โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทำความรู้จัก ‘ลมมรสุม’ ตัวการเปลี่ยนฤดูกาล พร้อมทริคช่วยจำ!

Dek-D.com

อัพเดต 28 ต.ค. 2567 เวลา 07.20 น. • เผยแพร่ 30 ก.ย 2567 เวลา 11.04 น. • DEK-D.com
ลมมรสุมคืออะไร? ประเทศไทยได้รับผลกระทบจากประเภทไหนบ้าง? มาทำความรู้จักกัน!

สวัสดีค่ะน้องๆ ชาว Dek-D หนึ่งในปรากฏการณ์ที่น่าจะเคยได้ยินจากข่าวพยากรณ์อากาศกันบ่อย ๆ คือ "ลมมรสุม (Monsoon)” กันใช่ไหมคะ แต่บางคนอาจจะยังไม่รู้ว่าจริง ๆ แล้วลมมรสุมคืออะไรกันแน่ วันนี้คอลัมน์ ‘รู้ไว้เผื่อออกสอบ’ จะพาไปทำความรู้จัก "ลมมรสุม" และ “ร่องมรสุม” ตัวการสำคัญในการเปลี่ยนฤดูกาลซึ่งเป็นหนึ่งในปรากฏการณ์ธรรมชาติที่ไทยต้องเตรียมรับมือทุกปีว่ามีสาเหตุเกิดจากอะไร และไทยต้องเจอกับประเภทไหนบ้าง นอกจากความรู้แล้วยังมีทริคช่วยจำฤดู และแบบฝึกหัดจากข้อสอบจริงที่นำมาฝากน้องๆ ทุกคนด้วยค่ะ

ลมมรสุม คืออะไร เกิดขึ้นได้อย่างไร?

ลมมรสุม (monsoon) เป็นลมประจำฤดูที่พัดอย่างสม่ำเสมอ มีทิศทางแน่นอน และจะเปลี่ยนทิศทางตามฤดูกาลเกิดในบริเวณที่เป็นเขตร้อนของโลก หรือแนวเส้นศูนย์สูตร ซึ่งประเทศไทยของเราอยู่เหนือบริเวณเส้นศูนย์สูตร จึงทำให้บางพื้นที่ของบ้านเราได้รับผลกระทบไปด้วย เช่น ภาคเหนือมีอากาศหนาวเย็นและแห้ง

ลมมรสุม เกิดจากความแตกต่างกันระหว่างอุณหภูมิของพื้นดินและพื้นน้ำในแต่ละฤดู เช่น ฤดูหนาวอุณหภูมิของพื้นดินจะเย็นกว่าน้ำในมหาสมุทร(ที่อยู่ใกล้เคียง) อากาศเหนือพื้นน้ำจึงมีอุณหภูมิสูงและลอยตัวขึ้น มวลอากาศเหนือทวีปซึ่งเย็นกว่าจึงไหลไปแทนที่ ทำให้เกิดเป็นลมเย็นๆ พัดออกจากทวีปพอถึงฤดูร้อนอุณหภูมิของดินภาคพื้นทวีปร้อนกว่าน้ำในมหาสมุทร ลมที่มีความชื้นสูงจึงพัดจากมหาสมุทรเข้าสู่พื้นทวีปเป็นเหตุให้เกิดลมพัดในทิศทางตรงข้ามนั่นเอง

Note :ลมมรสุมจะส่งผลกระทบต่อทวีปเอเชียมากที่สุด เนื่องจากทวีปเอเชียมีพื้นดินกว้างที่สุดในโลก ดังนั้น ความแตกต่างของอุณหภูมิพื้นทวีปกับพื้นมหาสมุทรที่อยู่รอบๆ เอเชียจึงแตกต่างกันมาก โดยลมมรสุมที่มีกำลังแรงที่สุด ได้แก่ ลมมรสุมที่เกิดในบริเวณภาคใต้ และภาคตะวันออกเฉียงใต้ของทวีปเอเชีย

ลมมรสุมในประเทศไทย

อย่างที่เล่าไปก่อนหน้านี้ว่าประเทศไทยของเราอยู่เหนือบริเวณเส้นศูนย์สูตร จึงทำให้ประเทศไทยได้รับอิทธิพลของลมมรสุมถึง 2 ชนิดด้วยกัน ได้แก่ ลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ และลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ เรามาดูกันค่ะว่าลมทั้งสองชนิดส่งผลกระทบอะไรต่อประเทศไทยบ้าง

ลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ - มรสุมฤดูร้อน

ลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ (Southwest monsoon) จะพัดมาปกคลุมประเทศไทย ระหว่างกลางเดือนพฤษภาคมถึงกลางเดือนตุลาคมซึ่งเป็นช่วงที่โลกจะเอียงขั้วโลกเหนือเข้าหาดวงอาทิตย์ ทำให้อากาศเหนือพื้นทวีปทางซีกโลกเหนือมีอุณภูมิสูงกว่าพื้นมหาสมุทรทางซีกโลกใต้ ทำให้อากาศเหนือพื้นทวีปเคลื่อนที่สูงขึ้น และอากาศเหนือพื้นมหาสมุทรเคลื่อนเข้ามาแทนที่เป็นลมที่นำความชื้นจากมหาสมุทรอินเดีย ผ่านทะเลอันดามัน พัดผ่านประเทศไทยไปยังซีกโลกเหนือ ทำให้ช่วงเดือนพฤษภาคม - ตุลาคม เป็นฤดูฝน เกิดฝนตกชุกในประเทศไทย โดยเฉพาะบริเวณชายฝั่งทะเลอันดามัน(ระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล) และเทือกเขาด้านรับลมจะมีฝนมากกว่าบริเวณอื่น

แต่ภูเขาของประเทศไทยมีลักษณะค่อนข้างเตี้ยจึงทำให้ลมสามารถพัดผ่านภูเขาไปได้ ก่อนที่จะไปนำความชื้นที่ทะเลฝั่งอ่าวไทย พัดพาฝนไปตกที่บริเวณปลายภาคตะวันออกซึ่งมีเทือกเขาบรรทัดอยู่ด้วยกลายเป็นเขตปะทะลมฝน ทำให้จังหวัดจันทบุรี และตราด มีฝนตกหนักเช่นเดียวกับภาคใต้

จริงๆ แล้วลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้พัดเข้าทุกภาคทั่วประเทศไทยแต่ประเทศไทยมีภูเขาหนึ่งลูกที่ใหญ่มากๆ คือ เทือกเขาถนนธงชัยเมื่อลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้มาปะทะกับเทือกเขาถนนธงชัยปริมาณฝนจึงถูกสกัดออกไปบางส่วนทำให้ภาคตะวันตก 3 จังหวัด ได้แก่ ตาก กาญจนบุรี และราชบุรี เป็นเขตเงาฝน (rain shadown) มีฝนตกน้อยกว่าจังหวัดอื่นๆ ส่วนภาคกลางก็จะมีปริมาณฝนที่น้อยลง เพราะมีเทือกเขาช่วยสกัดฝนไปบ้างแล้วเว้นแต่ภาคกลางตอนล่างจะมีปริมาณฝนมากกว่าตอนบน เนื่องจากมีพื้นที่ติดทะเล

เมื่อลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้พัดผ่านภาคกลางและภาคตะวันตกไปแล้ว ต่อไปก็จะพัดไปชนกับกลุ่มภูเขาที่เป็นรูปตัว L ได้แก่ เทือกเขาเพชรบูรณ์ เทือกเขาดงพญาเย็น เทือกเขาสันกำแพง และเทือกเขาพนมดงรักทำให้ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 4 จังหวัด ได้แก่ เลย ขอนแก่น ชัยภูมิ และนครราชสีมา เป็นเขตเงาฝนเหมือนกัน

ทริคจำเขตเงาฝน 7 จังหวัด

  • ภาคตะวันตกท่องว่า “ริบหรี่” = าก กาญจนบุรีราชบุรี
  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ท่องว่า “เตโตรแล้ชัด” = อนแก่น โราช (นครราชสีมา) เชัยภูมิ

ลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ - มรสุมฤดูหนว

ลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ (Northeast monsoon)จะพัดมาปกคลุมประเทศไทย ระหว่างกลางเดือนตุลาคมคมถึงเดือนกุมภาพันธ์ซึ่งเป็นช่วงที่โลกจะเอียงขั้วโลกเหนือออกจากดวงอาทิตย์ ทำให้อากาศเหนือพื้นทวีปทางซีกโลกเหนือมีอุณหภูมิต่ำกว่าพื้นมหาสมุทรทางซีกโลกใต้ อากาศเหนือพื้นมหาสมุทรจึงเคลื่อนที่สูงขึ้นและอากาศเหนือพื้นทวีปเข้ามาแทนที่เป็นลมที่มีอุณหภูมิต่ำ และมีความชื้นน้อย เพราะมาจากแถบประเทศมองโกเลียและจีน พัดผ่านประเทศไทยไปยังพื้นมหาสมุทรซีกโลกใต้

ทำให้ช่วงปลายเดือนตุลาคม-กลางกุมภาพันธ์ ประเทศไทยเป็นฤดูหนาวมีอากาศหนาวเย็น โดยเริ่มจากภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลางตามลำดับ ส่วนภาคใต้จะมีฝนชุกโดยเฉพาะภาคใต้ฝั่งตะวันออก(ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช สงขลา ปัตตานี และนราธิวาส) เนื่องจากมรสุมนี้จะพัดจากภาคพื้นทวีปสู่อ่าวไทย จึงนำเอาความชุ่มชื้นจากอ่าวไทยเข้าสู่ภาคใต้ฝั่งตะวันออก

Note :อย่างไรก็ตาม ช่วงเวลาการเริ่มต้นและสิ้นสุดมรสุมทั้งสองชนิดอาจผันแปรไปจากปกติได้ในแต่ละปี

ทริคจำลมมรสุม

  • ลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้จำว่า “ตกใต้” = ฝนตก
  • ลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือจำว่า “ออกเหนือ” = ออกหนาว

ช่วงเปลี่ยนมรสุมส่งผลต่อประเทศไทยอย่างไร?

น้องๆ รู้กันแล้วว่า ลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ทำให้เกิดฤดูฝนส่วนลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือทำให้เกิดฤดูหนาวแต่จะมีอยู่ช่วงหนึ่งที่เป็นการเปลี่ยนผ่านจากมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ ไปยังมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ ซึ่งช่วงเปลี่ยนมรสุมหรือช่วงที่มรสุมลดลงนี้ ทำให้อุณหภูมิของไทยได้รับพลังงานความร้อนจากดวงอาทิตย์เยอะ ดังนั้น ช่วงเวลาดังกล่าวประเทศไทยจึงเป็นฤดูร้อน มีอากาศร้อนอบอ้าวและแห้งแล้ง ซึ่งอยู่ในช่วงกลางเดือนกุมภาพันธ์จนถึงกลางเดือนพฤษภาคมในช่วงนี้อุณหภูมิของอากาศเหนือพื้นทวีป และเหนือพื้นมหาสมุทรจะแตกต่างกันเล็กน้อย จึงไม่มีมรสุมเกิดการพัดผ่านนั่นเองค่ะ

ทริคจำฤดูกาลประเทศไทย

ถ้าพูดถึงเรื่องฤดูกาลของประเทศไทย วิธีจำง่ายๆ เลยก็คือ จำจากการเปิด-ปิดภาคเรียน

  • เทอม 1ตรงกับเดือน พฤษภาคม - กันยายน = ฤดูฝน
  • ปิดเทอมเล็กตรงกับเดือน ตุลาคม = ปลายฝนต้นหนาว
  • เทอม 2ตรงกับเดือน พฤศจิกายน - กุมภาพันธ์ = ฤดูหนาว
  • ปิดเทอมใหญ่ ตรงกับเดือน มีนาคม - เมษายน = ร้อน

ร่องมรสุม ตัวการที่ทำให้ฝนตกชุก

ในช่วงฤดูฝน ตัวการหนึ่งที่ทำให้ประเทศไทยมีฝนตกชุกได้ นอกจากมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ ที่มีกำลังแรงแล้ว ยังมีร่องมรสุมอีกด้วย

ร่องมรสุม หรือร่องความกดอากาศต่ำคือ แนวความกดอากาศต่ำมีลักษณะเป็นแนวพาดขวางในทิศตะวันออกและตะวันตก มีกระแสอากาศไหลขึ้นและลงสลับกัน ตามแนวโคจรของดวงอาทิตย์ บริเวณร่องความกดอากาศต่ำแถบศูนย์สูตรนี้ถ้าเคลื่อนที่ผ่านบริเวณใดจะทำให้เกิดฝนตกอย่างหนาแน่นในบริเวณนั้น

โดยปกติร่องมรสุมจะพาดผ่านประเทศไทยช่วงเดือนพฤษภาคม หลังจากนั้นเดือนมิถุนายนจะเคลื่อนขึ้นไปพาดผ่านบริเวณภาคเหนือ แล้วก็จะเคลื่อนขึ้นไปทางตอนใต้ของจีนและตอนเหนือของเวียดนามช่วงเดือนกรกฎาคม ทำให้ช่วงเวลานั้นบ้านเราฝนจะน้อยหรือเป็นช่วงที่เรียกว่า ‘ฝนทิ้งช่วง’ จากนั้นในช่วงเดือนสิงหาคมจนถึงเดือนตุลาคมร่องมรสุมก็จะเคลื่อนกลับลงมาพาดผ่านประเทศไทยอีกครั้ง

ถ้าหากในช่วงที่มีพายุเคลื่อนผ่านเข้ามาบริเวณทะเลจีนใต้ ร่องมรสุมนี้ก็จะทำหน้าที่เป็นทางเดินให้พายุเคลื่อนเข้าสู่บ้านเรามาตามแนวร่องมรสุมด้วย ซึ่งในช่วงฤดูฝนบ้านเราก็จะได้รับอิทธิพลจากทั้ง 2 ตัวการนี้มากขึ้น ทำให้ช่วงเดือนมิถุนายนไปจนถึงกลางเดือนตุลาคม ประเทศไทยจะมีฝนชุกนั่นเอง

สำหรับประเทศไทยร่องมรสุมเกิดจากการปะทะกันของลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ และลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ มีผลทำให้เกิดฝนตกเป็นบริเวณกว้างถ้าแนวชนของร่องมรสุมทั้งสองชนกันยิ่งแคบจะเกิดเป็นพายุฝนฟ้าคะนองได้ง่าย ดังนั้น หากกรมอุตุนิยมวิทยาประกาศว่ามีร่องมรสุม หรือร่องความกดอากาศต่ำพาดผ่านประเทศไทย นั่นหมายความว่า ฝนจะตกหนัก และถ้าร่องมรสุมนี้อยู่นานก็จะทำให้ฝนตกนาน และอาจเกิดน้ำท่วมได้

มาทดสอบความรู้กัน!

ทำความรู้จักกับลมมรสุมประเภทต่างๆ ที่เป็นตัวการให้เกิดฤดูกาลกันไปแล้ว ถึงเวลาทดสอบความรู้ความเข้าใจกันแล้วค่ะ ข้อสอบที่นำมาให้น้องๆ ฝึกทำในวันนี้ มี 2 ข้อด้วยกัน เป็นข้อสอบ O-NET วิชาสังคมศึกษา ปี 2562และตัวอย่างแนวข้อสอบถ้าพร้อมแล้วก็ลุยเลย!

1.ข้อใดไม่ใช่การเปลี่ยนแปลงกาลอากาศและภูมิอากาศของไทย (O-NET สังคมศึกษา ปี 2562)

1) ช่วงปลายเดือนเมษายนบริเวณความกดอากาศสูงจากประเทศจีน จะแผ่มาคลุมประเทศไทยตอนบน ขณะที่ประเทศไทยมีอากาศร้อน ทำให้บริเวณดังกล่าวจะมีพายุฤดูร้อน

2) พายุฤดูร้อนจะทำให้เกิดฝนฟ้าคะนองในบางพื้นที่ ลมกระโชกแรง ฟ้าผ่า และมีลูกเห็บตกเป็นบางพื้นที่

3) ฤดูร้อนของไทยเป็นช่วงเปลี่ยนแปลง เพราะอิทธิผลจากลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือเป็นลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้

4) ช่วงเปลี่ยนฤดูฝนเป็นฤดูหนาวของไทย ในช่วงกลางเดือนตุลาคม อากาศแปรปรวน อากาศจะเริ่มเย็น แต่ก็อาจมีพายุฝนฟ้าคะนองได้

5) พายุฤดูร้อนมักเกิดในฤดูฝนระหว่างที่ฝนทิ้งช่วง อากาศร้อนจัด แปรปรวนมีโอกาสลมพัดรุนแรง


2. ช่วงกลางเดือนตุลาคมถึงเดือนกุมภาพันธ์ จ.เลย มีอากาศหนาวเย็น และแห้ง เนื่องจากลมรสุมชนิดใด(แนวข้อสอบวิชาสังคมศึกษา)

1) ลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้

2) ลมมรสุมตะวันออกเฉียงใต้

3) ลมมรสุมตะวันตกเฉียงเหนือ

4) ลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ

น้องๆ คิดว่าคำตอบข้อไหนถูกต้องคะ? เลือกคำตอบที่คิดว่าใช่แล้วคอมเมนต์ด้านล่างได้เลย

สำหรับคอลัมน์ ‘รู้ไว้เผื่อออกสอบ’ บทความต่อไปจะเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับอะไร ฝากติดตามกันด้วยนะคะ ถ้าน้อง ๆ มีประเด็นที่น่าสนใจ หรือความรู้จากวิชาอะไร ที่อยากให้นำมาเล่า หรือแจกทริคการจำ ก็สามารถคอมเมนต์เอาไว้ด้านล่างได้เลย!

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...