โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

รู้จัก 3 นักสืบดีเด่นปี 67 สัมผัสวิถี 'หมาล่าเนื้อ' ผู้ทำงานปิดทองหลังพระ

มติชนสุดสัปดาห์

อัพเดต 23 ก.ค. 2567 เวลา 13.55 น. • เผยแพร่ 23 ก.ค. 2567 เวลา 13.55 น.

บช.น.ได้ประกาศผลการคัดเลือกตำรวจสายงานสืบสวน ปี 2567

เป็นรายชื่อเฟ้นหาจากที่ประชุม มี พล.ต.ต.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รอง ผบช.น. เจ้าของฉายา “อาจารย์นพ จบทุกจ๊อบ” ดูแลรับผิดชอบงานสืบสวนนั่งหัวโต๊ะ คู่กับ พล.ต.ต.พลฑิต ไชยรส รอง ผบช.น.

พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.บช.น. ฉายา “โคนัน นครบาล” พ.ต.อ.นฤพนธ์ ธนกฤตานนท์ รอง ผบก.อก.บช.น., รอง ผบก.น.1-9 เข้าร่วม

สำหรับอาจารย์นพ มองว่าตำรวจสายสืบสวนทำงานเสมือนเป็นผู้ปิดทองหลังพระ ทำหน้าที่สืบสวนหาข้อเท็จจริงมาให้กับประชาชน และติดตามผู้กระทำความผิดมาลงโทษ

รางวัลนี้ถือว่าการันตีการทำงาน การทำความดี เป็นที่ประจักษ์ต่อสังคม

ระดับ ผกก.สายงานสืบสวนดีเด่น อันดับที่ 1 พ.ต.อ.วิชัย สนสกุล ผกก.สส.บก.น.1 นรต.รุ่น 47 คนรู้จักเรียก “เข้”

“ผกก.เข้” เริ่มต้นเป็นพนักงานสอบสวนที่ สน.ราษฎร์บูรณะ ชอบงานนี้มากถือเป็นมือดีทำสำนวน จนได้ 2 ขั้น

แล้วมีจุดหักเห เป็นหนึ่งใน 30 นักสืบ ผ่านการอบรม โครงการ 30 นักสืบที่ดีที่สุดของกรมตำรวจ เมื่อปี 2539

ขณะนั้นมี พล.ต.ท.โสภณ วาราชนนท์ เป็น ผบช.น. โดยมีหัวหน้าครูฝึกคนสำคัญ พ.ต.ท.ปรีชา ธิมามนตรี และ พ.ต.ท.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ยศขณะนั้น

และมีเพื่อนร่วมรุ่น อาทิ ร.ต.อ.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ร.ต.อ.ทินกร รังมาตย์ ร.ต.ท.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ และ ร.ต.ท.ประพันธ์ศักดิ์ ประสานสุข เป็นต้น

จนถึงขณะนี้อยู่ในเส้นทางนักสืบสะสมประสบการณ์มากว่า 26 ปี

ผลงานที่ได้รับรางวัล “บุกทลายแก๊งไข่หวง” จับ 4 เจ้าพ่อยาเสพติดไต้หวัน หนีหมายจับจากประเทศตัวเองมากบดานที่ไทย ใช้เป็นฐานส่งยาเสพติดกลับไปจำหน่ายในไต้หวัน

เริ่มต้นได้เบาะแสจากสายข่าวมาเล่าให้ “ผู้การจ๋อ” พล.ต.ต.ธีรเดชทราบ หลังจากนั้นจัดทีมแกะรอยอยู่ 3 เดือน

พบว่า ผู้ต้องหาใช้หมู่บ้านหรูย่านร่มเกล้า-ลาดกระบัง ราคาหลังละ 30 ล้านบาท เป็นแหล่งบัญชาการ สั่งยาจากเพื่อนบ้านมาพักที่ไทยก่อนจะส่งต่อไปที่ไต้หวัน

แล้วมีการสั่งซื้อเพลาเป็นลักษณะท่อเหล็กมา 17 แท่ง เพื่อบรรจุยาเสพติดข้างใน จนชัวร์ว่ามียาเสพติด

จึงขอหมายค้น นำมาสู่ปฏิบัติการบุกทลายแก๊งไขหวงในที่สุด

ถือเป็นปีทองของการทำงาน นอกจากได้รางวัลสอบสวนดีเด่นอันดับหนึ่งแล้ว ยังคว้าโล่ปราบปรามยาเสพติดดีเด่นของ ป.ป.ส.ด้วย

คติในการทำงาน “ทำทุกวันให้ดีที่สุด”

สําหรับรองผู้กำกับการสายงานสืบสวน อันดับที่ 1 พ.ต.ท.นิธิ ปิยะพันธุ์ รอง ผกก.วิเคราะห์ข่าวฯ บก.สส.บช.น. นรต.รุ่น 65 หรือ “รองเปา”

ผลงานที่แจ้งเกิดมีหลายคดี อาทิ คดียิงครูเจี๊ยบ-น้องหลอด, กลุ่มจีนเทาตู้ห่าว เป็นต้น

บุคลิกภาพเป็นนักสืบสายบุ๋น สะสมชั่วโมงบิน 9 ปี ทำงานอยู่ในทีม “อาจารย์นพ” เป็นส่วนใหญ่ ถึงไม่แปลกใจยกให้ พล.ต.ต.นพศิลป์ เป็น “ไอดอล” ของการทำงาน

“รองเปา” บอกว่าทำงานสายนี้ต้องเป็นคนช่างสังเกต มีไหวพริบปฏิภาณ ทุ่มเท เสียสละเวลาส่วนตัว เพราะว่างานสืบสวนต้องทำงานต่อเนื่อง รวดเร็ว และเวลาไม่แน่นอน

ที่สำคัญทีมเวิร์ก เพราะนักสืบเก่งคนเดียวไม่ได้ ต้องระดมสมองช่วยกันคิด ช่วยกันทำ และพร้อมรับฟังความเห็นจากทีมงานไม่แบ่งชั้นยศ

และที่ได้รับการถ่ายวิทยายุทธ์จาก “ไอดอล” คือการจัดการความคิดเป็นระบบ มีตรรกะ การตั้งสมมติฐาน เข้าใจกฎหมาย และนำพยานหลักฐานเข้าสู่กระบวนการทางกฎหมายได้

“รองเปา” บอกว่า วงรอบการทำงานสืบสวน มีตั้งแต่รู้เรื่อง รู้ตัว จับกุม ดำเนินคดีได้ นักสืบส่วนใหญ่สนใจแค่การจับกุมตัวคนร้ายได้

แต่สิ่งสำคัญคือ คนร้ายต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมายได้ และศาลตัดสินลงโทษ

สำหรับคดียิงครูเจี๊ยบ-น้องหลอด ไฮไลต์คือ ทีม “รอง ผกก.นิธิ” แกะรอยจนเจอว่า 2 คนร้ายก่อเหตุขี่จักรยานยนต์มาที่ ต.โคกช้าง อ.บางไทร จ.พระนครศรีอยุธยา เพื่อเปลี่ยนสีรถและอำพรางตัว ก่อนที่จะหลบหนีไปทาง จ.สุพรรณบุรี

เมื่อทีมงานลงพื้นที่เจอจุดที่คนร้ายเปลี่ยนสีรถจักรยานยนต์ เป็นป่าหญ้าข้างทาง ใน ต.โคกช้าง อ.บางไทร จ.พระนครศรีอยุธยา เจอสีสเปรย์สีน้ำเงินและสีแดง

เพื่ออำพรางการติดตามตำรวจ แต่ในที่สุดไม่รอดพ้นสายตาเหยี่ยวนักสืบไปได้

สิ่งที่ยึดตลอดการเป็นนักสืบคือ ทำงานสั่งสมประสบการณ์ ทุ่มเท เสียสละเวลา, เรียนรู้-แสวงหาความรู้ใหม่ๆ วิธีการทำงานใหม่ๆ เทคโนโลยีใหม่ๆ ที่ช่วยในการทำงาน, เป็นครู-พัฒนาคนให้มีความรู้และทัศนคติที่ดีในการทำงานร่วมกันของนักสืบ มีองค์ความรู้ ทำงานอย่างมีมาตรฐาน และพัฒนาองค์กร-พัฒนาทีมงานสืบสวน เครื่องมือที่ช่วยในการสืบสวน เพื่อลดระยะเวลาการสืบสวน และทำงานอย่างมีมาตรฐาน

ส่วน สารวัตรสายงานสืบสวน อันดับที่ 1 พ.ต.ท.พิทักษ์ ศรีกะแจะ สว.กก.วิเคราะห์ข่าวฯ บก.สส.บช.น.

ยังเหลืออายุราชการ 2 เดือนกว่าๆ แต่ไฟทำงานมีเต็มเปี่ยม

ใช้วิธีการสืบสวนแบบเดินดิน สะกดรอยติดตาม ปลอมตัวเป็นส่วนใหญ่

หัวใจการทำงานคือความอดทน เฝ้า คนร้าย มีสัญชาตญาณ “หมาล่าเนื้อ”

แต่เหนือสิ่งอื่นใดคือความเก๋า สร้าง “สตอรี่” เข้าถึงตัวคนร้ายเพื่อจับกุม

และบุคคลิกความเป็นผู้นำ สะท้อนจากคำพูดที่ว่า “ทุกเคสถ้าผมเข้าไป ถ้าเกิดอะไรขึ้น ผมขอเป็นก่อนคนอื่น”

ผลงานสะสม 15 ปี มีมาก แต่ที่โดนใจจนได้รับรางวัลคือ คดี “นายแบบตุ๋น”

เรื่องราวคือนายแบบชื่อดังหลอกให้คนมาเทรด Forex แลกเปลี่ยนเงินตราระหว่างประเทศ เงินเสียหาย 10 กว่าล้าน แล้วหลบหนีไปอังกฤษ จนถูกออกหมายจับ

ต่อมาชุดสืบของสารวัตรพบคนหน้าตาคล้ายผู้ต้องหา แต่แปลกใจทำไมมาโผล่ ทั้งๆ ที่ยังไม่เข้ามาในประเทศ จึงได้ติดตามวางแผนจับกุม

ผู้ต้องหาให้การว่า เมื่อปี 2565 ได้เดินทางไปอังกฤษ แต่คิดถึงบ้าน ทราบว่ามีหมายจับจำนวนมาก จึงติดต่อหญิงมาเลเซียที่อังกฤษ ให้เดินทางเข้ามาเลเซียแล้วเข้าไทยทางรถยนต์

สิ่งที่สารวัตรคิดตลอดในการทำงานคือ “เมื่อเราตั้งใจแล้วทำให้สำเร็จแล้วจะเกิดความภาคภูมิใจ”

เป็นมุมมอง วิธีคิด และการทำงานของ 3 นักสืบ

แต่เหนือสิ่งอื่นใด ขอยกคำพูด “อาจารย์นักสืบ” พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ที่ว่า “รางวัลของนักสืบ ไม่ใช่เรื่องของชั้นยศหรือสิ่งมีค่า แต่เป็นเรื่องความสำเร็จในการทำคดีและคืนความชอบธรรมให้กับผู้เสียหาย”

https://twitter.com/matichonweekly/status/1552197630306177024

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : รู้จัก 3 นักสืบดีเด่นปี 67 สัมผัสวิถี ‘หมาล่าเนื้อ’ ผู้ทำงานปิดทองหลังพระ

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichonweekly.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...