โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

บ้านอับดุลราฮิม ถนนพระราม 4 คือบ้านพักตากอากาศ สมัย ร.5

The Better

อัพเดต 25 มิ.ย. 2567 เวลา 08.46 น. • เผยแพร่ 25 มิ.ย. 2567 เวลา 08.37 น. • THE BETTER
โดย…สมาน สุดโต

ผู้ที่ผ่าน ถนนพระราม 4 ย่อมสังเกตเห็นบ้านโบราณหลังหนึ่ง ตั้งอยู่ฝั่งเดียวกับ อาคาร อื้อจื่อเหลียง แต่ตรงข้ามกับสวนลุมพินี มีชื่อว่าบ้านอับดุลราฮิม

คำถามตามมาว่าใครคือเจ้าของบ้านโบราณงามสะดุดตาหลังนี้

ผมได้คำตอบจาก คุณพัลลภ ไทยอารี ประธานองค์การพุทธศาสนิกสัมพันธ์แห่งโลก (พ.ส.ล.) จึงขอเล่าต่อดังนี้

บ้านนี้เป็นบ้านของนายห้างอับดุลราฮิม เจ้าของห้างดัง สมัยรัชกาลที่ 5 ที่สร้างขึ้นเพื่อเป็นบ้านพักตากอากาศในย่านชานเมือง(ย่านพระราม4 สีลม สมัยนั้นคือชนบท) เพราะนายห้าง ไม่มีโอกาสเดินทางไปตากอากาศชายทะเล เช่นย่านหัวหินเป็นต้น เนื่องจากมีภารกิจมาก

ปัจจุบันบ้านและที่ดิน ตั้ง ณ เลขที่ 960 ถนนพระรามที่ 4 กลายเป็นทำเลทอง ในย่านธุรกิจของ กทม.

มีมูลค่านับหมื่นล้านบาท เป็นกรรมสิทธิ์ ของ สภากาชาดไทย

ผู้ที่มอบให้สภากาชาดไทย องค์การกุศลระดับชาติแห่งนี้คือคุณยายประชุม อับดุลราฮิม

ทายาท โดยชอบธรรม ของนายห้างอับดุลราฮิม นั่นเอง

พัลลภ ไทยอารี ประธานองค์การพุทธศาสนิกสัมพพันธ์แห่งโลก (พ.ส.ล.) เล่าว่าคุณยาย ประชุม หรือ นางสาว ประชุม อับดุลราฮิม มอบมรดกล้ำค่าให้ สภากาชาดไทย เมื่อ 3 ปีที่ผ่านมา ก่อนที่ คุณแผน วรรณเมธี จะกราบถวายบังคมลาออกจากเลขาธิการสภากาชาชาดไทย

และต่อมาตัวคุณแผนเอง ขอหยุดปฏิบัติหน้าที่จากตำแหน่งประธาน พ.ส.ล.เพราะอายุมาก (อายุ 101 ปี พ.ศ.2567)

พัลลภ ไทยอารี ผู้เล่าเรื่องนี้ บอกว่าตนมีส่วนเกี่ยวข้อง กับทั้ง 2 ฝ่าย คือ ขณะที่คุณแผน เป็นเลขาธิการสภากาชาดไทย และประธานองค์การพุทธศาสนิกสัมพันธ์แห่งโลก (พ.ส.ล.) นััน คุณพัลลภ เป็นเลขาธิการ พ.ส.ล

และคุณพัลลภ ยังมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับตระกูลอับดุลราฮิมในฐานะญาติ ทางฝ่ายบิดา คือเป็นหลานคุณยายประชุม อับดุลราฮิม เจ้าของมรดกอับดุลราฮิม นั่นเอง

คุณยายประชุม มีมรดก แต่ไม่มีทายาท (เป็นสาวโสด) มีความต้องการน้อมเกล้า น้อมกระหม่อมถวาย บ้านและที่ดิน ของตระกูลอับดุลราฮิม แด่สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี โดยตรง แต่มีอุปสรรคบางประการ เวลาจึงล่วงเลยมานานพอสมควร

ในกาลต่อมา มีทนายความท่านหนึ่ง ซึ่งเป็นเพื่อนกับ พัลลภ ไทยอารี เนื่องจากเป็นนักศึกษาธรรมศาสตร์ด้วยกัน เข้ามา เป็นผู้ดำเนินงาน จึงหารือกันและสรุปว่า การมอบกรรมสิทธิ์ที่ดินและบ้านอับดุลราฮิมให้สภากาชาดไทย เป็นความเหมาะสม เพราะ เท่ากับน้อมเกล้าน้อมกระหม่อม ถวายสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี

สมความตั้งใจของคุณยายประชุมที่มีมาแต่เดิม นั่นเอง

ความสำเร็จนี้ ถือว่าเป็นผลงานชิ้นโบว์แดง ของ คุณแผน วรรณเมธี เลขาธิการสภากาชาดไทย เมื่อ 3 ปีที่แล้ว

ที่ดินและทรัพย์สินของอับดุลราฮิมที่มอบให้สภากาชาดไทยนั้น มีประมาณ 10 ไร่มีอาคารสำนักงานให้เช่าสูง 34 ชั้น ชื่ออับดุลราฮิมเพลส ตั้งบนที่ดินผืนดินดังกล่าวด้วย
ส่วนอาคารหลังงาม เป็น อาคารโบราณทรงปั้นหยา สร้างมาแต่ พ.ศ 2450 ช่วงปลาย รัชสมัยรัชกาลที่ 5

ส่วนลักษณะบ้านเป็นอาคารไม้ ทรงมะนิลาหลังคาปั้นหยา

มุงหลังคาด้วยกระเบื้องว่าวสีขาวโครงสร้างชั้นล่างโบกปูน

ชั้นบนทั้งพื้นและฝาผนัง เป็นไม้

ด้านนอกทาด้วยสีเขียวของชาวมุสลิม มีมุก 2 ข้าง ยื่นออกมาคลุมด้วยหลังคาปีกนกใต้ถุนโล่งใช้เป็นที่นั่งเล่นพักผ่อนรับแขกได้ดี

ชั้นบนมีช่องระบายอากาศ บานเกร็ด

เหนือหน้าต่าง

หน้าจั่ว ประดับไม้ฉลุลวดลายอย่างละเอียดประณีตสวยงาม อันเป็นลักษณะสถาปัตยกรรมปลายสมัยรัชกาลที่ 5

เดิมทีนั้นบริเวณบ้านมีต้นจามจุรี ขนาดใหญ่หลายต้นเพื่อทำให้ร่มรื่น อากาศเย็นสบาย คุณยายประชุมเล่าว่า ต้นไม้ทำให้บ้านนี้มีอากาศบริสุทธิ์ โดยไม่ต้องไปแย่งกันหายใจที่สวนลุมกับใครเขา ซึ่งปัจจุบันต้นไม้ดังกล่าวถูกตัดไปแล้วและจัดสวนขึ้นมาใหม่ทำให้สะอาด โล่งตาไปอีกแบบ

ความที่ได้เ้รับการดูแลดี บ้านอับดุลราฮิม เคยได้รับรางวัลอาคารอนุรักษ์ดีเด่นประจำปี 2525 จากสมาคมสถาปนิกสยาม

มีหมายเหตุไว้ด้วยว่า บ้านหลังนี้เคยมีตำนานเป็นที่ตั้งบัลลังก์พิจารณาของศาลอาญากรุงเทพฯใต้ มีผู้พิพากษาเต็มองค์คณะ ทำการสืบพยานคุณยายประชุม เจ้าของบ้าน

นับว่าเป็นประวัติศาสตร์แห่งเหตุการณ์สำคัญ ที่ศาลออกมาตั้งบัลลังก์นอกศาลโดยใช้บ้านโจทก์แทนห้องพิจารณาในคดีดำเลขที่ 9687/43 เมื่อวันที่ 10 กันยายน 2544

บุญเกื้อ ปุสสะเทโว ทนายความ ที่รู้เรื่องนี้คนหนึ่ง เล่าว่าช่วงปี 2542 เคยมารับประทานอาหารที่บ้านนี้กับคุณยายประชุม ท่านพูดให้ฟังด้วยตัวท่านเองว่าท่านมีความประสงค์อย่างแรงกล้าที่จะถวายบ้านและที่ดิน ให้สมเด็จพระ กนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี

ดังนั้นการมอบใหั สภากาชาดไทย ก็เท่ากับ ทูลถวายแด่สมเด็จพระ กนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี โดยตรงนั่นเอง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...