หลากเรื่องราวจากการคลี่ออกของกระดาษ “วาชิ” กระดาษโบราณนับพันปีที่ไม่ยอมแพ้ให้กับกาลเวลา
“กระดาษ” เป็นสิ่งสำคัญของชีวิตในยุคสมัยก่อน เพราะไม่ว่าจะทำอะไร ก็ต้องมีการจดบันทึกเพื่อเก็บเรื่องราวหรือสิ่งสำคัญเอาไว้ และเรายังใช้กระดาษเป็นสื่อกลางในการสื่อสาร ทว่าในปัจจุบันเมื่อเทคโนโลยีใหม่ ๆ พัฒนาและเติบโตขึ้น ทำให้สามารถจดบันทึกเรื่องราวต่าง ๆ เอาไว้ได้ด้วยเครื่องมืออื่น ๆ ทำให้กระดาษถูกลดความสำคัญลง
…แต่ไม่ใช่กับกระดาษ “วาชิ” กระดาษโบราณของญี่ปุ่นที่พยายามปรับตัวให้เข้ากับการเปลี่ยนแปลง โดยที่ไม่ละทิ้งมรดกทางวัฒนธรรม โดยไม่ได้เป็นเพียงกระดาษสำหรับเขียนหรือเอาไว้ทำสมุดบันทึกเท่านั้น แต่ยังสามารถสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ ๆ เพื่อตอบสนองความต้องการของคนรุ่นใหม่ได้เป็นอย่างดีอีกด้วย
Tomomarusan / Wikimedia Commons
คลี่รอยพับกระดาษโบราณญี่ปุ่น “วาชิ”
ในโลกของงานฝีมือดั้งเดิมแบบฉบับญี่ปุ่น มีเพียงไม่กี่อุตสาหกรรมเท่านั้นที่สามารถฝ่าฟันและยืนหยัดต่อสู้กับยุคสมัยและกาลเวลาที่เลยผ่านไปได้ แต่ด้วยประเพณีดั้งเดิมที่ยังคงฝังรากและหยั่งลึกในวัฒนธรรม บวกกับความปรารถนาที่จะสร้างสรรค์สิ่งใหม่ ๆ เสมอ จึงทำให้ “กระดาษวาชิ” ที่มีต้นกำเนิดจากเมืองเอจิเซ็น จังหวัดฟุคุอิ ในประเทศญี่ปุ่น สามารถยืนหยัดอยู่ได้จนถึงวันนี้
เอจิเซ็น เป็นเมืองที่มีชื่อเสียงด้านงานฝีมือและมรดกการผลิตกระดาษที่หยั่งรากลึกในประวัติศาสตร์ญี่ปุ่น โดยมีกระดาษวาชิที่เป็นเครื่องพิสูจน์ถึงศิลปะแห่งการปรับตัวให้เข้ากับการเปลี่ยนแปลงในขณะที่ยังคงรักษามรดกทางวัฒนธรรมเอาไว้ได้
“วาชิ” มีความหมายว่า “กระดาษญี่ปุ่น” เป็นกระดาษโบราณดั้งเดิมที่มีการผลิตใช้กันมาอย่างยาวนานกว่า 1,300 ปี ทำจากเยื่อเปลือกไม้ต่าง ๆ เช่น ต้นบาค ต้นแกมปิ หรือเปลือกเยื่อจากข้าวสาลี โดยคุณสมบัติที่โดดเด่นของวาชิก็คือความทนทานที่สามารถใช้งานได้เป็นพันปีกว่ากระดาษชนิดนี้จะเสื่อมสลาย
กระบวนการดั้งเดิมในการผลิตกระดาษวาชินั้นประกอบด้วยเทคนิคในการผลิตที่ชื่อว่า นางาชิสึกิ (Nagashizuki) ที่ได้รับการถ่ายทอดจากรุ่นสู่รุ่น ทำให้กระดาษวาชิทำมือนั้นมีเนื้อสัมผัสที่อบอุ่น มีความยืดหยุ่น ทว่าก็ทนทานขัดกับความบางของเนื้อกระดาษอย่างน่าประหลาดใจ ทำให้กระดาษวาชิไม่เพียงถูกนำมาใช้ตามประโยชน์ใช้สอยเท่านั้น แต่ยังเป็นเครื่องมือที่สื่อถึงความรู้สึกและจิตวิญญาณของผู้สร้างสรรค์อีกด้วย
อิซูมิ โอซาดะ (Izumi Osada) ผู้ผลิตกระดาษญี่ปุ่นวาชิ ในเอจิเซ็น
อิซูมิ โอซาดะ (Izumi Osada) เป็นผู้ผลิตกระดาษและเจ้าของธุรกิจครอบครัวอย่างร้าน Osada Washi ที่มีการสืบทอดกันมาถึงห้ารุ่นแล้ว เธอตระหนักถึงศักยภาพที่ยังไม่ได้แสดงออกอย่างเต็มที่ของประเพณีการทำกระดาษของครอบครัวและธุรกิจของกระดาษวาชิ โดยเธอกล่าวว่า เธอสนใจที่จะค้นหาสิ่งใหม่ ๆ ที่จะสามารถตอบสนองต่อความต้องการของลูกค้า และพัฒนาสินค้าและผลิตภัณฑ์เพื่อให้ตอบสนองต่อความต้องการเหล่านั้นให้ได้ โดยธุรกิจของครอบครัวอย่างการผลิตกระดาษวาชิเป็นสิ่งแรกที่เธอนึกถึง
การเปลี่ยนแปลงของสถาปัตยกรรมญี่ปุ่น ทำให้เธอจำเป็นต้องปรับการนำเสนอผลิตภัณฑ์ให้เข้ากับยุคสมัยมากขึ้น เนื่องจากกระดาษทำมือที่ผลิตกันนั้นเป็นกระดาษธรรมดาสำหรับการทำประตูบานเลื่อน เธอกล่าวต่อว่า คุณยายของเธอแนะนำให้ทำงานฝีมือที่ประณีตกว่าเดิม และเป็นสิ่งที่เครื่องจักรไม่อาจผลิตได้ เธอจึงได้เริ่มออกแบบกระดาษทำมือที่มีลวดลายพิมพ์บนกระดาษเป็นรูปภูเขาหรือหิมะจนกลายเป็นผลิตภัณฑ์หลักในที่สุด
นอกจากประตูบานเลื่อนแล้ว พ่อของอิซูมิยังได้ขยายฐานลูกค้าด้วยการเพิ่มความน่าสนใจให้กับผลิตภัณฑ์ โดยการออกแบบและประดิษฐ์วอลล์เปเปอร์จากกระดาษวาชิสำหรับการตกแต่งภายใน ความพิเศษก็คือความสามารถในการออกแบบและผลิตได้ตามความต้องการเฉพาะของลูกค้า ทำให้ได้สร้างสรรค์ตามสไตล์ของตัวเองที่ไม่เหมือนใคร และมีชิ้นเดียวในโลก เพื่อสะท้อนถึงความพยายามในการอนุรักษ์เทคนิคการผลิตกระดาษแบบดั้งเดิม พร้อมกับการเปิดรับและหาวิธีการใช้งานกระดาษวาชิที่สร้างสรรค์และร่วมสมัยมากขึ้น
เดิมที กระดาษวาชิถูกนำไปทำเป็นสมุดบันทึก แต่ในยุคสมัยนี้ความต้องการในการใช้สมุดบันทึกลดน้อยลง อิซูมิจึงได้ใช้เวลาไปกับการคิดค้นและไตร่ตรองว่า จะผลิตและจำหน่ายกระดาษวาชิในรูปแบบใหม่ ๆ ได้อย่างไร โดยเธอได้ทดลองไอเดียที่เธอพอจะนึกได้ ไม่ว่าจะเป็นการนำมาทำเป็นเครื่องประดับ หรือการสร้างสรรค์กระเป๋าถือจากกระดาษวาชิ เพื่อค้นหาว่าสิ่งใดที่เหมาะกับการใช้กระดาษวาชิในการผลิตมากที่สุด
โดยเธอพบว่า ถึงแม้ว่าผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมที่ผลิตจากกระดาษวาชิจะยังได้รับความนิยมอยู่อย่างเช่น พัด ซองจดหมาย และสมุดบันทึก แต่กระดาษวาชิก็ยังสามารถสร้างสรรค์เป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ ที่มีความร่วมสมัยมากขึ้นได้ เช่น ถุงเท้า ผ้าพันคอ จาน กระเป๋าแฟชั่น หรือสินค้าอื่นที่อาจคาดไม่ถึง สะท้อนให้เห็นว่า ประเพณีดั้งเดิมกับนวัตกรรมรูปแบบใหม่ไม่ได้มีความขัดแย้งกัน แต่ยังเป็นองค์ประกอบสำคัญที่สามารถส่งเสริมซึ่งกันและกันและพัฒนาควบคู่กันไปได้
Hideyuki KAMON / Flickr
Hideyuki KAMON / Flickr
จากของที่ตกยุค สู่ความสนใจจากคนรุ่นใหม่
ปัจจุบันการที่จะผลิตสิ่งของสักหนึ่งอย่าง นอกจากจะต้องดึงดูดความสนใจผู้บริโภคได้แล้ว ก็ต้องคำนึงถึงการที่จะไม่ไปทำลายสิ่งแวดล้อมด้วย เช่นเดียวกับกระดาษวาชิที่การผลิตจะต้องมีการปรับกระบวนการผลิตให้เข้ากับปัจจุบัน โดยเป็นวิธีการผลิตแบบดั้งเดิมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เช่น การริเริ่มที่จะทำการรีไซเคิลกระดาษวาชิ เพื่อเพิ่มมูลค่าและความยั่งยืนให้กับกระดาษแบบดั้งเดิมอีกครั้ง
นอกจากนี้ บริษัท SOUP Inc. ยังได้ออกแบบและพัฒนากระดาษให้เป็นผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและยั่งยืน โดยพัฒนากระดาษสำหรับการเพาะเมล็ด หรือ Hanasaku Washi วิธีการคือการกรองเมล็ดของดอกไม้และสมุนไพรต่าง ๆ ลงในเศษกระดาษเหลือทิ้ง ซึ่งทำให้เมล็ดที่โรยใส่ลงไปบนกระดาษนั้น สามารถงอกเงยออกมาเมื่อนำกระดาษไปปลูกลงในดิน ทำให้แม้ว่าจะสิ้นสุดบทบาทการเป็นกระดาษแล้ว แต่ก็ยังสามารถใช้ประโยชน์โดยการนำไปปลูกพืชเพื่อให้พืชเติบโตและกลับคืนสู่ดินต่อไป
ส่วนบริษัทผลิตสิ่งทอของญี่ปุ่นอย่าง Takebe ก็ได้ออกแบบหน้ากากอนามัยที่ทำจากกระดาษวาชิในช่วงการระบาดของโควิด-19 ที่ผ่านมา และหน้ากากอนามัยกลายเป็นสิ่งสำคัญในการดำเนินชีวิตจนทำให้กลายเป็นแฟชั่น ณ ขณะนั้นและต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน
โดยหน้ากากอนามัยชนิดนี้ผลิตจากกระดาษวาชิแบบดั้งเดิมของญี่ปุ่น มีโครงสร้าง 3 ชั้น ที่ประกอบไปด้วยกระดาษวาชิและผ้าโพลิเอสเตอร์จากเส้นใยสังเคราะห์ เพื่อความสะดวกสบายในการสวมใส่และยืดหยุ่น ทนต่อความชื้น ทั้งยังสามารถออกแบบให้มีหลากสีสันจนสามารถสวมใส่คู่กับชุดกิโมโนหรือชุดยูกาตะของญี่ปุ่นได้อย่างไม่แปลกตา ยิ่งไปกว่านั้นยังสามารถซักและนำกลับมาใช้ใหม่ได้
สิ่งที่ทำให้กระดาษวาชิยังคงอยู่ได้ เพราะได้ถูกนำไปใช้ประดิษฐ์เป็นสิ่งของเครื่องใช้ต่าง ๆ ที่ตอบสนองความต้องการของคนยุคใหม่ และยังได้กลิ่นอายความโบราณในสไตล์ของญี่ปุ่นแบบดั้งเดิม เช่น กระจก WashiGlas หรือ ประตูกระดาษบานเลื่อนในแบบสมัยใหม่ สำหรับการตกแต่งบ้านให้กับผู้คนที่หลงใหลในสไตล์ความเป็นญี่ปุ่น รวมไปถึงกระเป๋าถือ และร่มกระดาษที่ให้ความรู้สึกถึงวัสดุที่เป็นธรรมชาติ แต่ยังคงไว้ซึ่งรายละเอียดที่พิถีพิถันและสะท้อนสไตล์ความเป็นญี่ปุ่นได้อย่างชัดเจน ถือเป็นการอนุรักษ์ที่ไม่ทิ้งความเก่าแก่ แต่ก็นำมาปรับให้เข้ากับยุคสมัยและความต้องการที่เปลี่ยนไปของมนุษย์ได้อย่างลงตัว
เพราะหัวใจสำคัญของการรักษาวัฒนธรรม ก็คือการที่นวัตกรรมสมัยใหม่สามารถที่จะเจริญรุ่งเรืองไปพร้อมกับงานฝีมือและประเพณีแบบดั้งเดิม เพื่อให้มั่นใจได้ว่า มรดกที่ถูกสืบทอดมาจากอดีตจะถูกโอบกอดและยังคงได้รับการต่อยอดให้อยู่ได้ในพลวัตที่เคลื่อนไหวของอนาคต
ที่มา : บทความ “Discover Washi – An Innovation in Japanese Papermaking” จาก workmill.jp
บทความ “Japan brings back washi as circular papermaking with original technology” โดย Sonoka Imagawa
บทความ “"วาชิ" กระดาษญี่ปุ่นโบราณ ที่เป็นมากกว่ากระดาษสำหรับเขียน” โดย SCC Online
บทความ “Japanese Washi Paper” จาก Robert C. Williams Museum of Papermaking
บทความ "กระจกเยื่อกระดาษวาชิ" จาก glassform.co.th
บทความ “ประตูกระดาษ ทำไมถึงเป็นที่นิยมมากในบ้านญี่ปุ่นแบบดั้งเดิม มีเหตุผลอะไรบ้าง” จาก autodoorcenter.com
บทความ “History Of Washi” จาก hiromipaper.com
บทความ “Unlocking the mystery of Japan’s perfect paper” โดย Rob Goss
บทความ “These gorgeous face masks are made from Japanese washi paper – and they're reusable” โดย Kaila Imada
บทความ “Washi, the art of Japanese papermaking: ancient craft, modern possibilities?” โดย Martina Tondo
เรื่อง : ณัฐนิธิ ประเสริฐแท่น