เปิดต้นแบบ "ตำรับยาแก้องคชาตตาย" ช่วยลดปัญหาเซ็กซ์เสื่อม
วันที่ 13 พฤษภาคม 2567 ภก.ศศิพงค์ ทิพย์รัชดาพร เภสัชกรชำนาญการพิเศษ รพ.พระอาจารย์ฝั้น อาจาโร จ.สกลนคร ให้สัมภาษณ์ความคืบหน้าการศึกษายาแก้องคชาตตาย ว่า จากการวิจัย ตำรับยาแก้องคชาตตาย ซึ่งเป็นชื่อในตำรับยาเกร็ด หมวดเวชศาสตร์ จากสมบัติเดิมของหอสมุดแห่งชาติ แก้อาการหรือภาวะเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ ที่คนโบราณใช้สมุนไพร 8 ชนิด เป็นส่วนประกอบ ได้แก่ ดีปลี ชะพลู พริกชี้ฟ้า ขิง ลูกจันทน์ กระวาน รากสะแก และกัญชา โดยสัดส่วนจะเป็นกัญชาถึง 50% และสมุนไพรอีก 7 ตัว ที่เหลือจะใช้สัดส่วนในอัตราเท่า ๆ กัน
จากนั้น นำมาบดเป็นผงผสมกับน้ำผึ้งปั้นเป็นยาลูกกลอน แต่ในการวิจัยมีได้นำมาทำในรูปแบบของแคปซูล ตามตำราให้รับประทานครั้งละ 1-1.5 กรัม วันละ 2 ครั้งก่อนอาหารเช้าและก่อนนอน ซึ่งพอเป็นแคปซูลก็จะให้รับประทานวันละ 2-3 แคปซูล
จากการวิจัยต้นแบบในกลุ่มตัวอย่าง 100 คน อายุ 25-70 ปี ซึ่งจะต้องมีการประเมินเรื่องการแข็งตัวขององคชาต ก่อนรับประทานยา หลังรับประทานยาดังกล่าว รวมถึงประเมินสถรรถภาพทางเพศโดยรวม ซึ่งมีคะแนนเปรียบเทียบตั้งแต่ 0-4 โดย 0 คะแนน หมายถึงไม่แข็งตัวเลย ตื่นมาตอนเช้าก็ไม่มีการขยายตัว, 1 คะแนน อวัยวะเพศมีการขยายตัว แต่ไม่แข็งตัว, 2 คะแนน อวัยวะเพศขยายตัว แข็งตัว แต่สอดใส่ช่องคลอดไม่ได้, 3 คะแนน อวัยวะเพศขยายตัว แข็งตัว สอดใส่ได้ แต่แข็งตัวไม่เต็มที่ และ 4 คะแนน องคชาตมีการแข็งตัว และสอดใส่ได้เต็มที่
“จากการติดตาม 1 เดือนพบว่า ส่วนใหญ่มีอาการดีขึ้น อย่างผู้ป่วยที่อวัยวะเพศไม่แข็งตัวเลย เมื่อรับประทานยาไป 2 สัปดาห์ถึง 1 เดือนอวัยวะเพศเริ่มขยายตัวขึ้น โดยเฉลี่ยแต่ละกลุ่มอาการจะเริ่มดีขึ้น ไต่ระดับจาก 0 คะแนน เป็น 1 คะแนน เป็นต้น” ภก.ศศิพงค์ ระบุ
ทั้งนี้ การศึกษาเฟสต่อไปที่จะติดตามผู้ป่วย 300 คนนั้น ขณะนี้ได้ทำเรื่องขอคณะกรรมการศึกษาวิจัยในมนุษย์แล้ว อยู่ระหว่างนำเสนอข้อมูลเพื่อของบประมาณ คาดว่าจะเริ่มศึกษาต่อเนื่องได้ในเดือนมิถุนายน 2567 ซึ่งข้อมูลจากการศึกษาวิจัยจะช่วยสนับสนุนว่า สามารถนำมาใช้เป็นอีกทางเลือกในการแก้ปัญหาเสื่อมสมรรถภาพทางเพศได้ ย้ำว่า การใช้ยาสมุนไพรไทย จะเน้นในเรื่องการปรับสมดุลธาตุทั้ง 4 ในร่างกาย ซึ่งอาจต้องใช้เวลา ไม่เหมือนกับยาแก้เสื่อมสมรรถภาพทางเพศแผนปัจจุบัน บางยี่ห้อที่กินแล้วดีขึ้นเลย แต่ต้องกินตลอด ซึ่งก็มีข้อควรระวัง อย่างผู้ป่วยโรคหัวใจและหลอดเลือด
สำหรับข้อควรระวังในการรับประทานยาแก้องคชาตตาย กลุ่มที่ไม่ควรรับประทานเลยคือ ผู้ป่วยโรคหัวใจ กลุ่มที่มีปัญหาเรื่องหลอดเลือด ผู้ป่วยที่รับประทานยาบางกลุ่ม เช่น ยากันชัก ยาขยายหลอดลม หรือกลุ่มที่มีโอกาสที่ยาจะไปตีกันกับยาแผนปัจจุบันต้องหลีกเลี่ยงในการใช้ ดังนั้น จึงต้องสั่งจ่ายยาโดยแพทย์หรือแพทย์แผนไทย ซึ่งต้องประเมินคนไข้เป็นรายๆ ไปว่า สามารถรับประทานได้หรือไม่ รวมถึงการตรวจค่าการทำงานของตับ ไต ก่อน ทั้งนี้ในกลุ่มที่รับประทานยานี้ จากการตรวจสอบไม่พบว่าค่าตับไตผิดปกติแต่อย่างใด ส่วนผลข้างเคียงของยา เนื่องจากตำรับยานี้เป็นสมุนไพรฤทธิ์ร้อน จึงอาจทำให้รู้สึกร้อนวูบวาบ ง่วงนอนจากฤทธิ์กัญชา เวียนศีรษะบ้าง แสบร้อนกลางอกบ้าง 1-2 ราย ขอย้ำว่า ตำรับยานี้อยู่ในขั้นการวิจัย ยังไม่มีการจำหน่าย จึงขอให้ประชาชนที่ประสบปัญหา อย่าไปหลงเชื่อมีผู้ไม่หวังดี เอาข้อมูลและภาพจาก รพ.ไปหลอกลวงขายยา ซึ่งอันตรายมาก