โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“ทุกคนมีคุณค่าของความเป็นมนุษย์เท่ากัน… ยศกับหน้าที่มีไว้ทำงาน แต่คุณค่าของความเป็นทหาร พลทหารกับ ผ.บ. สูงสุด ต้องเท่ากัน” พลเอกทรงวิทย์ หนุนภักดี ผู้บัญชาการทหารสูงสุด 3 ต.ค. 2567

The Structure

อัพเดต 04 ต.ค. 2567 เวลา 12.34 น. • เผยแพร่ 04 ต.ค. 2567 เวลา 05.34 น. • The Structure

พลเอกทรงวิทย์ หนุนภักดี ผู้บัญชาการทหารสูงสุด (ผบ.สส.) กล่าวในงาน “Thailand Next: เปลี่ยนใหญ่ประเทศไทย”ซึ่งจัดงานโดยคณะนักศึกษาวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร (วปอ.) รุ่นที่ 66 เมื่อวานนี้ (3 ต.ค. 2567)

โดยในตอนหนึ่ง พลเอกทรงวิทย์ได้กล่าวถึงหลักสูตรการป้องกันราชอาณาจักรสำหรับผู้บริหารแห่งอนาคต (วปอ.บอ.) ว่าหลักสูตรนี้มีความมุ่งหมายเพื่อการสร้างผู้นำแห่ลอนาคต (Future Leader) และหลักสูตรนี้ไม่รับผู้พิพากษาและอัยการ เพื่อให้พวกเขาแยกตัวออกจากสังคม เพื่อให้พวกเขาได้เป็นเสาหลักสุดท้ายของกระบวนการยุติธรรมและสังคม อีกทั้งยังมีช่องว่างระหว่างข้าราชการกับนักการเมืองรุ่นใหม่

“ใครจะไปเชื่อว่าเรื่อทหารนี่ คนรุ่นใหม่เขาจะมองว่าเป็นเรื่องของการละเมิดสิทธิ กับการค้ามนุษย์ คือเมื่อก่อนเรามองว่าเป็นเรื่องที่ผู้บัญชาการละเลยไม่ดูแลผู้ใต้บังคับบัญชา แต่พอเราไปเกณฑ์เข้า มาแล้วคุณมาใช้เขาในทางที่ผิดนี่ มันมีกฎหมายเรื่องซ้อมทรมานกับการค้ามนุษย์

คน (อายุ) 59 (ปี) เข้าใจยากมาก ผมก็เลยอยากให้ทหารรุ่นใหม่ที่อายุ 30 –40 เข้าใจว่า Mindset (ชุดความคิด) ของคนรุ่นใหม่ ก็คือทุกคนมีคุณค่าของความเป็นมนุษย์เท่ากัน ไม่ว่าเขาจะชั้นยศพลทหารหรือพลเอก ยศกับหน้าที่มีไว้ทำงาน แต่คุณค่าของความเป็นทหาร พลทหารกับผบ. สูงสุด ต้องเท่ากัน”พลเอกทรงวิทย์กล่าว

พลเอกทรงวิทย์กล่าวว่าชุดความคิดเช่นนี้ไม่ได้ถูกสร้างขึ้นได้โดยง่าย จะต้องสร้างมาจากการมาพบกันตั้งแต่เด็ก และต้อนเองก็ต้องการให้มีความเปิดกว้าง ความจริงปีที่แล้วตนเองเชิญทุกพรรคการเมือง แต่บางพรรคก็ไม่ส่ง หรือบางพรรคนั้น มีคนมาสมัครเป็นการส่วนตัวแต่คุณสมบัติไม่ผ่านนอกจากนี้ ในบรรดาผู้สมัคร วปอ.บอ. รุ่น 2 นั้นมีคนจากพรรคที่วิพากษ์กองทัพเข้ามาร่วมสมัครด้วยแล้ว แต่ที่มานั้นไม่ใช่ตัวนักการเมืองเอง แต่เป็น Think Tank (กลุ่มผู้เชี่ยวชาญ) ของพรรคเข้ามาสมัคร

ตนเองอยากเห็นสังคมในอีก 20 ปี ที่มีความเข้าใจกันระหว่างกองทัพกับตัวนักการเมืองเพราะว่าเรื่องของ holistic security (ความมั่นคงแบบองค์รวม) ซึ่งความจริงแล้วโดยหลักความมั่นคงของกองทัพนั้น ผบ.สส. ไม่น่าจะสนใจในเรื่องน้ำท่วม แต่สุดท้ายแล้ว ผู้ที่อยู่หน้างานช่วยน้ำท่วมกลับเป็นทหาร

ดังนั้นทหารจึงต้องเข้าใจทั้งองค์รวม ตั้งแต่เส้นทางน้ำ ภูมิอากาศที่กำลังจะเกิดขึ้น และต้องเข้าใจวิถีชีวิตของคนในพื้นที่ด้วย เพราะฉะนั้นถ้านักการเมืองกับกองทัพมีความเข้าใจกันแล้วก็แลกเปลี่ยนกันตั้งแต่เด็กเพื่อที่จะได้มาช่วยกันพยุงประเทศชาติในอนาคต

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...