โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

นายกฯส่งเสริมใช้สิทธิ GSP เพิ่มข้อได้เปรียบส่งออก-มูลค่าศก.

INN News

อัพเดต 01 มิ.ย. 2567 เวลา 09.49 น. • เผยแพร่ 01 มิ.ย. 2567 เวลา 02.49 น. • INN News

นายกฯ ส่งเสริมการใช้สิทธิประโยชน์ GSP เพิ่มข้อได้เปรียบราคาสินค้าส่งออก มูลค่าทางเศรษฐกิจ โดย 2 เดือนแรก 2567 ใช้ GSP แล้ว รวมที่ 480.78 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ถุงมือยางแชมป์ ส่งออกภายใต้ GSP สูงสุด

นายชัย วัชรงค์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ส่งเสริมให้ผู้ประกอบการไทยใช้ประโยชน์จาก ระบบสิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากรเป็นการทั่วไป (GSP) กับประเทศคู่ค้าที่ได้รับสิทธิ โดยในช่วงมกราคม-กุมภาพันธ์ 2567 ไทยมีการใช้สิทธิประโยชน์ GSP เพิ่มมากขึ้นในสินค้าหลากหลายจำพวก โดยในปี 2567 ระหว่างเดือน มกราคม – กุมภาพันธ์ 2567 มีตัวเลขการสิทธิประโยชน์ทางการค้าภายใต้ระบบ GSP มูลค่ารวมที่ 480.78 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า จากข้อมูลของ กรมการค้าต่างประเทศ ประเทศไทยมีการใช้สิทธิประโยชน์ทางการค้าสำหรับการส่งออกภายใต้ระบบสิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากรเป็นการทั่วไป โดยปัจจุบัน ประเทศไทยสามารถใช้สิทธิ GSP ได้ใน 4 กลุ่มประเทศ ได้แก่ สหรัฐอเมริกา สวิตเซอร์แลนด์ นอร์เวย์ และกลุ่มประเทศเครือรัฐเอกราช (CIS)

โดยในช่วงเดือนมกราคม-กุมภาพันธ์ 2567 ประเทศไทยได้ใช้สิทธิ GSP ทั้งหมด รวมเป็นสัดส่วน 56.92% ของมูลค่าการส่งออกทั้งหมดของสินค้าที่ได้รับสิทธิ รวมมูลค่า 480.78 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

ทั้งนี้ ไทยได้ส่งออกสินค้าภายใต้สิทธิ GSP ไปยังสหรัฐฯ มากที่สุด อันดับ1 รวมมูลค่า 444.69 ล้านดอลลาร์สหรัฐ คิดเป็นสัดส่วน 62.17 % ของสินค้าที่ได้รับสิทธิ โดยการส่งออกสินค้าไปยังสหรัฐฯภายใต้การใช้สิทธิ GSP สินค้าที่มีมูลค่าส่งออกสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ ถุงมือยาง อาหารปรุงแต่ง พลาสติกปูพื้นทำด้วยโพลิเมอร์ของไวนิลคลอไรด์ หีบเดินทางขนาดใหญ่หรือกระเป๋าใส่เสื้อผ้า และกรดมะนาวหรือกรดซิทริก

ซึ่งถุงมือยาง เป็นสินค้าที่มีมูลค่าการส่งออกที่ใช้สิทธิดังกล่าวสูงสุดเป็นมูลค่า 22.61 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า 30% ซึ่งไทยถือเป็นแหล่งนำเข้าสินค้าถุงมือยางที่สำคัญของสหรัฐฯ โดยสหรัฐฯได้นำเข้าถุงมือยางจากประเทศไทยเป็นอันดับที่ 2 รวมมูลค่า 32.76 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

นอกจากนี้ในช่วงเดียวกัน ไทยได้มีการใช้สิทธิ GSP กับทางสวิตเซอร์แลนด์ รวมเป็นมูลค่า 32.91 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในสินค้าจำพวก เพชรพลอยรูปพรรณ และ กับนอร์เวย์ รวมมูลค่า 2.28 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในสินค้าจำพวก สูทของสตรีหรือเด็กหญิงทำด้วยขนแกะ รวมถึงกับกลุ่มประเทศเครือรัฐเอกราช (CIS) รวมมูลค่า 0.91 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในสินค้าจำพวก สับปะรดกระป๋อง

“นายกรัฐมนตรีสั่งการหน่วยการที่เกี่ยวข้องให้อำนวยความสะดวก ในการหาช่องทาง เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถเพิ่มมูลค่าทางธุรกิจ จากสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ ระหว่างประเทศคู่ค้า สร้างแต้มต่อทางการค้า โดยสำหรับการใช้สิทธิประโยชน์ดังกล่าว ถือว่าเป็นอีกหนึ่งช่องทางที่ช่วยสร้างข้อได้เปรียบทางด้านราคาสินค้าให้กับผู้ประกอบการไทยที่ส่งออกสินค้าไปขายในประเทศคู่ค้า เพิ่มความสามารถในการแข่งขันกับประเทศส่งออกอื่นๆ” นายชัย กล่าว

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

Facebook: https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

LINE Official Account : @innnews

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...