โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สรุป #ม็อบชาวนา เกือบ 2 เดือนที่ผ่านมา ชาวนาเรียกร้องอะไร แล้วภาครัฐมีท่าทียังไงบ้าง?

The MATTER

เผยแพร่ 15 มี.ค. 2565 เวลา 03.53 น. • Quick Bite

ทำไมม็อบชาวนาถึงลากยาวมาเป็นเดือน แล้วปัญหาที่เกิดขึ้นคืออะไรกันแน่?

เป็นเวลานานเกือบ 2 เดือนแล้วที่เหล่าชาวนาจาก 36 จังหวัดของประเทศไทย รวมตัวกันในนามเครือข่ายหนี้สินชาวนาแห่งประเทศไทย มาปักหลักเรียกร้องอยู่ริมถนนในกรุงเทพฯ

ตลอดเดือนแห่งการเรียกร้อง กลุ่มชาวนาเคลื่อนขบวนไปหลายแห่ง ทั้งหน้ากระทรวงการคลังไปสะพานมัฆวานรังสรรค์ เดินทางไปพบรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรฯ รวมถึงเดินเท้าไปทำเนียบรัฐบาล เพื่อขอพบ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เพื่อให้ปัญหาของพวกเขาได้รับการแก้ไขจริงๆ จังๆ เสียที

แล้วมันเกิดอะไรขึ้น กลุ่มชาวนาเดือดร้อนอย่างไร ทำไมต้องออกมาเรียกร้อง?

อธิบายให้เข้าใจง่ายที่สุดก็คือ ราคาข้าวที่ชาวนาขายได้ตกต่ำมาก ไม่พอมากลบต้นทุนการผลิตข้าวที่นับวันจะยิ่งสูงขึ้นเรื่อยๆ กลายเป็นว่า ชาวนาต้องไปกู้หนี้ยืมสินเพื่อให้มีเงินมาลงทุนกับปัจจัยการผลิตต่อไปได้ แต่เมื่อผลิตข้าวออกมาอีกครั้ง ราคาก็ยังตกลงอีก ทำให้ชาวนาต้องกู้หนี้ไปเรื่อยๆ เมื่อไม่มีเงินมาจ่ายหนี้ก็ทำให้หลายคนเสียหลักทรัพย์ ซึ่งโดยมากเป็นที่ดินทำกินไปนั่นเอง

เพื่อแก้ปัญหานี้ กองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร (กฟก.) จึงถือกำเนิดขึ้น โดยจะซื้อหนี้และหลักทรัพย์จำนองของเกษตรกรจากสถาบันการเงินต่างๆ มาเป็นของกองทุน แล้วให้ผ่อนชำระหนี้กับกองทุน โดยไม่มีดอกเบี้ย และรับประกันว่าจะไม่ทำให้เกษตรกรเสียหลักทรัพย์

ปัญหานี้คลี่คลายไปได้เปราะหนึ่งเมื่อธนาคารเอกชนโอนหนี้สินไปให้กองทุนดังกล่าวจัดการแล้ว แต่ ชาวนาจำนวนมากเป็นหนี้กับธนาคารแห่งรัฐ ซึ่งมีอยู่ 4 แห่งด้วยกัน ได้แก่ ธ.ก.ส., ออมสิน, ธนาคารสงเคราะห์ และ SME

ประเด็นก็คือ เมื่อเป็นธนาคารของรัฐ ก็จำเป็นจะต้องให้ ครม.มีมติโอนหนี้สินของเกษตรกรจากธนาคารแห่งรัฐให้กองทุนก่อน ซึ่งกองทุนก็อนุมัติให้โอนหนี้สินชาวนามาที่กองทุนไปตั้งแต่วันที่ 2 เมษายน 2564 และตามหลักแล้ว เรื่องนี้ควรต้องเข้า ครม.ภายใน 60 วัน แต่กลับลากยาวมาถึง 10 เดือน ทำให้ชาวนาต้องแบกรับภาระทั้งเงินต้นเงินดอก ท่ามกลางสภาพเศรษฐกิจที่ย่ำแย่

กลุ่มชาวนาจึงต้องรวมตัวกันมาประท้วงที่กรุงเทพฯ ตั้งแต่วันที่ 24 มกราคมที่ผ่านมา แรกเริ่มปักหลักอยู่หน้ากระทรวงการคลังเพื่อทวงถามมติ ครม.เห็นชอบโครงการแก้ปัญหาหนี้สินเกษตรกร และเมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ตั้งคณะทำงานติดตามผลการดำเนินงานของกองทุน

ข้อเรียกร้องของม็อบชาวนา มีอยู่ 3 ประเด็นหลักด้วยกัน ได้แก่

ให้สถาบันการเงินเจ้าหนี้ชะลอการฟ้องบังคับคดียึดทรัพย์ขายทอดตลาดทรัพย์สินของสมาชิกกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร และเร่ง ครม.อนุมัติให้ธนาคารของรัฐโอนหนี้สินของเกษตรกรให้กองทุนฯ และขยายเพดานวงเงินการซื้อหนี้เกษตรกร (ฝากเน้นข้อนี้นะ) ลด/ปลดหนี้ให้กับสมาชิกกองทุนฯ ที่เสียชีวิต พิการ ทุพพลภาพ ชราภาพ เจ็บป่วย เป็นโรค เหลือไม่เกิน 25% ตรวจสอบปัญหาทุจริตคอร์รัปชัน และปฏิรูปการบริหารงานของสำนักงานกองทุนฯ

หลังปักหลักอยู่นานเกือบเดือน ก็มีกระแสข่าวว่าโครงการอาจสามารถเข้าที่ประชุม ครม. ได้ในวันที่ 15 กุมภาพันธ์ ม็อบชาวนาจึง  เคลื่อนขบวนจากหน้ากระทรวงการคลัง ไปยังสำนักงานองค์การสหประชาชาติ ใกล้ทำเนียบรัฐบาล แต่สุดท้ายก็ยังไม่มีโครงการแก้ปัญหาหนี้สินชาวนาเข้าสู่วาระการประชุม

เมื่อวันที่ 1 มีนาคมที่ผ่านมา ครม.มีมติอนุมัติงบ ‘เงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น’ ให้กองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร 2,000 ล้านบาท แต่นั่นก็ช่วยแก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้แค่เล็กน้อย ยังไม่ใช่การโอนหนี้สินของเกษตรกรไปให้กองทุนตามที่ชาวนาเรียกร้องกันเป็นหลัก

จนเมื่อวันที่ 10 มีนาคม ไชยยศ จิรเมธากร รองเลขาธิการนายกฯ ระบุว่า จะเตรียมเสนอปัญหาของม็อบชาวนา เข้าที่ประชุม ครม. ภายใน 2 สัปดาห์

ต้องมาจับตาดูกันว่า จะถึงคราวที่ปัญหาที่เหล่าชาวนาจะได้รับการแก้ไขจริงๆ หรือยัง หรือจะต้องปักหลักต่อกันไปเรื่อยๆ กว่าที่กลุ่มคนที่ถูกเรียกว่า ‘กระดูกสันหลังของชาติ’ จะได้รับความสนใจเสียที
Illustration By Waragorn Keeranan

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...