ระวัง!! ผลวิจัยชี้ติดโควิด-19 บ่อย เสี่ยงเกิด ‘ลองโควิด’ สูง ติด 3 ครั้งเสี่ยงสูงเกือบ 4 เท่า
The Bangkok Insight
อัพเดต 28 ก.ย 2567 เวลา 06.37 น. • เผยแพร่ 28 ก.ย 2567 เวลา 06.37 น. • The Bangkok Insightงานวิจัยล่าสุดจากอาสาสมัคร 3,382 คนทั่วโลกชี้ชัด ยิ่งติดโควิด-19 บ่อย ยิ่งเสี่ยงเกิด "ลองโควิด" สูง ติด 2 ครั้งเสี่ยงกว่าติดครั้งเดียว 2 เท่า ติด 3 ครั้งขึ้นไปเสี่ยงสูงถึงเกือบ 4 เท่า
ศูนย์จีโนมทางการแพทย์ รพ.รามาธิบดี โพสต์เพจเฟซบุ๊ก Center for Medical Genomics ระบุว่า ระวัง! งานวิจัยล่าสุดจากอาสาสมัคร 3,382 คนทั่วโลกชี้ว่า ยิ่งติดโควิด-19 บ่อย ยิ่งเสี่ยงเกิด ลองโควิด สูง
ผลการวิจัยชี้ให้เห็นว่า ประสิทธิภาพของวัคซีนในการป้องกันอาการลองโควิด มีแนวโน้มลดลงเมื่อเกิดการติดเชื้อซ้ำ ด้วยเหตุนี้ การบูรณาการมาตรการป้องกันโควิด-19 ทางกายภาพหลายรูปแบบ อาทิ การสวมหน้ากากอนามัย การรักษาระยะห่างทางสังคม และการล้างมืออย่างสม่ำเสมอ อาจเป็นแนวทางที่มีประสิทธิผล โดยสามารถลดความเสี่ยงในการติดเชื้อได้สูงถึงร้อยละ 86-95
การแพร่ระบาดของโควิด-19 ยังคงเป็นปัญหาสาธารณสุขที่สำคัญทั่วโลก แม้ว่าสถานการณ์จะดูเหมือนคลี่คลายลงในหลายประเทศ แต่ผลกระทบระยะยาวของโรคนี้ยังคงเป็นที่กังวล โดยเฉพาะอย่างยิ่งอาการที่เรียกว่า ลองโควิด ซึ่งผู้ป่วยยังคงมีอาการหลงเหลืออยู่แม้จะหายจากการติดเชื้อแล้ว
ล่าสุด มีการเผยแพร่ผลการศึกษาใหม่ที่น่าสนใจ เกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างการติดเชื้อโควิด-19 ซ้ำและความเสี่ยงของการเกิดอาการลองโควิด การศึกษานี้ดำเนินการโดยกลุ่มวิจัย Patient-Led Research Collaborative โดยสำรวจผู้เข้าร่วมทั่วโลกกว่า 3,000 คน ระหว่างเดือนมีนาคมถึงกันยายน 2566
ผลการศึกษาพบว่า ผู้ที่ติดเชื้อโควิด-19 สองครั้งมีโอกาสเกิดอาการลองโควิดมากกว่าผู้ที่ติดเชื้อครั้งเดียวถึงสองเท่า และที่น่าตกใจยิ่งกว่าคือ ผู้ที่ติดเชื้อสามครั้งขึ้นไปมีความเสี่ยงสูงถึงเกือบสี่เท่า นอกจากนี้ การติดเชื้อซ้ำยังเพิ่มโอกาสของการเกิดอาการเหนื่อยล้ารุนแรงและข้อจำกัดในการทำกิจวัตรประจำวัน เช่น การอาบน้ำ แต่งตัว หรือการทำกิจกรรมที่ต้องใช้แรงปานกลาง
แม้ว่าการฉีดวัคซีนและเข็มกระตุ้นจะช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดลองโควิดได้ แต่การศึกษานี้พบว่าประสิทธิภาพของวัคซีนลดลงเมื่อมีการติดเชื้อซ้ำ ซึ่งเป็นข้อมูลสำคัญที่ชี้ให้เห็นว่าการป้องกันการติดเชื้อยังคงมีความสำคัญ แม้ว่าจะได้รับวัคซีนครบถ้วนแล้วก็ตาม
ผลการศึกษานี้เน้นย้ำถึงความจำเป็นของมาตรการสาธารณสุขที่เข้มแข็งในการป้องกันการติดเชื้อโควิด-19 และความสำคัญของการพิจารณาประวัติการติดเชื้อซ้ำในการวิจัยและการดูแลรักษาผู้ป่วยลองโควิด
อย่างไรก็ตาม ควรระมัดระวังว่าการศึกษานี้ยังไม่ผ่านการทบทวนโดยผู้เชี่ยวชาญ (peer review) และเป็นเพียงการเผยแพร่เบื้องต้นบน Research Square ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มสำหรับงานวิจัยที่ยังไม่ผ่านการตรวจสอบ ดังนั้น ผลการศึกษาอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ในอนาคต
การศึกษานี้เป็นสัญญาณเตือนสำคัญที่ชี้ให้เห็นว่า เราไม่ควรประมาทกับโควิด-19 แม้ว่าสถานการณ์จะดูดีขึ้น การป้องกันตัวเองจากการติดเชื้อยังคงเป็นสิ่งสำคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการหลีกเลี่ยงการติดเชื้อซ้ำ เพื่อลดความเสี่ยงของการเกิดผลกระทบระยะยาวที่อาจส่งผลต่อคุณภาพชีวิตในอนาคต
วิธีการป้องกันตัวเองที่ยังคงมีความสำคัญ ได้แก่ การสวมหน้ากากอนามัยในที่แออัดหรือพื้นที่เสี่ยง การล้างมือบ่อยๆ ด้วยสบู่หรือเจลแอลกอฮอล์ การรักษาระยะห่างทางสังคม การหลีกเลี่ยงการอยู่ในที่แออัดหรือพื้นที่ปิดที่มีการระบายอากาศไม่ดี การรับวัคซีนและเข็มกระตุ้นตามคำแนะนำของแพทย์ และการดูแลสุขภาพให้แข็งแรงด้วยการรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ และพักผ่อนให้เพียงพอ มาตรการเหล่านี้ยังคงมีความสำคัญในการลดความเสี่ยงของการติดเชื้อและการแพร่กระจายของไวรัส
อ่านข่าวเพิ่มเติม
- โอไมครอนอุบัติใหม่!! สายพันธุ์ลูกผสม KP.2.3-XEC ความท้าทายในการพัฒนาวัคซีน-การรักษา
- ด่วน! พบโอไมครอนลูกผสมสายพันธุ์ใหม่ ‘KP.2.3/XEC’ แพร่เร็วกว่าเดิม 2 เท่า
- หมอยง ชี้ โควิด 19 'เกมโอเวอร์' แล้ว ติตเชื้อลดลงเหลือ 5% แนวโน้มลดลงอีก
ติดตามเราได้ที่
- เว็บไซต์ : https://www.thebangkokinsight.com/
- Facebook: https://www.facebook.com/TheBangkokInsight
- X (Twitter): https://twitter.com/BangkokInsight
- Instagram: https://www.instagram.com/thebangkokinsight/
- Youtube: https://www.youtube.com/channel/UCYmFfMznVRzgh5ntwCz2Yx