โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ยานยนต์

สะเทือนผู้บริโภค เปิด 2 สาเหตุที่ SUBARU และ SUZUK ยุติการผลิตรถยนต์ในไทย พร้อมเผยผลเสียถึง 3 มิติ!

สยามคาร์ - Siamcar

อัพเดต 14 มิ.ย. 2567 เวลา 12.50 น. • เผยแพร่ 14 มิ.ย. 2567 เวลา 06.55 น. • ทีมข่าวสยามคาร์
สะเทือนผู้บริโภค เปิด 2 สาเหตุที่ SUBARU และ SUZUK ยุติการผลิตรถยนต์ในไทย พร้อมเผยผลเสียถึง 3 มิติ!

ก่อนหน้านี้ ได้มีข่าวรายงานว่า 2 ค่ายรถยนต์ชื่อดัแย่าง SUBARU และ SUZUKI ตัดสินใจหยุดการผลิตรถยนต์ในไทยนั้น สร้างความฮืฮาให้กับตลาดรถยนต์ในไทยเป็นอย่างมาก ซึ่งล่าสุดทาง Krungthai COMPASS ได้ออกท่วิเคราะห์ 2 สาเหตุสำคัญที่ทำให้ทั้งตัดสินใจหยุดการผลิตดังกล่าว พร้อมประเมินกระทบภาพรวม

โดยวันที่ 13 มิถุนายน 2567 Krungthai COMPASS วิเคราะห์ว่า สาเหตุหลักที่ทำให้ค่ายรถยนต์ Subaru และ Suzuki ตัดสินใจหยุดสายการผลิตในไทยนั้น มาจาก 1) การทำตลาดที่ยากขึ้นกว่าในอดีต สะท้อนจากยอดขายและส่วนแบ่งตลาดที่ปรับตัวลงต่อเนื่องในระยะหลัง จากการที่ผู้บริโภคไทยให้ความสนใจรถยนต์สันดาปภายใน (ICE) ที่ลดลงต่อเนื่อง

ซึ่งเมื่อหันกลับมามองโมเดลรถยนต์ที่ทั้ง Subaru และ Suzuki ใช้ทำตลาดในไทย พบว่าล้วนมีแต่รถยนต์ ICE แทบทั้งนั้น ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่นำมาสู่ 2) ปัญหาการขาดทุนที่สะสมอย่างต่อเนื่อง โดย 5 ปีที่ผ่านมา (2562-2566) ค่ายรถยนต์ทั้ง 2 ต้องเผชิญกับผลขาดทุนสุทธิสะสมรวมกันถึง 3,781 ล้านบาท

ในเบื้องต้นประเมินว่า เฉพาะเหตุการณ์ครั้งนี้อาจกระทบภาพรวมยอดผลิตรถยนต์ไทยไม่มาก เนื่องจากทั้ง 2 ค่ายรถยนต์มีสัดส่วนการผลิตไม่สูงนัก โดยคาดว่าการผลิตรถยนต์ลดลงราว 6,500 คัน ในปี 2568 จากคาดการณ์เดิมที่ 1,800,000 คัน เหลือ 1,793,500 คัน

อย่างไรก็ดี นี่อาจเป็นสัญญาณเตือนแรกว่าอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยกำลังเผชิญกับความท้าทายครั้งใหญ่จากการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคยานยนต์ไฟฟ้า ซึ่งต้องจับตาต่อไปว่าจะมีค่ายรถยนต์รายอื่น ๆ ต้องหยุดสายการผลิตซ้ำรอยกับ Subaru และ Suzuki หรือไม่ เมื่อการแข่งขันจากยานยนต์ไฟฟ้ารุนแรงขึ้นต่อเนื่อง

ทั้งยังยังผลกระทบต่ออุตสาหกรรมยานยนต์ไทย แบ่งเป็น 3 มิติ ได้แก่

1.ยอดการผลิตรถยนต์ของไทย ในปี 2567 ว่ามีโอกาสหดตัว 4.6% มาอยู่ที่ 1.75 ล้านคัน ติดลบต่อเนื่องจากปีที่ผ่านมา สาเหตุหลักมาจากยอดขายรถยนต์ในประเทศถูกกดดันทั้งจาก กำลังซื้อที่อ่อนแอจากเศรษฐกิจที่เติบโตในระดับต่ำ และปัญหาหนี้เสียที่กดดันให้มาตรฐานการพิจารณาสินเชื่อมีความเข้มงวดขึ้น

2.ผลกระทบต่อ “ดีลเลอร์รถยนต์” ซึ่งการขายรถยนต์ถือเป็นรายได้หลักของดีลเลอร์คิดเป็นสัดส่วน 84% ของรายได้ทั้งหมด จึงมีความเสี่ยงที่รายได้ของดีลเลอร์ทั้ง 2 ค่ายรถยนต์อาจถูกกดดันหากการนำเข้าไม่ตอบโจทย์ผู้บริโภค ดังนั้น ตัวเลือกของดีลเลอร์อาจเป็นไปได้ทั้งการดำเนินการเป็นตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ให้ทั้ง 2 ค่ายต่อไป หรือ Diversify ไปเป็นดีลเลอร์ให้กับยานยนต์ค่ายอื่นๆ

3.ผลกระทบต่อ เต็นท์รถมือ 2 มีเต็นท์จำนวนไม่น้อยที่รับซื้อรถยนต์ซูบารุและซูซูกิมือ 2 ไว้ก่อนแล้ว การที่ผู้ผลิตปรับลดราคามือ 1 ลงจะยิ่งกดดันให้เต็นท์รถต้องปรับราคาลงเพื่อระบายของออกซึ่งอาจนำไปสู่กำไรที่แย่ลง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...