เปิดใจแล้วไม่ผิดหวัง! #รีวิวอินเดีย จากรุ่นพี่ทุน ASEAN เรียนฟรี ป.โท Nalanda University
สวัสดีค่ะน้องๆ ชาวDek-D สำหรับใครที่อยากเรียนต่อในประเทศที่มีความรุ่มรวยทางวัฒนธรรม ความหลากหลายสูง ระยะทางไม่ไกลจากไทย และใช้ภาษาอังกฤษสื่อสารในชีวิตประจำวัน "ประเทศอินเดีย"เป็นหนึ่งในประเทศที่ติ๊กถูกทุกข้อค่ะ วันนี้เรามีประสบการณ์เด็กนอกส่งตรงจาก"พี่ตาตั้ม"คนไทยที่ได้ทุนเต็มจำนวนไปเรียนต่อ Nalanda Universityเรียนกันยังไงบ้าง? บรรยากาศตอบโจทย์เรามั้ย? แล้วสมัครทุนอะไรถึงได้ไปเรียนฟรี? มาเก็บข้อมูลประกอบการตัดสินใจกันเลยค่ะ~
ทักทายผู้อ่าน
นมัสเต~ สวัสดีครับ ผมชื่อ "ตาตั้ม-ธีระพล สุทธินันท์"เรียนจบวิทยาศาสตร์การกีฬา จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (รหัส 49) และนิติศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยรามคำแหง (รหัส 50) ได้ ASEAN SCHOLARSHIPมาศึกษาต่อด้านสิ่งแวดล้อมที่ School of Ecology and Environment Studies (SEES)ซึ่งเป็นคณะแรกของมหาวิทยาลัยนาลันทาครับ
รู้จัก Nalanda University กันก่อน
ก่อตั้งขึ้นในปี 2014 เป็นมหาวิทยาลัยนานาชาติที่หลายประเทศสนับสนุนเพื่อฟื้นฟู Ruins of Nalanda University หรือ Nalanda Mahavihara เมื่อศตวรรษที่ 5-13 แต่ตั้งอยู่ห่างกันประมาณ 25 กิโลเมตรครับ สำหรับ Nalanda University ที่ผมเรียนจะตั้งอยู่ในเมืองราชคฤห์ รัฐพิหาร ประเทศอินเดีย อธิการบดีคนแรกของมหาวิทยาลัยคือ อมรรตยะ เสน ผู้ชนะรางวัลโนเบลในสาขาเศรษฐศาสตร์
มหาวิทยาลัยนี้เปิดสอน ป.โท และ ป.เอก หลายสาขาดังนี้ครับ
- MSc in Ecology and Environment Studies*ผมเรียนสาขานี้
- MA in Hindu Studies (Sanātana Dharma)
- MA in World Literature
- MBA in Sustainable Development and Management (With an Exit Option after 1 Year with Diploma)
- MA in Historical Studies
- MA in Buddhist Studies, Philosophy and Comparative Religions
ทำไมถึงเลือกสมัคร?
ตอนที่สมัครผมตั้งใจว่าจะมาเรียนรู้การใช้ชีวิตในต่างแดนควบคู่กับวิชาการครับ ในปีเดียวกันและปีก่อนๆ ผมมีได้ทุนไปเรียนต่อหลายที่ เช่น รัสเซีย ไต้หวัน เยอรมนี รวมถึงในไทยด้วย แต่พอมาชั่งน้ำหนักคิดว่ามหาวิทยาลันนาลันทาตอบโจทย์ผมที่สุด ทั้งตรงเป้าหมายที่วางไว้ และทำให้มีเงินเหลือพอช่วยเหลือคุณพ่อและญาติๆ ได้ครับ
จริงๆ ผมเคยไปเยี่ยมชมบางมหาวิทยาลัยในอินเดียมาบ้าง ผมกับเพื่อนๆ เห็นตรงกันว่าสิ่งอำนวยความสะดวกพร้อม น่าอยู่ และคุณภาพการศึกษาดีแม้แต่ท่านประธานาธิบดีและท่านรองฯ ก็เคยมาเยือนมหาวิทยาลัย และยังเคยเชิญนักศึกษาของเราไปเยี่ยมที่ทำเนียบด้วย เหตุผลที่ ม.นี้สำคัญ เนื่องจากมีประเทศสมาชิกที่เข้าร่วมการประชุมสุดยอดเอเชียตะวันออกที่ลงนามข้อตกลงระหว่างรัฐบาลเพื่อสนับสนุนการจัดตั้งมหาวิทยาลัยนาลันทา ได้แก่ ออสเตรเลีย บังคลาเทศ ภูฏาน บรูไนดารุสซาลาม กัมพูชา จีน อินเดีย อินโดนีเซีย ลาว มอริเชียส พม่า นิวซีแลนด์ โปรตุเกส สิงคโปร์ เกาหลีใต้ ศรีลังกา ไทย และเวียดนาม
หลังจากเข้ามาเรียนแล้ว ผมค้นพบว่าเป็นการตัดสินใจที่ไม่ผิดเลยครับ ทั้งวิชาการที่เข้มข้น การแบ่งปันและเห็นอกเห็นใจผู้อื่น การเอาตัวรอด การทันคน การฝึกไหวพริบ การวางแผนการเดินทาง การเงิน และวัฒนธรรมของทำให้ผมประทับใจมากๆ
*พาร์ตต่อไปผมจะขอคั่นด้วยขั้นตอนการสมัคร การเตรียมตัวต่างๆ ก่อนไปรีวิวประสบการณ์ที่เจอตอนไปเรียนที่อินเดียนะครับ
เปิดโพรไฟล์ & รีวิวสมัครเรียน
และข้อควรรู้สำหรับการเตรียมตัว
- ม.ปลาย เรียนจบแผนไทย-สังคม เกรดเฉลี่ยสะสม 3.38 จากโรงเรียนโพธิสารพิทยากร
- ปริญญาตรี คณะวิทยาศาสตร์การกีฬา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (รหัส 49) เกียรตินิยม และคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง (รหัส 50) เกียรตินิยม
- อื่นๆ เช่น รางวัลนิสิตดีเด่นแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ปี 2554, รางวัลเยาวชนผู้มีความประพฤติดี จากพุทธสมาคมแห่งประเทศไทย, ประธานฝ่ายวิชาการของคณะวิทยาศาสตร์การกีฬาฯ จุฬา ฯ, ประธานจุฬา ฯ วิชาการของคณะ ฯ, รางวัลบทความวิชาการที่ได้รับรางวัลพระราชทาน (ทุนภูมิพล), รางวัลบทความวิชาการจาก ปปช, ประสบการณ์การทำงานด้านกฎหมาย รวมทั้งกิจกรรมที่เคยทำ เช่น ค่ายศิลปะเพื่อมวลมนุษย์ ค่าย Water Hack ของ Hackathon Thailand ค่ายธรรมะของพุทธสมาคมแห่งประเทศไทย ฯลฯ
สำหรับผมได้ทุนเต็มจำนวน ASEAN Scholarshipครอบคลุมทุกอย่างตั้งแต่ค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปกลับครั้งเดียว (รวมค่าตั๋วเครื่องบิน) ค่าธรรมเนียมที่เกี่ยวข้องกับการศึกษาค่าสมัคร ค่าเล่าเรียน ค่าประกันสุขภาพ ประกันอุบัติเหตุ และที่พักอาศัย นอกจากนี้ยังมอบค่าใช้จ่ายรายเดือนให้โดยเงินดังกล่าวจะถูกหักเป็นค่าอาหาร และอื่นๆ เหลือเท่าไหร่ก็จะถูกโอนเข้าบัญชีธนาคารที่นักศึกษาเปิดบัญชีในอินเดียไว้ (เมื่อมาศึกษาที่มหาวิทยาลัย เขาจะเปิดบัญชีให้กับนักศึกษาทุกคน) ซึ่งเงินส่วนนั้นผมว่าเพียงพอต่อค่าใช้จ่าย เพราะค่าครองชีพไม่สูงครับ
สำหรับเพื่อนๆ ที่มาเรียนต่อ มีหลายทุนเลยครับ สรุปมาคร่าวๆ มีดังนี้ (เงื่อนไขผู้สมัครแตกต่างกัน)
- Nalanda University Scholarship for International Students Merit Scholarship
- ICCR Scholarshipprovided through ICCR portal for all countries
- ASEAN Scholarshipfor students from ASEAN countries
- BIMSTEC Scholarshipfor students from BIMSTEC countries
- Thailand Scholarshipfor students of Thailand to study Buddhist Studies
- Study in India Programme, Prof. Sunaina Singh Merit Scholarship for Students from all countries
- Shri Narsingrao Pimple Scholarship
- Smt Saraswati Narsingrao Pimple Scholarship
- Prof. Pyong Rae Lee Scholarship for Buddhist Studies
ขั้นตอนสมัครเรียน (ทำควบคู่กับการสมัครทุน)
- ขั้นตอนที่ 1: ส่งใบสมัครที่กรอกเรียบร้อยแล้วผ่านทางพอร์ทัลออนไลน์ของมหาวิทยาลัย https://online.nalandauniv.edu.in/
- ขั้นตอนที่ 2: เข้าร่วมการสัมภาษณ์ออนไลน์กับคณาจารย์ของโปรแกรม/โรงเรียนที่สมัคร
- ขั้นตอนที่ 3: คณะกรรมการรับเข้าศึกษาของมหาวิทยาลัย Nalanda จะส่งรายชื่อนักศึกษาที่รับเข้าศึกษาในโปรแกรมต่างๆ ให้กับคณะกรรมการทุนการศึกษาของมหาวิทยาลัย
- ขั้นตอนที่ 4: การพิจารณาวุฒิการศึกษา SOP (Statement of Purpose), Letter of Recommendation และผลการสัมภาษณ์ คณะกรรมการทุนการศึกษาจะเตรียมรายชื่อผู้สมควรที่จะได้รับทุนและมอบทุนการศึกษาอาเซียนให้กับนักเรียนที่ได้รับรางวัล ในสัปดาห์ที่ 3 ของเดือนมิถุนายน และนักศึกษาที่ได้รับการคัดเลือกจะได้รับจดหมายทุนการศึกษาผ่านทางอีเมลครับ
หากเพื่อนๆ สนใจสอบถามเพิ่มเติมเกี่ยวกับขั้นตอนการสมัครหรือทุนการศึกษา สามารถติดต่อได้ที่ NU International Admissions : Foreignstudents@nalandauniv.edu.in
เมื่อมาถึงอินเดียแล้วต้องทำอะไรบ้าง?
ฝ่ายกิจการนักศึกษาจะมีเอกสารให้นักศึกษาทุกคนไปลงทะเบียน “FRRO”(Foreigners Registration Office-FRO) ภายใน 15 วันที่เดินทางมาถึงอินเดียครับ
เอกสารที่ต้องใช้ประกอบการลงทะเบียน ได้แก่ หนังสือจากมหาวิทยาลัย (จดหมาย) พาสปอร์ตและวีซ่า ตัวจริงและสำเนา รูปภาพสีขนาด 2 นิ้ว หลังจากไปรายงานตัวแล้วนักศึกษาทุกคนจะได้รับใบรับรองทางออนไลน์ตามอีเมลที่แจ้งไว้ครับ
แนะนำการเตรียมตัวด้านอื่นๆ
ภาคการเรียนที่ 1 จะเริ่มในเดือนสิงหาคม และโดยปกติมหาวิทยาลัยจะไม่รับนักศึกษาในเทอมที่ 2
แต่ละหลักสูตรใช้ระยะเวลาเรียน 2 ปี (สำหรับปริญญาโท) และ 4 ปี (สำหรับปริญญาเอก)
เพื่อนๆ ควรเตรียมการเดินทางด้วยตนเอง และเมื่อมาถึงมหาวิทยาลัยให้ส่งใบเสร็จรับเงินค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ที่เป็นตัวต้นฉบับไปที่ฝ่ายกิจการนักศึกษาเพื่อเบิกเงินคืน (เช่น Boarding pass)
สนามบินที่ใกล้ที่สุดคือสนามบินนานาชาติกายา (GAY) - 70 กม. จากมหาวิทยาลัย (ถ้าเดินทางโดยรถสาธารณะจากมหาวิทยาลัยทั้งหมด 4 ต่อ ประมาณ 4 ชั่วโมง แต่หากจ้าง Taxi จะอยู่ที่ 2,500 รูปี) และสนามบินปัฏนา Jay Prakash Narayan (PAT) - 100 กม. (ถ้าเดินทางโดยรถสาธารณะจากมหาวิทยาลัยทั้งหมด 3 - 4 ต่อ ประมาณครึ่งวัน แต่หากจ้าง Taxi จะอยู่ที่ 3,000 รูปี
ก่อนเดินทางมาศึกษาให้แชร์แผนการเดินทางกับฝ่ายกิจการนักศึกษา: Studentaffairs@nalandauniv.edu.inและสำนักงานนักศึกษาต่างชาติ Foreignstudents@nalandauniv.edu.in
สำหรับการขอวีซ่าให้ส่งจดหมายตอบรับ จดหมายทุนการศึกษา (กรณีได้ทุนนะครับ) และค่าธรรมเนียมแรกเข้าที่ชำระ (ถ้ามี) โดยไปติดต่อที่ศูนย์รับยื่นคำร้องขอวีซ่า บริษัท VFS Global ชั้น 8 และชั้น 28 ที่อาคารเทรนดี้ เท่านั้นครับ (เคยหลงไปที่อาคารจามจุรีแล้วเขาบอกว่าถ้าอินเดียให้มาที่อาคารเทรนดี้ครับ) เสียเงินค่าวีซ่าประมาณ 3,000 กว่าบาท ซึ่งค่าธรรมเนียมวีซ่าจะไม่รวมอยู่ในทุนนี้
เมื่อมาถึงที่มหาวิทยาลัย ให้ยื่นใบสำเร็จการศึกษาระดับมัธยม มหาวิทยาลัย และใบผลการศึกษา (เกรดเฉลี่ย) ใบรับรองต้นฉบับและใบรับรองที่แปลเป็นภาษาอังกฤษมาเพื่อการตรวจสอบในเวลาปฐมนิเทศ นอกจากนี้ให้นำชุดประจำชาติและธงชาติมาด้วยครับ
ทุกครั้งที่ออกนอกมหาวิทยาลัย นักศึกษาต้องเซ็นชื่อหน้าหอพักและที่ประตูใหญ่ของมหาวิทยาลัย แต่หากเดินทางไปที่ไกลๆ หรือค้างคืน ต้องกรอกแบบฟอร์มขออนุมัติจากคณบดีของตน ฝ่ายกิจการนักศึกษา และผู้ดูแลหอพัก และนักศึกษาต้องกลับมาอยู่ที่หอพักก่อน 10:00PM หากเกินจากเวลานี้จะต้องลงชื่อในสมุดเวลาเข้าหอด้วย
สิ่งอำนวยความสะดวกของมหาวิทยาลัยมีรถบัสบริการรับ-ส่งในมหาวิทยาลัยไปตามจุดต่างๆ และมีรถบัสบริการพอไปตลาดทุกวันพุธเวลา 6:00PM และเดินทางกลับเวลา 8:00PM ในมหาวิทยาลัยยังมีสิ่งอำนวยความสะดวกพร้อมให้เราผ่อนคลายทำสิ่งที่ชอบ เช่น สนามกีฬา ฟิตเนสขนาดใหญ่ สระว่ายน้ำ แบดมินตัน เทนนิส เทเบิลเทนนิส กรีฑาลู่-ลาน สนามฟุตบอล ลานกีฬาคริกเกต
อากาศผมว่ากำลังดีเลยหน้าหนาวประมาณ 5-20 องศา ส่วนหน้าร้อนประมาณ 25-40 องศา และค่าฝุ่น PM 2.5 ที่เมืองราชคฤห์มีไม่มากครับ
การเรียนที่เปิดโลก สังคมที่อบอุ่น
และองค์ประกอบที่ทำให้ตกหลุมรัก
การเรียนเปิดกว้าง ส่งเสริมให้เราคิดและกล้าถ่ายทอดความคิดของตัวเองออกมาครับ จำได้ว่าวันแรกที่มาเรียน อาจารย์สอนโดยยกคำว่า'Evolution'ขึ้นมา จากนั้นให้นักศึกษาพูดคีย์เวิร์ดออกมาจนครบทุกคำ จากนั้นออกมาเรียบเรียงทั้งหมดแล้วอภิปรายในมุมมองของแต่ละคน แล้วอาจารย์จะเสริมความรู้และสรุป โดยที่ไม่ตัดสินว่าใครผิดหรือถูก
ถึงกิจกรรมมหาวิทยาลัยมีเกือบทุกสัปดาห์ วันหยุดประจำชาติ 3 วัน และวันหยุดของรัฐและวันสำคัญอื่นๆ อีกเยอะ แต่งานกับเปเปอร์ไม่มีแผ่ว และการทำเกรดก็ยากจนลืมไม่ลง อย่างตอนที่คะแนนกลางภาคออก วิชาที่ผมได้น้อยสุดคือคณิต (8 เต็ม 20) แต่พอรู้ว่าเพื่อนๆ คนอื่นๆ คะแนนอยู่ที่ประมาณนี้หรือน้อยกว่านี้แหละ เขาก็บอกเราว่าคะแนนของเราคือในระดับที่มนุษย์ปกติทำได้ครับ 555 ตอนนั้นผมเลยทำให้ดีที่สุดและพยายามมากขึ้นแบบไม่เครียดจนเกินไปครับ เกรดเฉลี่ยออกมาได้ 7.06 เต็ม 10 (สูงสุดของระบบคือ 10) ซึ่งเพื่อน ๆ บอกว่าเกรดดีมาก ๆ แล้ว
หน้าหลักสูตร Ecology & Environment Admissions 2024
รีวิวสังคมการเรียน
ผมประทับใจทั้งอาจารย์ เจ้าหน้าที่ และเพื่อนๆ ครับ ทุกคนคอยช่วยเหลือกันตลอด และด้วยความที่อาจารย์คอยเน้นย้ำตลอดว่า"ให้เรากล้าแสดงออก และจงออกไปใช้ชีวิตนอกมหาวิทยาลัยให้บ่อยที่สุด"ก็เลยเป็นที่มาของการที่เพื่อนๆ ชวนผมไปเที่ยวบ้านของพวกเขาในวันสำคัญต่างๆ เช่น เทศกาลทิวาลี เทศกาลโกนผมไฟ (Mundan ที่ Deoghar beside the Mayurakshi River) และกิจกรรมทุกวันหยุดในและรอบๆ มหาวิทยาลัย เช่น สังเกตธรรมชาติของนกในมหาวิทยาลัย เดินเขา เก็บขยะ Holi Festival กิจกรรมดนตรีและการแสดงของวัฒนธรรมอินเดีย เป็นต้น
ไม่ใช่แค่ในห้องเรียน แต่นอกรั้วมหาวิทยาลัยผมเองได้เพื่อนใหม่อีกเยอะ (นิยามว่าเพื่อนในที่นี้มีตั้งแต่อายุ 15 ไปจนถึง 70++) และทุกคนคือชอบคนไทยหมดครับ ให้การต้อนรับอย่างดี เพื่อนหลาย ๆ คนจะรู้จักอาหารไทย เพลง Money ของลิซ่า ธรรมชาติที่สวยงามของประเทศไทย และพัทยาครับ
อุปสรรคด้านภาษา
ทุกคนทั้งคนอินเดีย บังคลาเทศ อินโดนีเซีย เคนยา ไนจีเรีย โมซัมบิก ซิมบับเว ภูฏาน ตุรกี เซอร์เบีย อาร์เจนติน่า เวียดนาม กัมพูชา เนปาล ศรีลังกา กับอาจารย์และเจ้าหน้าที่ที่มหาวิทยาลัย แม้จะมาจากหลายชาติหลากภาษา ทุกคนจะสื่อสารเป็นภาษาอังกฤษทั้งหมด แต่สิ่งที่ท้าทายจริงๆ คือผมจะไม่ค่อยชินกับสำเนียงอังกฤษของเพื่อนๆ
ดังนั้นผมเลยปรับตัวโดยการพยายามฟังเพื่อนๆ และไปทำกิจกรรมกับพวกเขาบ่อยๆ บางครั้งถึงจะจับสำเนียงหรือสิ่งที่พวกเขาสื่อสารไม่ทัน แต่การที่เราตั้งใจฟังอย่างจริงใจ และการที่เรามอบความเห็นอกเห็นใจให้ทุกคน ทำให้พวกเขาเข้าใจและพร้อมช่วยเหลือเราด้วยเช่นกัน
หอพัก
หอพักทุกห้องติดแอร์มีฮีทเตอร์ และมีพัดลม 1 ห้องนอน นอนได้สองคนเป็นคนละเตียง มีอุปกรณ์ต่างๆ ทั้งโต๊ะอ่านหนังสือ เก้าอี้ ตู้เสื้อผ้าขนาดใหญ่ (ล็อคได้) ชั้นวางของ 6 ช่อง น้ำอุ่น น้ำเย็น ตู้กดน้ำดื่ม เครื่องซักผ้า ที่ตากผ้า โดยรวมคือดีมากครับ!
อาหาร
- เวลาที่โรงอาหารเปิดมี 3 มื้อคือ 8:00-9:30AM, 1:00-2:00PM, และ 8:00-9:00 PM และมีมื้อว่างด้วยตอน 5:30-6:30PM
- ในมหาวิทยาลัยมีร้านค้าต่างๆ และของกินเพียบเว็บไซต์มหาวิทยาลัย
. . . . . . . . . .
ประสบการณ์ครบรสชาติขนาดไหน
ให้ภาพช่วยเล่าเรื่องดีกว่าครับ!
Dhanyvaad धन्यवाद
ขอบคุณครับ