั้น แต่ยังมีด้านอื่นๆ ที่เหมือนกับธุรกิจทั่วไป เช่น การตลาด การเงิน ฯลฯ ดังนั้น ครอบครัวจึงวางแผนมาให้ตั้งแต่ต้นว่าลูกต้องเรียนอะไรบ้าง เพื่อให้ครอบคลุมกับธุรกิจที่ทำ และปูทางให้แต่ละคนรับผิดชอบในแต่ละด้านตามความชอบและความถนัดของตัวเองซึ่งพี่สาวคนโต (พญ.พรลักษณ์ หาญพาณิชย์) มีความตั้งใจจะเรียนหมอตั้งแต่เด็กอยู่แล้ว พี่พีทชอบพูดคุยและเจอผู้คนจึงเลือกด้านบริหารและการตลาด ส่วนน้องสาวคนเล็ก (คุณพรสุดา หาญพาณิชย์) ที่ชอบตัวเลขก็ดูแลเรื่องเงินทั้งหมดของธุรกิจ

ตั้งแต่ประถมจนจบ ม.6 พี่พีทเรียนอยู่ที่โรงเรียนเซนต์คาเบรียล ในวัยนั้นพี่พีทเองก็ยังไม่ได้มีความฝันหรือมีความสนใจด้านไหนเป็นพิเศษ แต่รู้ว่าหลังเรียนจบต้องมาทำธุรกิจของที่บ้าน และด้วยความที่ผูกพันกับโรงเรียนมาถึง 12 ปี จึงตัดสินใจเรียนต่อที่มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยในเครือมูลนิธิเซนต์คาเบรียลแห่งประเทศไทย ในคณะการบริหารและการจัดการธุรกิจ สาขาการตลาด ทั้งระดับปริญญาตรีและปริญญาโท

คณะนี้เรียนเกี่ยวกับการวางแผนการตลาด การวิจัยการตลาด การส่งเสริมการขาย การพยากรณ์ยอดขาย การโฆษณา นโยบายผลิตภัณฑ์และราคา การตลาดสินค้าอุตสาหกรรม การจัดซื้อ การสร้างความพึงพอใจให้กับผู้บริโภค และการประยุกต์ทฤษฏีการตลาดในผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ

หลังจากนั้นจึงเรียนต่อปริญญาโทอีกหนึ่งใบที่หลักสูตรนานาชาติ สาขา Healthcare and Wellness Management (HWM) วิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดลซึ่งนับว่าเป็นหลักสูตรที่ตรงกับหน้าที่ของพี่พีทที่ต้องรับผิดชอบในอนาคต

หลักสูตรนี้เรียนเกี่ยวกับมาตรฐานต่างๆ ของโรงพยาบาล เช่น Joint Commission International (JCI) ระบบรองรับคุณภาพตามมาตรฐานสากลจากสหรัฐอเมริกา ที่ช่วยยกระดับคุณภาพของสถานที่ให้บริการ ทั้งในด้านความปลอดภัยของผู้ที่เข้ามาใช้บริการ การรักษาที่ถูกต้องและชัดเจน บุคลาการ (แพทย์ พยาบาล พนักงาน ฯลฯ) ตลอดจนด้านการให้บริการ รวมถึงทักษะการบริหารจัดการทั้งในระดับอุตสาหกรรมและระดับองค์กร โดยจะเน้นไปที่เรื่องระบบการดูแลสุขภาพ นโยบายด้านสุขภาพ และโครงสร้างสิทธิพื้นฐานในการรักษาพยาบาลของไทย เช่น สิทธิสวัสดิการการรักษาพยาบาลของข้าราชการ, สิทธิประกันสังคม และสิทธิหลักประกันสุขภาพ 30 บาท

โปรเจกต์แรกของการทำงาน ต้องทำให้คนจำชื่อโรงพยาบาลได้

ย้อนกลับไปหลังจากเรียนจบในวัย 26 ปี พี่พีทก็เข้ามาทำงานที่บริษัททันที วันแรกที่เข้ามาทำงานในฝ่ายการตลาด ด้วยความที่เป็นเด็กจบใหม่ไม่มีประสบการณ์การทำงานคุณพ่อจึงวางแผนให้ไปศึกษาโมเดลธุรกิจอยู่ที่โรงพยาบาลเกษมราษฎร์ อินเตอร์เนชั่นแนลฯ โดยมีผู้อำนวยการโรงพยาบาลเป็นที่ปรึกษาใช้เวลาเรียนรู้การทำงานอยู่ 2 ปี หลังจากนั้นจึงขยายสาขาในการดูแลเพิ่มขึ้น และได้ทำโปรเจกต์ต่างๆ ภายใต้ความรับผิดชอบของตนเอง

ในช่วงปีแรก ๆ ของการทำงานพี่พีทได้รับโจทย์ให้ทำโปรโมต ‘โรงพยาบาลเวิลด์เมดิคอล’ ให้เป็นที่รู้จักอย่างมากขึ้น ซึ่งเป็นงานแรกที่ท้าทายเป็นอย่างมาก เนื่องจากโรงพยาบาลเปิดให้บริการมา 3 ปีแล้ว แต่จากการสำรวจพบว่า แม้กระทั่งคนในพื้นที่ก็จำชื่อโรงพยาบาลไม่ได้ จากปัญหาดังกล่าวทำให้พี่พีทต้องประชุมกับทีมและคิดแผนงานโปรโมตให้กับโรงพยาบาล

จนกระทั่งเมื่อปี พ.ศ. 2560 ได้เปิดตัวแคมเปญ ‘The Best Job in Thailand’ ประกาศรับสมัครงานในตำแหน่งผู้สำรวจความสุขคนไข้ ที่มีเงินเดือนสูงถึง 1,000,000 ล้านบาท สัญญาจ้างเป็นเวลา 6 เดือน โดยความรับผิดชอบในการทำงาน คือ การพูดคุยกับคนทุกเช้าเพื่อสำรวจความสุขของคนไข้ และเขียนบรรยายประสบการณ์ดีๆ ผ่าน Facebook ตลอดระยะเวลา 6 เดือน โดยได้รับแรงบันดาลใจมาจากกรณีศึกษาที่พี่พีทเคยเรียน เป็นแคมเปญในปี พ.ศ. 2552 ที่มีชื่อว่า The Best Job in The World ของการท่องเที่ยวของรัฐควีนส์แลนด์ ประเทศออสเตรเลีย จึงนำมาประยุกต์ใช้กับการโปรโมตโรงพยาบาลในครั้งนี้

หลังจากที่เปิดตัวแคมเปญไป ผลตอบรับเป็นไปในทิศทางที่ดีมาก มีผู้สนใจสมัครเข้ามามากกว่า 10,000 คน อีกทั้งแคมเปญนี้ยังเป็นกระแสไวรัล จนทำให้โรงพยาบาลเริ่มเป็นที่รู้จักมากขึ้นทั้งในประเทศและต่างประเทศนับว่าเป็นอีกหนึ่งแคมเปญที่ข้ามข้อจำกัดในการทำโฆษณาโรงพยาบาลรูปแบบเดิม ๆ

การตัดสินใจและรับมือกับวิกฤตในฐานะผู้นำ

อย่างที่ทราบกันว่าช่วงวิกฤตโควิด-19 ที่ผ่านมา โรงพยาบาลห้องเต็มทุกที่ และจำนวนผู้ป่วยก็ไม่มีทีท่าว่าจะลดลง รัฐบาลจึงออกนโยบายให้นำโรงแรมมาทำเป็น Hospitel ซึ่งหลังมีประกาศออกมา พี่พีทในฐานะผู้นำของทีมก็รีบติดต่อโรงแรมที่รู้จักทันที แต่กว่าจะเปิดได้ก็ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะโรงแรมต้องปรับปรุงห้องเพื่อรองรับกับนโยบายของกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งแน่นอนว่ามีเรื่องของต้นทุนที่ต้องจ่าย ทำให้โรงแรมหลายแห่งไม่มั่นใจว่าการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวจะทันกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นหรือไม่

แต่สิ่งที่ทำให้ Hospitel เกิดขึ้นได้ เพราะพี่พีทลงมือทำและตัดสินใจด้วยตัวเองในทุกๆ ขั้นตอน ตั้งแต่คุยกับเจ้าของโรงแรม, ลงพื้นที่ดูแลหน้างาน, จัดหาบุคลากรและอุปกรณ์ทางการแพทย์ รวมถึงติดตามข่าวสารจากกระทรวงสาธารณสุข เพื่ออัปเดตนโยบายต่างๆ ให้กับเจ้าของโรงแรมทุกวัน จึงทำให้เจ้าของโรงแรมเกิดความมั่นใจและตัดสินใจเข้าร่วมด้วย ในตอนนั้นโรงพยาบาลในเครือ BCH เป็นโรงพยาบาลเอกชนแห่งแรกที่เปิด Hospitel ที่มีโรงแรมเข้าร่วมกว่า 100 แห่งรวม 25,000 เตียง รองรับผู้ป่วยได้มากที่สุดในประเทศไทย

เนื่องจากช่วงนั้นเป็นช่วงที่ไม่มีใครกล้าออกจากบ้าน แต่ผู้ป่วยโรคเรื้อรัง เช่น เบาหวาน ความดัน ต้องพบหมอทุกเดือน รัฐบาลจึงออกนโยบายให้สามารถพบหมอออนไลน์ได้ ซึ่งโรงพยาบาลในเครือ BCH เองก็ปรับตัวให้มีการพบหมอออนไลน์ ประกอบกับคิดค้นบริการใหม่ที่ตอบโจทย์กับยุค New Normal มากขึ้น เป็นบริการที่หมอจะเข้าไปตรวจและให้การบริการนอกสถานที่ หรือที่บ้านโดยตรง เช่น ตรวจสุขภาพ เจาะเลือด ฉีดวัคซีน เป็นต้น แม้จะเป็นช่วงวิกฤตแต่ก็เป็นอีกประสบการณ์ที่ทำให้ได้โชว์ศักยภาพว่าโรงพยาบาลในเครือสามารถรับมือและแก้ไขปัญหาจนสามารถผ่านพ้นวิกฤตเหล่านั้นมาได้

จุดเด่นของ BCH คือให้บริการและรักษาครอบคลุมคนไข้ทุกกลุ่ม

พี่พีทบอกว่า โรงพยาบาลในเครือ BCH ไม่ได้เลือกให้บริการลูกค้าเฉพาะกลุ่ม แต่จุดเด่นของโรงพยาบาลในเครือ BCH คือ ให้บริการกลุ่มผู้ป่วยที่หลากหลายระดับ ทำให้ธุรกิจในเครือมีโรงพยาบาลตอบโจทย์การรักษาครอบคลุมทุกกลุ่มตั้งแต่คนไข้สิทธิประกันสังคม คนไข้เงินสด ไปจนถึงชาวต่างชาติเช่น พม่า จีน และอาหรับ เป็นต้น ซึ่งถือว่าเป็นโมเดลธุรกิจที่เจาะครบทุกตลาดเป็นเจ้าแรกๆ ของไทย

อย่างที่ทราบกันว่าประกันสังคมถือเป็นสวัสดิการขั้นพื้นฐานของคนทำงานที่ต้องได้รับซึ่งปัจจุบันโรงพยาบาลเอกชนหลายแห่งถอนตัวจากโครงการประกันสังคม แต่โรงพยาบาลในเครือ BCH ยังคงให้ผู้ใช้บริการสามารถใช้สิทธิได้ เนื่องจาก BCH เป็นโรงพยาบาลเครือข่ายที่รับผู้ป่วยประกันสังคมมากที่สุดในประเทศไทย โดยมีจำนวนผู้ประกันตนลงทะเบียนมากกว่า 1,000,000 ล้านราย หากถอนตัวจากโครงการประกันสังคมคนที่จะได้รับผลกระทบมากที่สุดก็คือ ผู้ประกันตนที่จะต้องหาโรงพยาบาลอื่นๆ ทดแทนเพื่อใช้สิทธิที่ตัวเองมีอยู่

ดังนั้น จึงเป็นเรื่องที่ดีกว่าหากผู้ใช้บริการมีสิทธิพื้นฐาน และโรงพยาบาลมีจำนวนโควตาผู้ประกันตนสิทธิประกันสังคมเพียงพอต่อการรักษาก็ควรที่จะรับผู้ใช้บริการกลุ่มนี้ไว้ทั้งนี้ โรงพยาบาลเครือ BCH เป็นโรงพยาบาลเอกชนเพียงไม่กี่แห่งที่แยกตึกผู้ป่วยประกันสังคมออกมา เพื่อให้บริการผู้ป่วยนอกได้รวดเร็วมากขึ้น ซึ่งตอบโจทย์กับที่ว่าโรงพยาบาลให้ความสำคัญกับผู้ป่วยในทุกๆ ระดับ

ผู้บริหารโรงพยาบาล vs คอนเทนต์ครีเอเตอร์

ปัจจุบันพี่พีทสานต่อธุรกิจโรงพยาบาลของครอบครัวเข้าสู่ปีที่ 11 แล้ว และดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายการตลาด ควบคู่ไปกับการเป็นคอนเทนต์ครีเอเตอร์ภาพการทำงานและตัวตนที่ทุกคนเห็นผ่านหน้าจอในฐานะคอนเทนต์ครีเอเตอร์ เป็นเพียง 2 ใน 7 วัน เท่านั้น อีก 5 วันที่เหลือเขาต้องรับหน้าที่สำคัญในการบริหารโรงพยาบาลที่ต้องบอกว่าการทำงานไม่ได้เหมือนในละคร

บทบาทผู้บริหารโรงพยาบาลจะทำงานตั้งแต่วันจันทร์-ศุกร์ โดยจะเป็นการเข้าประชุมตามสาขาในกรุงเทพฯ วันละ 1 สาขาเพื่อคุยกับทีม วางแผนงานประจำสัปดาห์ และอัปเดตความคืบหน้าของโปรเจกต์ต่างๆ ที่เป็นส่วนหนึ่งในการขยายฐานลูกค้า และเพิ่มยอดขายของธุรกิจให้เติบโตขึ้นทุกปี นอกเหนือจากการตรวจสาขาที่ต้องทำเป็นประจำทุกสัปดาห์แล้ว ยังต้องรับมือกับวิกฤตต่างๆ ที่ผ่านเข้ามาอีกด้วย

ส่วนวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ก็แบ่งเวลามาทำงาน ‘คอนเทนต์ครีเอเตอร์’ โดย 1 เดือน จะถ่ายคลิปเพื่อเผยแพร่ลงช่อง YouTube ให้แฟนคลับและผู้ติดตามได้รับชม 4-6 คลิปต่อเดือนมีทีมงานคอยช่วยเหลือประมาณ 5-8 คน สำหรับจุดเริ่มต้นการทำ YouTube เดิมทีตั้งใจจะให้เป็นไดอารีความทรงจำเพื่อเก็บไว้ให้ลูกดูในอนาคตว่า ในช่วงวิกฤตโควิด-19 พ่อและแม่เคยผ่านเหตุการณ์อะไรมาบ้างเท่านั้น แต่เมื่อได้การตอบรับที่ดีจากผู้ชมจึงทำต่อมาเรื่อยๆ จนถึงปัจจุบัน ซึ่งกำลังจะเข้าสู่ปีที่ 2 ในการทำงานพาร์ทคอนเทนต์ครีเอเตอร์แล้ว

พี่พีทเผยว่า ทั้ง 2 งานที่ทำอยู่ทุกวันนี้แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง ทั้งเนื้องานและบุในการทำงาน การบริหารโรงพยาบาลจะเน้นไปที่การวางแผน คิดวิเคราะห์ หรือแก้ไขปัญหา เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ตามเป้าหมายที่วางไว้ส่วนงานคอนเทนต์ครีเอเตอร์จะมีความผ่อนคลายมากกว่า เน้นสร้างสรรค์สื่อที่มีความบันเทิงเป็นหลัก เพื่อให้ผู้ชมเกิดความสนุกสนานถึงทั้งสองงานจะต่างกันคนละขั้ว แต่พี่พีทก็ยังรู้สึกสนุก และมีความสุขกับการทำงานในทุกๆ วัน เพราะได้ในทำสิ่งที่ตัวเองชอบ และยังเป็นการเปิดประสบการณ์ใหม่ๆ ในชีวิต

จากไดอารีบันทึกความทรงจำ สู่จุดเปลี่ยนสำคัญของชีวิต

จากตอนแรกที่ตั้งใจจะถ่ายคอนเทนต์เพื่อบันทึกเรื่องราวต่างๆ เก็บไว้เป็นความทรงจำเท่านั้น แต่ผลตอบรับจากผู้ชมกลับดีเกินคาด จนเริ่มเป็นที่รู้จักมากขึ้นและกลายมาเป็นอีกหนึ่งอาชีพหลักในปัจจุบัน แต่ที่มากไปกว่านั้นคือ การตัดสินใจทำงานคอนเทนต์ครีเอเตอร์ในครั้งนี้ นำไปสู่จุดเปลี่ยนครั้งสำคัญในชีวิต เพราะพี่พีทได้ก้าวออกจาก Comfort Zone ของตัวเอง รวมถึงกล้าทำในสิ่งที่ไม่ถนัดเช่น ถ่ายแบบ ออกงานอีเวนต์ หรือให้สัมภาษณ์กับนักข่าว จนได้ค้นพบกับความชอบอีกหนึ่งอย่างในชีวิตซึ่งนับว่าเป็นประสบการณ์ใหม่ของพี่พีท เกิดเป็นความรู้สึกที่ดีและภูมิใจในตัวเองที่กล้าทำในสิ่งที่ไม่เคยคิดจะทำมาก่อนในชีวิต

และถึงแม้ว่าการทำงานสองอาชีพไปพร้อมกัน จะต้องแลกมาด้วยการไม่มีวันหยุดพักผ่อนแต่ทั้งสองงานต่างก็ส่งเสริมและสนับสนุนซึ่งกันและกันได้เป็นอย่างดี เพราะงานคอนเทนต์ครีเอเตอร์ก็เป็นอีกหนึ่งช่องทางในการประชาสัมพันธ์ธุรกิจที่ทำอยู่ไปด้วย จึงทำให้พี่พีทมองเห็นว่าน่าจะเป็นโอกาสที่ดีในการขยายธุรกิจใหม่ ได้เปิด บริษัท แก้มพีทโปรดักชั่น จำกัด ในปี พ.ศ. 2566 เพื่อผลิตวิดีโอคอนเทนต์ด้านไลฟ์สไตล์ บนสื่อสังคมออนไลน์อย่างเต็มรูปแบบ

ฝากถึงน้องๆ วัยเรียนชาว Dek-D.com

หลายครั้งที่มีโอกาสได้ไปแนะแนวพี่พีทมักจะเจอกับคำถามที่ว่า จะรู้ได้อย่างไรว่าตัวเองชอบ หรือในอนาคตตัวเองต้องไปทำอะไร สำหรับคนที่มีความฝันตั้งแต่เด็กว่าอยากทำอะไร ก็ถือเป็นเรื่องที่ดี เพราะมีเส้นทางที่ชัดเจน แต่กลุ่มที่อยากให้คำแนะนำคือกลุ่มที่ตอนนี้ยังไม่มีความชอบด้านไหนเป็นพิเศษและยังไม่รู้ว่าจะไปทำอะไร อยากให้เริ่มต้นจากสิ่งที่ถนัด หรือชอบก่อน ลองทำไปสักระยะเวลาหนึ่งแล้วดูว่าสิ่งนี้ตอบโจทย์กับตัวเองไหม ถ้าไม่ใช่ก็เปลี่ยนใหม่แต่พยายามทำงานที่ทำแล้วมีความสุข เพราะเราจะอยู่กับมันไปได้นาน และจะไม่รู้สึกเหมือนว่าทำงาน แต่รู้สึกเหมือนเราได้ใช้ชีวิต

จะเห็นได้ว่าไม่ว่าจะเป็นพาร์ทผู้บริหารโรงพยาบาล หรือคอนเทนต์ครีเอเตอร์ ต่างก็มีการทำงานที่เข้มข้นไม่แพ้กัน ถึงรูปแบบงานจะต่างกันสุดขั้วแต่พี่พีทสามารถบริหารจัดการทำให้ทั้งสองงานนี้ประสบความสำเร็จไปพร้อมกันได้ซึ่งหัวใจสำคัญในการทำงานคือ การมองทุกอย่างเป็นความสุขก่อนเสมอ แม้จะต้องเผชิญกับปัญหาหรืองานหนัก แต่ถ้าเลือกสร้าง Mindset ที่ดีต่อการทำงานตั้งแต่แรกก็จะสามารถบริหารทั้งชีวิต ธุรกิจที่มีอยู่ให้มีประสิทธิภาพได้อย่างยั่งยืน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...