โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

“แพลททินัม ฟรุ๊ต” มองทางรอด ทุเรียนไทย สู้ศึกจีน-เวียดนาม ต้องหันจับตลาดพรีเมียม

การเงินธนาคาร

อัพเดต 14 ต.ค. 2567 เวลา 10.44 น. • เผยแพร่ 14 ต.ค. 2567 เวลา 03.44 น.

แพลททินัม ฟรุ๊ต ประเมิน ทุเรียนไทย แข่งขันรอบด้านทั้งจีน-มาเลเซีย-เวียดนาม ชูเจาะกลุ่มพรีเมียม ยังเป็นตลาดเรดโอเชี่ยน พร้อมหนุนไทย ฮับอุตฯผลไม้ส่งออกโลก ตามรอยยักษ์แบรนด์ Dole

ตลาดทุเรียนไทย เผชิญแรงกดดัน ทั้งการแข่งขันกับมูซานคิงส์ จากมาเลเซีย ทุเรียนเวียดนาม โดยเฉพาะจีนที่หันมาปลูกทุเรียนเองในประเทศ

นายณธกฤษ เอี่ยมสกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แพลททินัม ฟรุ๊ต จำกัด ผู้ส่งออกผลไม้สดเกรดพรีเมี่ยมรายใหญ่ของไทย เปิดเผยว่า ปัจจุบันทุเรียนส่งออกไปจีนมี 3 เกรด คือ ตลาดแมส ตลาดกลาง และตลาดพรีเมียม แต่ละกลุ่มมีการคัดเกรดทุเรียน ซึ่งเจาะตลาดต่างกัน

  • ทุเรียนในประเทศจีน

คาดไม่กระทบการส่งออกของทุเรียนไทยพรีเมียม ด้วยดีมานด์ในจีนมีปริมาณมาก โดยเฉพาะทุเรียนคัดเกรดระดับพรีเมียมของไทย ซึ่งได้รับการันตีคุณภาพและรสชาติ แตกต่างจากการปลูกทุเรียนเองในจีน ที่จะได้รสชาติต่างจากทุเรียนเมืองร้อน

“ศักยภาพของตลาดจีนที่มีขนาดใหญ่ มักริเริ่มปลูกผลไม้ หรือสายพันธุ์จากต่างประเทศมาโดยตลอด อย่างองุ่นไซมัสคัส ที่ปลูกในจีนและทำตลาดส่งออก ก็มีรสชาติแตกต่างไปจากที่ปลูกในประเทศต้นกำเนิดอย่างญี่ปุ่น”

  • ทุเรียนมูซานคิงส์ ประเทศมาเลเซีย

รสชาติใกล้เคียงทุเรียนหมอนทองไทย แต่มีข้อจำกัดด้านกระบวนการปลูกและเก็บเกี่ยว ที่ต้องรอให้ผลร่วงพื้นเพื่อให้ได้รสชาติ

ถือเป็น ”จุดอ่อน” ด้านเชลฟ์ไลฟ์ ที่ผู้ประกอบการปลายทางมีความกดดันที่จะต้องเร่งทำตลาดในระยะเวลาจำกัดก่อนที่ผลไม้จะสุกงอมมากเกินไปจนเสียรสชาติ ทำให้ส่วนใหญ่มูซานคิงส์ทำในรูปแบบทุเรียนแช่แข็ง

แตกต่างจากหมอนทองของไทยเน้นขายสด และมีเชลฟ์ไลฟ์ทำตลาดได้นานกว่า จึงเป็นที่นิยมมากกว่าในจีน

  • ทุเรียนเวียดนาม

มีจุดแข็งความคล่องตัวด้านการขนส่งเหนือไทย ซึ่งมีผลต่อต้นทุนการทำตลาด ขณะที่รสชาติใกล้เคียงกัน ทำให้อาจส่งผลกระทบต่อทุเรียนไทยในตลาดแมสจริง

“ทุเรียนไทย ต้องยกระดับหันมาพัฒนาคุณภาพผลผลิตในระดับพรีเมียมเพื่อหนีการแข่งขันด้านต้นทุนขนส่งที่อาจเสียเปรียบกว่าประเทศคู่แข่งในตลาดเดียวกัน”

อย่างไรก็ดี ภาพรวม ทุเรียนไทย ปี 2567 ราคาเพิ่มขึ้น 15-20% ด้วยปัญหาภัยแล้งจากภาวะเอลนีโญ ทำให้ผลผลิตไม่เป็นไปตามคาด น้ำหนักต่อผลลดลง ดันการขายต่อผลมีราคาสูง

ทุเรียนไทย
ทุเรียนไทย

นายณธกฤษ กล่าวต่อไปว่า แนวทางธุรกิจของ แพลททินัม ฟรุ๊ต จะเจาะไปที่ตลาดบลูโอเชี่ยน การแข่งขันไม่สูง ผ่านการใช้จุดเด่นสินค้าเกรดเอ ระดับพรีเมียม สร้างจุดแข็งและความแตกต่างให้กับทุเรียนไทยในการส่งออกต่างประเทศ

โดยเข้าไปดูแลเกือบตลอดซัพพลายเชน ยกเว้นการทำสวนเอง เพื่อควบคุมปัจจัยเสี่ยงให้ได้มากที่สุดทั้งการคาดการณ์เก็บเกี่ยว การควบคุมการขนส่งกระจายสินค้า (โลจิสติกส์) ที่ครอบคลุมในทุกรูปแบบเพื่อลดปัญหาตลอดการจัดส่ง ทั้งทางบกและทางน้ำ

นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังมุ่งให้ความสำคัญการวิจัยและพัฒนา (R&D) ในกลุ่มผลผลิตลำไยให้มีคุณภาพการส่งออกระดับเกรดเอให้ได้มากที่สุด ด้วยในปัจจุบันพื้นที่ปลูกลำไยในภาคเหนือมีผลผลิตรเกรดพรีเมียมราว 23% เท่านั้น ส่วนที่เหลือ 77% เป็นผลลำไยรูดร่วงลงพื้น

“ผมชอบเข้าไปสวนซอมบี้ซึ่งหากเจ้าของสวนจะขายไปก็ยังต้องแบกหนี้ธนาคารต่อ ซึ่งได้ไปพัฒนาสวน ให้คำแนะนำต่างๆ อย่างปรับสูตร ปรับเทคนิค ที่ได้ต้นที่สมบูรณ์มากขึ้น แต่ใช้งบเท่าเดิมที่เพิ่มคือเป็นเกรดส่งออก ซึ่งก็จะเป็นผลดีกับชาวสวนที่จะได้มีผลผลิตคุณภาพมากขึ้น”

โดยในช่วงปลายปี 2566 ถึงต้นปี 2567 ที่ผ่านมา บริษัทฯ ได้นำร่องพัฒนา‘ลำพูน โมเดล’ ขึ้นในอำเภอลี้ จังหวัดลำพูน ให้กับชาวสวนลำใย จากเดิมที่มีผลผลิตรูดร่วงซึ่งในตอนนี้ได้สวนลำใยในระดับเกรดดีขึ้นมาก จำหน่ายได้กิโลกรัมละ 30 บาทจากเดิมอยู่ที่กิโลกรัมละ10 บาท ซึ่งบริษัทฯ จะเป็นผู้รับซื้อด้วยเช่นกัน

อย่างไรก็ตาม ปี 2568 ทั่วโลกจะเข้าสู่ภาวะลานีญา ทำให้มีปริมาณน้ำมากกว่าปกติ ดังนั้นการออกแบบพื้นที่การปลูกจะสำคัญมาก อย่างการปลูกทุเรียนต้องดีไซน์ใหม่เพิ่มความหนาแน่นของต้นทุเรียนมากขึ้นเพื่อให้แย่งน้ำระหว่างกัน

ด้วยหากระยะจำนวนการปลูกต้นทุเรียนเท่าเดิมเหมือนก่อนหน้าก็จะมีผลกับรสชาติทุเรียนที่อาจมีรสชาติไม่ดีด้วยรับน้ำมากเกินไป เป็นต้น ไปจนถึงการกระบวนการด้านอื่น ๆ เพื่อรักษาคุณภาพสินค้าไว้

ในปีหน้า บริษัทฯ อาจจะต้องใช้ล้งใหญ่ขึ้น เพื่อรองรับปริมาณผลผลิตและดูแลรักษาทุเรียนไม่ให้มีปัญหาราเกิดขึ้น จากสถานการณ์น้ำมาก จากปัจจุบันบริษัทฯ มีแหล่งรับซื้อทุเรียนใน 6 จังหวัด คือ ตราด ระยอง จันทรบุรี สระแก้ว ชุมพร และ สุราษฎร์ธานี

ทุเรียนไทย

ยุทธศาสตร์ระยะยาว (ปี 2566-2575) วางเป้าหมายให้บริษัทฯ และประเทศไทยเป็นศูนย์กลางผลไม้ทั่วโลก ด้วยจุดแข็งทั้งจากคุณภาพผลผลิตผลไม้ระดับพรีเมียมจากแหล่งปลูกในไทย พร้อมด้วยพันธมิตรเครือข่ายด้านโลจิสติกส์ โดยจะเน้นการขนส่งการควบคุมอุณหภูมิ (Cold Chain)

“เป้าหมายที่บริษัทฯจะไป คือ การเป็นผู้ประกอบการอุตสาหกรรมส่งออกผลไม้ระดับพรีเมียมของไทยที่ได้การยอมรับระดับโลก ในโมเดลลักษณะเดียวกับ Dole ผู้ส่งออกผลไม้รายใหญ่สหรัฐอเมริกา ที่ขยายตลาดส่งออกไปทั่วโลกมายาวนาน

โดยมุ่งทำตลาดในประเทศที่มีประชากรที่มีกำลังซื้อขนาดใหญ่ ทั้งอินโดนีเซีย ที่อยู่ใกล้เรา อินเดีย ซึ่งมีจีดีพีเติบโตสูงขึ้นเรื่ยๆ ซึ่งผู้คนเริ่มมองหาการบริโภคคุณภาพดีและอร่อยมากขึ้น ซึ่งจะเป็นบลูโอเชียนในอนาคตด้วย”

เพื่อให้แต่ละชิ้นส่วนภาพธุรกิจมีความสมบูรณ์แบบได้ตามแผนที่วางไว้ การนำบริษัทฯ เข้าไปอยู่ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย จะยิ่งตอกย้ำความเชื่อมั่นให้กับพันธมิตรธุรกิจและการทำตลาดในอนาคตได้ตามแผน ที่ยังสร้างการเติบโตร่วมกับผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกกลุ่มอีกด้วย ซึ่งขณะนี้ บริษัทฯทอยู่ระหว่างเตรียมนำกิจการเข้าตลาดฯ ไปตามแผนเดิมที่วางไว้

สำหรับ ผลดำเนินการในปี 2566 มีมูลค่ายอดขายรวมกว่า 5,000 ล้านบาท แบ่งออกเป็น ปริมาณการส่งออกทุเรียนทุเรียน 67% (30,312 ตัน) ปริมาณการส่งออกลำไย 20% (19,314 ตัน)ปริมาณการส่งออกมังคุด 10% (5,559 ตัน) และปริมาณการส่งออกมะพร้าว 3% (4,532 ตัน)

อ่านข่าว แวดวงธุรกิจ ที่น่าสนใจ ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...