ลุ้นชม ‘ดาวหางจื่อจินซาน-แอตลัส’ 9 ต.ค.นี้ เช็กเวลาเพื่อ ‘ตามล่าดาวหาง’ ที่นี่!
The Bangkok Insight
อัพเดต 23 ก.ย 2567 เวลา 10.58 น. • เผยแพร่ 23 ก.ย 2567 เวลา 10.58 น. • The Bangkok Insightลุ้นชม "ดาวหางจื่อจินซาน-แอตลัส" 9 ต.ค.นี้ อาจสว่างกว่าดาวศุกร์และเห็นได้ด้วยตาเปล่า เผยรออีกกว่า 8 หมื่นปีกว่าจะได้เห็นอีกครั้ง
NARIT สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ ชวนลุ้นชมดาวหางจื่อจินซาน-แอตลัส หรือ C/2023 A3 (Tsuchinshan-ATLAS) ช่วงต้นเดือนตุลาคมนี้ และจากการคำนวณล่าสุดชี้ว่า ดาวหางอาจมีความสว่างได้มากกว่า“ดาวศุกร์” จนสามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่าตั้งแต่ท้องฟ้ายังไม่มืดสนิท
ดาวหาง C/2023 A3 (Tsuchinshan-ATLAS) ค้นพบโดยระบบเครือข่ายกล้องโทรทรรศน์ ATLAS (Asteroid Terrestrial-impact Last Alert System) ในประเทศแอฟริกาใต้ เมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 2023 แต่ต่อมาพบว่ามีรายงานจากนักดาราศาสตร์ที่หอดูดาวจื่อจินซานในประเทศจีน ได้ค้นพบดาวหางดวงนี้ก่อนหน้านั้นแล้วเมื่อวันที่ 9 มกราคม ดังนั้น ชื่อของหอดูดาวทั้งสองฝั่งจึงกลายเป็นชื่อของดาวหางดวงนี้
ลุ้นชมดาวหาง 9 ต.ค.-80,660 ปีจะโคจรกลับมาอีกครั้ง
ขณะนี้วันที่ 23 กันยายน 2024 ดาวหางจื่อจินซาน-แอตลัสอยู่ระหว่างวงโคจรของดาวพุธและดาวศุกร์ โดยจะเข้าใกล้ดวงอาทิตย์มากที่สุดในวันที่ 28 กันยายน ค.ศ. 2024 ที่ระยะห่างประมาณ 58.6 ล้านกิโลเมตร (ประมาณระยะห่างจากดวงอาทิตย์ถึงดาวพุธ) ก่อนเข้าใกล้โลกมากที่สุดในวันที่ 13 ตุลาคม ค.ศ. 2024 ที่ระยะห่าง 70.6 ล้านกิโลเมตร
ซึ่งจะเป็นช่วงที่ดาวหางจะมีความสว่างปรากฏบนท้องฟ้ามากที่สุด ก่อนที่ดาวหางจะโคจรออกห่างจากโลกไปเรื่อย ๆ ซึ่งจะโคจรกลับมาอีกครั้งในอีก 80,660 ปีข้างหน้า
ในวันที่ 28 กันยายน ค.ศ. 2024 ที่จะถึงนี้ เป็นวันที่ดาวหางจะโคจรเฉียดเข้าใกล้ดวงอาทิตย์มากที่สุด ดาวหางจะได้รับรังสีพลังงานสูงจากดวงอาทิตย์จนทำให้ปลดปล่อยฝุ่นและแก๊สออกมามากยิ่งขึ้น และอาจเกิดเป็นหางที่พุ่งยาวไปในอวกาศได้ไกลหลายล้านกิโลเมตร
Joseph Marcus นักวิจัยด้านดาวหางชี้ว่า ดาวหางจื่อจินซาน-แอตลัส อาจมีค่าความสว่างปรากฏได้สูงมากถึงแมกนิจูด -6.9 ในวันที่ 9 ตุลาคม ค.ศ. 2024 ซึ่งมีความสว่างมากกว่าดาวศุกร์ในช่วงที่สว่างที่สุดในรอบปี (แต่สว่างน้อยกว่าดวงจันทร์ครึ่งดวง) หากเป็นเช่นนั้นจริง เราอาจสามารถมองเห็นดาวหางดวงนี้ได้ด้วยตาเปล่าแม้ท้องฟ้าไม่ได้มืดสนิท
นอกจากนี้ จากเว็บไซต์ COB ที่เป็นการรวบรวมข้อมูลการสังเกตการณ์จากนักดาราศาสตร์สมัครเล่นทั่วโลก แสดงให้เห็นว่า จากช่วงกลางเดือนกันยายน ค.ศ. 2024 ที่ผ่านมา ดาวหางมีค่าความสว่างที่เพิ่มขึ้นสูงเกือบ 10 เท่า โดยข้อมูลจากการสังเกตการณ์จริงล่าสุด (21 กันยายน ค.ศ. 2024) พบว่าดาวหางมีค่าความสว่างปรากฏที่แมกนิจูด 3.6 ซึ่งเป็นค่าความสว่างที่มนุษย์สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่าแล้ว
อย่างไรก็ดี ทางเว็บไซต์ COB ได้แสดงค่าความสว่างสูงสุดของดาวหางที่แตกต่างออกไป โดยกราฟแสงของดาวหางมีค่าความสว่างสูงสุดในวันที่ 8-9 ตุลาคม ค.ศ. 2024 อยู่ที่ประมาณแมกนิจูด 2.28 (เทียบเท่ากับดาว Caph ในกลุ่มดาวแคสซิโอเปีย) ซึ่งก็ยังสามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า แต่อาจจำเป็นจะต้องสังเกตการณ์ในพื้นที่ที่ท้องฟ้ามืดสนิทปราศจากมลภาวะทางแสง
ทั้งนี้ ช่วงวันที่ 24 กันยายน - 6 ตุลาคม 2567 สามารถสังเกตดาวหาง จื่อจินซาน-แอตลัส ได้ทางทิศตะวันออก ช่วงรุ่งเช้าก่อนดวงอาทิตย์ขึ้น จากนั้นจะไม่สามารถสังเกตได้เนื่องจากเป็นช่วงเข้าใกล้ดวงอาทิตย์ และจะกลับมาปรากฏให้ชมอีกครั้งทางทิศตะวันตก หลังดวงอาทิตย์ลับขอบฟ้า
ชวนตามล่าดาวหาง
ดังนั้น มาร่วมติดตามกันว่าหลังจากนี้ดาวหางจะมีความสว่างเปลี่ยนแปลงไปอย่างไรบ้าง และในวันที่ 28 กันยายน ค.ศ. 2024 มาร่วมลุ้นกันว่าดาวหาง จื่อจินซาน-แอตลัสจะรอดจากการเฉียดเข้าใกล้ดวงอาทิตย์ได้หรือไม่ หากรอดออกมาได้ ในช่วงกลางเดือนตุลาคมก็จะเป็นช่วงที่เหมาะกับการออก “ตามล่าดาวหาง” มากที่สุด ซึ่งอาจสว่างโดดเด่นจนสามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า
สำหรับการสังเกตการณ์ในประเทศไทย ช่วงนี้ไปจนถึงประมาณวันที่ 6 ตุลาคม 2024 ดาวหางจะปรากฏในช่วงรุ่งเช้าก่อนดวงอาทิตย์ขึ้น ทางทิศตะวันออก และหลังจากนั้นดาวหางจะปรากฏบนท้องฟ้าช่วงหัวค่ำ ทางทิศตะวันตก
อ่านข่าวเพิ่มเติม
- โลกเตรียมต้อนรับดวงจันทร์ดวงที่ 2 แต่จะอยู่ในวงโคจรเพียง 2 เดือนเท่านั้น!!
- ครั้งแรกของปี! ปรากฏการณ์ ‘ดวงจันทร์บังดาวเสาร์’ ชมได้ทั่วไทย เช้ามืด 25 ก.ค.นี้
- ครั้งแรกในไทย เปิดให้ชมดินจากดวงจันทร์ 22-28 ก.ค.นี้ เช็กเลย
ติดตามเราได้ที่