“แพลททินัม ฟรุ๊ต” มองทางรอด ทุเรียนไทย สู้ศึกจีน-เวียดนาม ต้องหันจับตลาดพรีเมียม
แพลททินัม ฟรุ๊ต ประเมิน ทุเรียนไทย แข่งขันรอบด้านทั้งจีน-มาเลเซีย-เวียดนาม ชูเจาะกลุ่มพรีเมียม ยังเป็นตลาดเรดโอเชี่ยน พร้อมหนุนไทย ฮับอุตฯผลไม้ส่งออกโลก ตามรอยยักษ์แบรนด์ Dole
ตลาดทุเรียนไทย เผชิญแรงกดดัน ทั้งการแข่งขันกับมูซานคิงส์ จากมาเลเซีย ทุเรียนเวียดนาม โดยเฉพาะจีนที่หันมาปลูกทุเรียนเองในประเทศ
นายณธกฤษ เอี่ยมสกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แพลททินัม ฟรุ๊ต จำกัด ผู้ส่งออกผลไม้สดเกรดพรีเมี่ยมรายใหญ่ของไทย เปิดเผยว่า ปัจจุบันทุเรียนส่งออกไปจีนมี 3 เกรด คือ ตลาดแมส ตลาดกลาง และตลาดพรีเมียม แต่ละกลุ่มมีการคัดเกรดทุเรียน ซึ่งเจาะตลาดต่างกัน
- ทุเรียนในประเทศจีน
คาดไม่กระทบการส่งออกของทุเรียนไทยพรีเมียม ด้วยดีมานด์ในจีนมีปริมาณมาก โดยเฉพาะทุเรียนคัดเกรดระดับพรีเมียมของไทย ซึ่งได้รับการันตีคุณภาพและรสชาติ แตกต่างจากการปลูกทุเรียนเองในจีน ที่จะได้รสชาติต่างจากทุเรียนเมืองร้อน
“ศักยภาพของตลาดจีนที่มีขนาดใหญ่ มักริเริ่มปลูกผลไม้ หรือสายพันธุ์จากต่างประเทศมาโดยตลอด อย่างองุ่นไซมัสคัส ที่ปลูกในจีนและทำตลาดส่งออก ก็มีรสชาติแตกต่างไปจากที่ปลูกในประเทศต้นกำเนิดอย่างญี่ปุ่น”
- ทุเรียนมูซานคิงส์ ประเทศมาเลเซีย
รสชาติใกล้เคียงทุเรียนหมอนทองไทย แต่มีข้อจำกัดด้านกระบวนการปลูกและเก็บเกี่ยว ที่ต้องรอให้ผลร่วงพื้นเพื่อให้ได้รสชาติ
ถือเป็น ”จุดอ่อน” ด้านเชลฟ์ไลฟ์ ที่ผู้ประกอบการปลายทางมีความกดดันที่จะต้องเร่งทำตลาดในระยะเวลาจำกัดก่อนที่ผลไม้จะสุกงอมมากเกินไปจนเสียรสชาติ ทำให้ส่วนใหญ่มูซานคิงส์ทำในรูปแบบทุเรียนแช่แข็ง
แตกต่างจากหมอนทองของไทยเน้นขายสด และมีเชลฟ์ไลฟ์ทำตลาดได้นานกว่า จึงเป็นที่นิยมมากกว่าในจีน
- ทุเรียนเวียดนาม
มีจุดแข็งความคล่องตัวด้านการขนส่งเหนือไทย ซึ่งมีผลต่อต้นทุนการทำตลาด ขณะที่รสชาติใกล้เคียงกัน ทำให้อาจส่งผลกระทบต่อทุเรียนไทยในตลาดแมสจริง
“ทุเรียนไทย ต้องยกระดับหันมาพัฒนาคุณภาพผลผลิตในระดับพรีเมียมเพื่อหนีการแข่งขันด้านต้นทุนขนส่งที่อาจเสียเปรียบกว่าประเทศคู่แข่งในตลาดเดียวกัน”
อย่างไรก็ดี ภาพรวม ทุเรียนไทย ปี 2567 ราคาเพิ่มขึ้น 15-20% ด้วยปัญหาภัยแล้งจากภาวะเอลนีโญ ทำให้ผลผลิตไม่เป็นไปตามคาด น้ำหนักต่อผลลดลง ดันการขายต่อผลมีราคาสูง
นายณธกฤษ กล่าวต่อไปว่า แนวทางธุรกิจของ แพลททินัม ฟรุ๊ต จะเจาะไปที่ตลาดบลูโอเชี่ยน การแข่งขันไม่สูง ผ่านการใช้จุดเด่นสินค้าเกรดเอ ระดับพรีเมียม สร้างจุดแข็งและความแตกต่างให้กับทุเรียนไทยในการส่งออกต่างประเทศ
โดยเข้าไปดูแลเกือบตลอดซัพพลายเชน ยกเว้นการทำสวนเอง เพื่อควบคุมปัจจัยเสี่ยงให้ได้มากที่สุดทั้งการคาดการณ์เก็บเกี่ยว การควบคุมการขนส่งกระจายสินค้า (โลจิสติกส์) ที่ครอบคลุมในทุกรูปแบบเพื่อลดปัญหาตลอดการจัดส่ง ทั้งทางบกและทางน้ำ
นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังมุ่งให้ความสำคัญการวิจัยและพัฒนา (R&D) ในกลุ่มผลผลิตลำไยให้มีคุณภาพการส่งออกระดับเกรดเอให้ได้มากที่สุด ด้วยในปัจจุบันพื้นที่ปลูกลำไยในภาคเหนือมีผลผลิตรเกรดพรีเมียมราว 23% เท่านั้น ส่วนที่เหลือ 77% เป็นผลลำไยรูดร่วงลงพื้น
“ผมชอบเข้าไปสวนซอมบี้ซึ่งหากเจ้าของสวนจะขายไปก็ยังต้องแบกหนี้ธนาคารต่อ ซึ่งได้ไปพัฒนาสวน ให้คำแนะนำต่างๆ อย่างปรับสูตร ปรับเทคนิค ที่ได้ต้นที่สมบูรณ์มากขึ้น แต่ใช้งบเท่าเดิมที่เพิ่มคือเป็นเกรดส่งออก ซึ่งก็จะเป็นผลดีกับชาวสวนที่จะได้มีผลผลิตคุณภาพมากขึ้น”
โดยในช่วงปลายปี 2566 ถึงต้นปี 2567 ที่ผ่านมา บริษัทฯ ได้นำร่องพัฒนา‘ลำพูน โมเดล’ ขึ้นในอำเภอลี้ จังหวัดลำพูน ให้กับชาวสวนลำใย จากเดิมที่มีผลผลิตรูดร่วงซึ่งในตอนนี้ได้สวนลำใยในระดับเกรดดีขึ้นมาก จำหน่ายได้กิโลกรัมละ 30 บาทจากเดิมอยู่ที่กิโลกรัมละ10 บาท ซึ่งบริษัทฯ จะเป็นผู้รับซื้อด้วยเช่นกัน
อย่างไรก็ตาม ปี 2568 ทั่วโลกจะเข้าสู่ภาวะลานีญา ทำให้มีปริมาณน้ำมากกว่าปกติ ดังนั้นการออกแบบพื้นที่การปลูกจะสำคัญมาก อย่างการปลูกทุเรียนต้องดีไซน์ใหม่เพิ่มความหนาแน่นของต้นทุเรียนมากขึ้นเพื่อให้แย่งน้ำระหว่างกัน
ด้วยหากระยะจำนวนการปลูกต้นทุเรียนเท่าเดิมเหมือนก่อนหน้าก็จะมีผลกับรสชาติทุเรียนที่อาจมีรสชาติไม่ดีด้วยรับน้ำมากเกินไป เป็นต้น ไปจนถึงการกระบวนการด้านอื่น ๆ เพื่อรักษาคุณภาพสินค้าไว้
ในปีหน้า บริษัทฯ อาจจะต้องใช้ล้งใหญ่ขึ้น เพื่อรองรับปริมาณผลผลิตและดูแลรักษาทุเรียนไม่ให้มีปัญหาราเกิดขึ้น จากสถานการณ์น้ำมาก จากปัจจุบันบริษัทฯ มีแหล่งรับซื้อทุเรียนใน 6 จังหวัด คือ ตราด ระยอง จันทรบุรี สระแก้ว ชุมพร และ สุราษฎร์ธานี
ยุทธศาสตร์ระยะยาว (ปี 2566-2575) วางเป้าหมายให้บริษัทฯ และประเทศไทยเป็นศูนย์กลางผลไม้ทั่วโลก ด้วยจุดแข็งทั้งจากคุณภาพผลผลิตผลไม้ระดับพรีเมียมจากแหล่งปลูกในไทย พร้อมด้วยพันธมิตรเครือข่ายด้านโลจิสติกส์ โดยจะเน้นการขนส่งการควบคุมอุณหภูมิ (Cold Chain)
“เป้าหมายที่บริษัทฯจะไป คือ การเป็นผู้ประกอบการอุตสาหกรรมส่งออกผลไม้ระดับพรีเมียมของไทยที่ได้การยอมรับระดับโลก ในโมเดลลักษณะเดียวกับ Dole ผู้ส่งออกผลไม้รายใหญ่สหรัฐอเมริกา ที่ขยายตลาดส่งออกไปทั่วโลกมายาวนาน
โดยมุ่งทำตลาดในประเทศที่มีประชากรที่มีกำลังซื้อขนาดใหญ่ ทั้งอินโดนีเซีย ที่อยู่ใกล้เรา อินเดีย ซึ่งมีจีดีพีเติบโตสูงขึ้นเรื่ยๆ ซึ่งผู้คนเริ่มมองหาการบริโภคคุณภาพดีและอร่อยมากขึ้น ซึ่งจะเป็นบลูโอเชียนในอนาคตด้วย”
เพื่อให้แต่ละชิ้นส่วนภาพธุรกิจมีความสมบูรณ์แบบได้ตามแผนที่วางไว้ การนำบริษัทฯ เข้าไปอยู่ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย จะยิ่งตอกย้ำความเชื่อมั่นให้กับพันธมิตรธุรกิจและการทำตลาดในอนาคตได้ตามแผน ที่ยังสร้างการเติบโตร่วมกับผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกกลุ่มอีกด้วย ซึ่งขณะนี้ บริษัทฯทอยู่ระหว่างเตรียมนำกิจการเข้าตลาดฯ ไปตามแผนเดิมที่วางไว้
สำหรับ ผลดำเนินการในปี 2566 มีมูลค่ายอดขายรวมกว่า 5,000 ล้านบาท แบ่งออกเป็น ปริมาณการส่งออกทุเรียนทุเรียน 67% (30,312 ตัน) ปริมาณการส่งออกลำไย 20% (19,314 ตัน)ปริมาณการส่งออกมังคุด 10% (5,559 ตัน) และปริมาณการส่งออกมะพร้าว 3% (4,532 ตัน)