โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

อินโดนีเซียสั่งบล็อคแอปของ Temu เพื่อปกป้องธุรกิจ SMEs ในประเทศ

The Better

อัพเดต 14 ต.ค. 2567 เวลา 05.40 น. • เผยแพร่ 14 ต.ค. 2567 เวลา 05.31 น. • THE BETTER

สำนักข่าว Tempo ของอินโดนีเซีย รายงานว่า บูดี อารี เซเตียดี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการสื่อสารของอินโดนีเซียกล่าวกับสำนักข่าว Reuters ว่า อินโดนีเซียได้ขอให้บริษัท Alphabet ซึ่งเป็นผู้ดำเนินการ Google และบริษัท Apple ทำการบล็อกแอพลิเคชั่น Temu จากร้านค้าแอปพลิเคชัน (application stores) ที่ให้บริการในประเทศ เพื่อไม่ให้สามารถดาวน์โหลดได้ในประเทศอินโดนีเซีย

คำขอของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการสื่อสารของอินโดนีเซีย ดังกล่าวมีจุดประสงค์เพื่อปกป้องธุรกิจขนาดเล็กและขนาดกลาง (SMEs) ของประเทศแต่เนิ่นๆ จากการถูกคลื่นสินค้าราคาถูกที่เสนอขายโดย Temu เข้าถล่มตลาดของประเทศ

จากรายงานของ Google จากบริษัทการลงทุนของรัฐสิงคโปร์ Temasek Holdings และจาก Bain & Co. คาดว่าอุตสาหกรรมอีคอมเมิร์ซของอินโดนีเซียจะขยายตัวเป็นประมาณ 160,000 ล้านดอลลาร์ในปี 2030 จาก 62,000 ล้านดอลลาร์ในปี 2023

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการสื่อสารของอินโดนีเซียชี้ว่า รูปแบบธุรกิจของ Temu ซึ่งเชื่อมต่อผู้บริโภคโดยตรงกับโรงงานในจีนเพื่อลดราคาสินค้าอย่างมีนัยสำคัญคือ "การแข่งขันที่ไม่เป็นผลดี (ต่อตลาด)"

นอกจากนี้ รัฐบาลอินโดนีเซียจะปิดกั้นการลงทุนใดๆ ขอ Temu ในอีคอมเมิร์ซของอินโดนีเซีย

อย่างไรก็ตาม แม้จะมีท่าทีแบบนี้ออกมา แต่ตอนนี้ยังไม่มีชาวอินโดนีเซียคนใดซื้อสินค้าผ่าน Temu

ก่อนหน้านี้ รัฐบาลอินโดนีเซียบังคับให้ TikTok ซึ่งเป็นบริษัทในเครือ ByteDance จากจีน ต้องปิดบริการอีคอมเมิร์ซที่ให้บริการผ่าน TikTok ในประเทศอินโดนีเซียเมื่อปีที่แล้วเพื่อปกป้องข้อมูลของผู้ค้าและผู้ใช้ในประเทศ

อย่างไรก็ตาม เพื่อแก้ปัญหานี้ TikTok จึงตกลงที่จะเข้าซื้อหุ้นส่วนใหญ่ในหน่วยงานอีคอมเมิร์ซของกลุ่มบริษัทเทคโนโลยี GoTo ในอินโดนีเซีย เพื่อคงอยู่ในอินโดนีเซีย ซึ่งเป็นตลาดอีคอมเมิร์ซที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ต่อไป

ทั้งนี้เป็นที่สังเกตว่า อินโดนีเซีนมีแนวทางที่แข็งกร้่าวขึ้นในการปกป้องธุรกิจและการลงทุนของประเทศ โดยเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว รัฐมนตรีอุตสาหกรรมอินโดนีเซีย อากุส กูมิวัง กล่าวว่า จะไม่อนุญาตให้จำหน่าย iPhone 16 ในประเทศอินโดนีเซียเว้นแต่ Apple จะต่ออายุใบรับรองข้อกำหนดผลิตภัณฑ์ในท้องถิ่นหรือ TKDN และปฏิบัติตามพันธกรณีในการลงทุนในอินโดนีเซีย

จากการรายงานของ SoyaCincau ในการจะได้รับการรับรอง TKDN ผลิตภัณฑ์ของ Apple จะต้องผ่านเกณฑ์ค่า Domestic Component Level (อัตราส่วนประกอบที่ผลิตในประเทศ) ขั้นต่ำที่ 40% ซึ่งโดยพื้นฐานแล้วหมายความว่าผลิตภัณฑ์อย่าง iPhone 16 จะต้องผลิตจากส่วนประกอบที่มาจากอินโดนีเซียอย่างน้อย 40%

Photo by Stefani Reynolds / AFP

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...