คนไทยซื้อสินค้าลักซูรีโต 4 เท่า “สินค้าบิวตี้” ผงาด ราคาจับต้องได้แม้เศรษฐกิจแย่
The 1 Insight เจาะอินไซด์คนไทยครึ่งแรก ปี 67 พบ ลักซูรียอดโซพุ่ง 4 เท่า “สินค้าบิวตี้” โตแซงแฟชั่น 10% ชี้ราคาเข้าถึงได้แม้เศรษฐกิจแย่ เจน Y - Z กำลังซื้อหลัก
วันที่ 8 สิงหาคม 2567 The 1 Insight รายงานผลวิเคราะห์พฤติกรรมการใช้จ่ายกลุ่มสินค้า Luxury ในช่วงครึ่งแรกของปี 2567 พบว่า แม้ในสภาพเศรษฐกิจผันผวน ภาพรวมกำลังซื้อตลาด Luxury Retail ยังเติบโตสูง 4 เท่า เมื่อเทียบกับปีก่อนโควิด
โดยการใช้จ่ายสินค้าบิวตี้มีการเติบโตสูงกว่าสินค้าแฟชั่น 10% ตรงกับทฤษฎี “Lipstick Effect” ที่ใช้อธิบายปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นทั่วโลกในช่วงที่กำลังซื้อภาพรวมลดลง
ทว่ายอดการใช้จ่ายสินค้าบิวตี้กลับเติบโตสวนทาง เนื่องจาก เป็นสินค้าที่ชุบชูจิตใจได้ไม่แพ้สินค้าแฟชั่นแบรนด์หรู แต่มาในงบประมาณที่เข้าถึงได้สำหรับคนส่วนใหญ่นั่นเอง
สินค้าที่ยอดขายเติบโตสูงสุดในหมวดบิวตี้ ได้แก่
- ลิปสติก
- พาเลตต์แต่งหน้า
- น้ำหอม
สินค้าหมวดแฟชั่น ยอดขายขายเติบโตสูงสุด ได้แก่
- กระเป๋าถือ
- แอ็กเซสเซอรี่
- รองเท้า
นอกจากนี้ ยังพบว่าคนแต่ละช่วงวัยมีการใช้จ่ายกับสินค้าแต่ละประเภทในสัดส่วนที่ต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ
ยอดซื้อกลุ่มสินค้าสูงสุดของแต่ละเจนเนอเรชั่น เรียงตามลำดับ
1.กลุ่ม Gen Z ใช้จ่ายกับเครื่องสำอางน้ำหอม และสกินแคร์
2.กลุ่ม Gen Y ใช้จ่ายกับสินค้าแฟชั่น สกินแคร์ และน้ำหอม
3.กลุ่ม Gen X ใช้จ่ายกับสกินแคร์และสินค้าแฟชั่น เมกอัพ และน้ำหอม
4.กลุ่ม Baby Boomers ใช้จ่ายกับสกินแคร์ สินค้าแฟชั่น และเมกอัพ
เจน Z ยอดลักซูรีเติบโตสูงสุด แต่เจน Y กำลังซื้อหลัก ภักดีต่อแบรนด์มากกว่า
ทั้งนี้“กลุ่ม Gen Z” มีการใช้จ่ายในกลุ่มสินค้า Luxury เติบโตสูงสุดจากทุกช่วงวัย เป็นผลให้แบรนด์ระดับโลกที่เล็งเห็นโอกาสเริ่มดำเนินกลยุทธ์ในการดึงดูดกลุ่ม Gen Z มากขึ้นในช่วง 2-3 ปีให้หลังนี้
อาทิ การใช้ดาราและอินฟลูเอนเซอร์ที่กลุ่ม Gen Z ติดตาม รวมถึง Storytelling ของแบรนด์ต่างๆ ที่เน้นการแสดงตัวตนที่ authentic และมุมมองต่อ sustainability ซึ่งเป็นเรื่องหลักที่กลุ่มช่วงวัยดังกล่าวให้ความสำคัญ
แน่นอนว่าแบรนด์ยังไม่สามารถทิ้งกลุ่มลูกค้าอื่นๆ ได้เช่นกัน เนื่องจากกำลังซื้อส่วนใหญ่ยังอยู่ที่ Gen Y, Gen X และ Baby Boomer ตามลำดับ
โดยทั้ง 3 ช่วงวัยนั้นยังถือว่าเป็นลูกค้ากลุ่มสำคัญของแบรนด์ นอกจากจะมีสัดส่วนการใช้จ่ายสูงแล้ว โดยเฉพาะในกลุ่ม Gen Y พบว่าคนกลุ่มนี้มีความภักดีต่อแบรนด์ (Brand Loyalty) สูงกว่ากลุ่ม Gen Z ที่เปิดกว้างมากกว่าและพร้อมเปลี่ยนแบรนด์ที่ชื่นชอบตลอดเวลา
ในส่วนของช่องทางการใช้จ่าย นอกจากช่องทางออนไลน์ที่เติบโตขึ้นเรื่อยๆ ไม่ว่าจะเป็น E-Commerce หรือ Social Commerce ช่องทางหน้าร้านก็ยังคงมีความสำคัญอย่างมาก ไม่เพียงในกลุ่ม Gen X และ Baby Boomer ที่นิยมการใช้จ่ายที่หน้าร้านมากกว่าเท่านั้น
50% คนไทยซื้อสินค้าหมวดบิวตี้-แฟชั่น อย่างน้อย เดือนละ 1 ครั้ง
โดยผลสำรวจจาก CRC VoiceShare ในเดือนพฤษภาคม-มิถุนายน 2567 เผยว่า 50% ของผู้ตอบแบบสอบถาม ซื้อสินค้าในหมวดแฟชั่นและบิวตี้อย่างน้อย 1 รายการในช่วงเวลา 1 เดือน
และนักช้อปสายลักซูรีส่วนใหญ่ยังคงนิยมใช้จ่ายที่หน้าร้าน เนื่องจากสามารถมอบ Customer Experience ที่สะดวกสบายและมอบความรู้สึกพิเศษให้ได้มากกว่า