บ้านอับดุลราฮิม ถนนพระราม 4 คือบ้านพักตากอากาศ สมัย ร.5
ผู้ที่ผ่าน ถนนพระราม 4 ย่อมสังเกตเห็นบ้านโบราณหลังหนึ่ง ตั้งอยู่ฝั่งเดียวกับ อาคาร อื้อจื่อเหลียง แต่ตรงข้ามกับสวนลุมพินี มีชื่อว่าบ้านอับดุลราฮิม
คำถามตามมาว่าใครคือเจ้าของบ้านโบราณงามสะดุดตาหลังนี้
ผมได้คำตอบจาก คุณพัลลภ ไทยอารี ประธานองค์การพุทธศาสนิกสัมพันธ์แห่งโลก (พ.ส.ล.) จึงขอเล่าต่อดังนี้
บ้านนี้เป็นบ้านของนายห้างอับดุลราฮิม เจ้าของห้างดัง สมัยรัชกาลที่ 5 ที่สร้างขึ้นเพื่อเป็นบ้านพักตากอากาศในย่านชานเมือง(ย่านพระราม4 สีลม สมัยนั้นคือชนบท) เพราะนายห้าง ไม่มีโอกาสเดินทางไปตากอากาศชายทะเล เช่นย่านหัวหินเป็นต้น เนื่องจากมีภารกิจมาก
ปัจจุบันบ้านและที่ดิน ตั้ง ณ เลขที่ 960 ถนนพระรามที่ 4 กลายเป็นทำเลทอง ในย่านธุรกิจของ กทม.
มีมูลค่านับหมื่นล้านบาท เป็นกรรมสิทธิ์ ของ สภากาชาดไทย
ผู้ที่มอบให้สภากาชาดไทย องค์การกุศลระดับชาติแห่งนี้คือคุณยายประชุม อับดุลราฮิม
ทายาท โดยชอบธรรม ของนายห้างอับดุลราฮิม นั่นเอง
พัลลภ ไทยอารี ประธานองค์การพุทธศาสนิกสัมพพันธ์แห่งโลก (พ.ส.ล.) เล่าว่าคุณยาย ประชุม หรือ นางสาว ประชุม อับดุลราฮิม มอบมรดกล้ำค่าให้ สภากาชาดไทย เมื่อ 3 ปีที่ผ่านมา ก่อนที่ คุณแผน วรรณเมธี จะกราบถวายบังคมลาออกจากเลขาธิการสภากาชาชาดไทย
และต่อมาตัวคุณแผนเอง ขอหยุดปฏิบัติหน้าที่จากตำแหน่งประธาน พ.ส.ล.เพราะอายุมาก (อายุ 101 ปี พ.ศ.2567)
พัลลภ ไทยอารี ผู้เล่าเรื่องนี้ บอกว่าตนมีส่วนเกี่ยวข้อง กับทั้ง 2 ฝ่าย คือ ขณะที่คุณแผน เป็นเลขาธิการสภากาชาดไทย และประธานองค์การพุทธศาสนิกสัมพันธ์แห่งโลก (พ.ส.ล.) นััน คุณพัลลภ เป็นเลขาธิการ พ.ส.ล
และคุณพัลลภ ยังมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับตระกูลอับดุลราฮิมในฐานะญาติ ทางฝ่ายบิดา คือเป็นหลานคุณยายประชุม อับดุลราฮิม เจ้าของมรดกอับดุลราฮิม นั่นเอง
คุณยายประชุม มีมรดก แต่ไม่มีทายาท (เป็นสาวโสด) มีความต้องการน้อมเกล้า น้อมกระหม่อมถวาย บ้านและที่ดิน ของตระกูลอับดุลราฮิม แด่สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี โดยตรง แต่มีอุปสรรคบางประการ เวลาจึงล่วงเลยมานานพอสมควร
ในกาลต่อมา มีทนายความท่านหนึ่ง ซึ่งเป็นเพื่อนกับ พัลลภ ไทยอารี เนื่องจากเป็นนักศึกษาธรรมศาสตร์ด้วยกัน เข้ามา เป็นผู้ดำเนินงาน จึงหารือกันและสรุปว่า การมอบกรรมสิทธิ์ที่ดินและบ้านอับดุลราฮิมให้สภากาชาดไทย เป็นความเหมาะสม เพราะ เท่ากับน้อมเกล้าน้อมกระหม่อม ถวายสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี
สมความตั้งใจของคุณยายประชุมที่มีมาแต่เดิม นั่นเอง
ความสำเร็จนี้ ถือว่าเป็นผลงานชิ้นโบว์แดง ของ คุณแผน วรรณเมธี เลขาธิการสภากาชาดไทย เมื่อ 3 ปีที่แล้ว
ที่ดินและทรัพย์สินของอับดุลราฮิมที่มอบให้สภากาชาดไทยนั้น มีประมาณ 10 ไร่มีอาคารสำนักงานให้เช่าสูง 34 ชั้น ชื่ออับดุลราฮิมเพลส ตั้งบนที่ดินผืนดินดังกล่าวด้วย
ส่วนอาคารหลังงาม เป็น อาคารโบราณทรงปั้นหยา สร้างมาแต่ พ.ศ 2450 ช่วงปลาย รัชสมัยรัชกาลที่ 5
ส่วนลักษณะบ้านเป็นอาคารไม้ ทรงมะนิลาหลังคาปั้นหยา
มุงหลังคาด้วยกระเบื้องว่าวสีขาวโครงสร้างชั้นล่างโบกปูน
ชั้นบนทั้งพื้นและฝาผนัง เป็นไม้
ด้านนอกทาด้วยสีเขียวของชาวมุสลิม มีมุก 2 ข้าง ยื่นออกมาคลุมด้วยหลังคาปีกนกใต้ถุนโล่งใช้เป็นที่นั่งเล่นพักผ่อนรับแขกได้ดี
ชั้นบนมีช่องระบายอากาศ บานเกร็ด
เหนือหน้าต่าง
หน้าจั่ว ประดับไม้ฉลุลวดลายอย่างละเอียดประณีตสวยงาม อันเป็นลักษณะสถาปัตยกรรมปลายสมัยรัชกาลที่ 5
เดิมทีนั้นบริเวณบ้านมีต้นจามจุรี ขนาดใหญ่หลายต้นเพื่อทำให้ร่มรื่น อากาศเย็นสบาย คุณยายประชุมเล่าว่า ต้นไม้ทำให้บ้านนี้มีอากาศบริสุทธิ์ โดยไม่ต้องไปแย่งกันหายใจที่สวนลุมกับใครเขา ซึ่งปัจจุบันต้นไม้ดังกล่าวถูกตัดไปแล้วและจัดสวนขึ้นมาใหม่ทำให้สะอาด โล่งตาไปอีกแบบ
ความที่ได้เ้รับการดูแลดี บ้านอับดุลราฮิม เคยได้รับรางวัลอาคารอนุรักษ์ดีเด่นประจำปี 2525 จากสมาคมสถาปนิกสยาม
มีหมายเหตุไว้ด้วยว่า บ้านหลังนี้เคยมีตำนานเป็นที่ตั้งบัลลังก์พิจารณาของศาลอาญากรุงเทพฯใต้ มีผู้พิพากษาเต็มองค์คณะ ทำการสืบพยานคุณยายประชุม เจ้าของบ้าน
นับว่าเป็นประวัติศาสตร์แห่งเหตุการณ์สำคัญ ที่ศาลออกมาตั้งบัลลังก์นอกศาลโดยใช้บ้านโจทก์แทนห้องพิจารณาในคดีดำเลขที่ 9687/43 เมื่อวันที่ 10 กันยายน 2544
บุญเกื้อ ปุสสะเทโว ทนายความ ที่รู้เรื่องนี้คนหนึ่ง เล่าว่าช่วงปี 2542 เคยมารับประทานอาหารที่บ้านนี้กับคุณยายประชุม ท่านพูดให้ฟังด้วยตัวท่านเองว่าท่านมีความประสงค์อย่างแรงกล้าที่จะถวายบ้านและที่ดิน ให้สมเด็จพระ กนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี
ดังนั้นการมอบใหั สภากาชาดไทย ก็เท่ากับ ทูลถวายแด่สมเด็จพระ กนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี โดยตรงนั่นเอง