โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

จากวอลเตอร์ ไวท์ ถึงโจชัวร์: ชวนย้อนสำรวจเส้นทางการแสดงของ ‘อาร์เจ มิตตี’

The MATTER

อัพเดต 13 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 12 ชั่วโมงที่ผ่านมา • Entertainment

เมื่อวันที่ 12 ตุลาคม ที่ผ่านมา มีรายงานว่า อาร์เจ มิตตี (RJ Mitte) นักแสดงหนุ่มวัย 34 ปีที่หลายคนรู้จักกันดีในบทบาทวอลเตอร์ ไวท์ จูเนียร์ จากซีรีส์ Breaking Bad (2008-2013) เสียชีวิตแล้ว ที่เมืองบราวน์สวิลล์ รัฐเท็กซัส

การจากไปอย่างกระทันหันนี้สร้างความสะเทือนใจแก่แฟนซีรีส์ Breaking Bad อยู่ไม่น้อย เพราะไม่มีใครรู้มาก่อนเลยว่า นักแสดงผู้กำลังเดินสายโปรโมต Talking to Strangers (2026) หนังเรื่องใหม่ที่กำลังลงจอฉายในอีกไม่นานจะจากไปอย่างไม่มีวันหวนกลับมาแล้ว

เพื่อเป็นการรำลึกถึงอาร์เจ มิตตี The MATTER จึงอยากชวนทุกคนย้อนสำรวจเส้นทางชีวิตและเส้นทางการแสดงของเจ้าตัวว่า ตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมาเรารู้จักหรือจดจำอาร์เจได้จากบทบาทใดกันบ้าง

ก่อนอื่นเราขอพามาทำความรู้จักเรื่องราวชีวิตของเจ้าตัวกันสักนิด เพื่อให้เห็นว่าอาร์เจทำอะไรมาบ้างที่ผ่านมา โดย ‘อาร์เจ มิตตี’ หรือ รอย แฟรงค์ มิตเต้ (Roy Frank Mitte) เกิดวันที่ 21 สิงหาคม 1992 ที่เมืองแจ็กสัน รัฐมิสซิสซิปปี ด้วยการผ่าตัดคลอดแบบฉุกเฉิน อันเป็นสาเหตุทำให้เขามีภาวะไม่หายใจตั้งแต่แรกเกิด จนนำไปสู่ผลกระทบต่อสมองอย่างถาวร หรือที่เรียกว่า ภาวะสมองขาดออกซิเจน (Cerebral hypoxia) และเมื่ออาร์เจอายุได้ 3 ขวบ เจ้าตัวก็ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคอัมพาตสมองในเด็ก (Cerebral Palsy)

จากภาวะเกี่ยวกับสมองที่เขาต้องเผชิญมาตั้งแต่แรกเกิด ส่งผลให้วัยเด็กอาร์เจจำเป็นต้องใส่เครื่องช่วยพยุงขาและใช้ไม้ค้ำยันอยู่ตลอด กระนั้น เจ้าตัวก็ไม่ได้ยอมแพ้ต่อโชคชะตาอันไม่เป็นธรรมที่มีติดตัวมา เขาเลือกที่จะหันมาเล่นกีฬาและออกกำลังกาย ร่างกายเขาจึงค่อยๆ แข็งแรงขึ้น จนไม่จำเป็นต้องใช้อุปกรณ์ช่วยเดินอีกต่อไป ประจวบกับปี 2006 น้องสาวของอาร์เจได้รับข้อเสนอเกี่ยวกับการแสดงและเริ่มเข้าสู่วงการบันเทิง ตัวเขาและครอบครัวจึงพากันย้ายไปอยู่ที่ลอสแอนเจลิส รัฐแคลิฟอร์เนีย ซึ่งเป็นสถานที่ที่จะพาอาร์เจได้เข้าสู่เส้นทางการแสดงในอนาคต

หลังจากย้ายไปอยู่ลอสแอนเจลิสได้ระยะหนึ่ง อาร์เจก็ได้เริ่มเข้าสู่วงการบันเทิงผ่านการรับบทตัวประกอบในหลากหลายบทบาท ตัวอย่างเช่น Hannah Montana (2007) ซึ่งแม้เป็นบทเล็กๆ ทว่ามันก็ทำให้มิตตีเริ่มหันมาสนใจวงการภาพยนตร์มากขึ้น จนท้ายที่สุดเจ้าตัวก็ได้ตัดสินใจเรียนการแสดงและเข้าสู่วงการการแสดงอย่างเต็มตัว

RJ Mitte ใน Hannah Montana (2007)

หลังจากที่ประสบความสำเร็จในด้านการแสดง อาร์เจก็ได้ใช้ชื่อเสียงที่ตนมีในการเป็นตัวแทนให้แก่คนพิการที่ถูกมองข้าม โดยเฉพาะในวงการภาพยนตร์ อย่าง การให้การสนับสนุนผู้ป่วยโรคอัมพาตสมองและผู้พิการอื่นๆ ตลอดจนเป็นโฆษกของสมาคมนักแสดงภาพยนตร์ (Screen Actors Guild) สำหรับนักแสดงที่มีความพิการ นอกจากนี้ตัวเขายังเป็นทูตให้แก่ United Cerebral Palsy ซึ่งเป็นองค์กรที่มุ่งมั่นสนับสนุนให้ผู้ที่มีภาวะสมองพิการ รวมถึงกลุ่มผู้มีความพิการทางระบบประสาทอื่นๆ สามารถใช้ชีวิตได้อย่างอิสระ มีศักดิ์ศรี และมีส่วนร่วมในสังคมอย่างเต็มที่

จนกระทั่งวันที่ 12 ตุลาคม 2026 เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นในเมืองบราวน์สวิลล์ ก็ได้เผยแพร่ข่าวว่า อาร์เจ มิตตี เสียชีวิตแล้ว โดยเสียชีวิตเวลา 13:32 น. โดยเขาปรากฏตัวครั้งสุดท้ายเมื่อ 8 วันก่อนหน้านั้น ในงานเทศกาลบอลลูนนานาชาติอัลบูเคอร์คีปี 2026 ร่วมกับ หลุยส์ มอนคาดา (Luis Moncada) นักแสดงที่เคยร่วมงานกันในซีรีส์ Breaking Bad

นับเป็นการปิดเส้นทางนักแสดงและเส้นทางชีวิตของอาร์เจ มิตตีลงอย่างเป็นทางการ สิ่งเหลือไว้ก็มีเพียงผลงานการแสดงที่ผ่านมาของเจ้าตัวที่จะยังคงอยู่ตลอดไป โดย The MATTER จะขอยกผลงานอันน่าจดจำทั้งหมด 6 เรื่อง เพื่อมาย้อนรำลึกของนักแสดงมากฝีมือคนนี้กันอีกครั้ง

วอลเตอร์ ไวท์ จูเนียร์ จาก Breaking Bad (2008-2013)

เริ่มกันที่บทบาทที่หลายคนน่าจะจดจำอาร์เจกันได้มากที่สุด กับ วอลเตอร์ ไวท์ จูเนียร์ จาก Breaking Bad ลูกชายผู้มีภาวะสมองพิการของ วอลเตอร์ ไวท์ ครูสอนเคมีระดับมัธยมปลายที่ผันตัวไปค้ายาเสพติด โดยซีรีส์เล่าถึงครูสอนเคมีผู้ประสบปัญหาทางการเงินขั้นวิกฤต ซ้ำยังได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นมะเร็งปอดระยะที่ 3 อีก และเพื่อสร้างความมั่นงคงทางการเงินให้แก่ครอบครัว วอลเตอร์ ไวท์ จึงหันหน้าเข้าสู่การค้ายา จนนำไปสู่เรื่องราวมากมายที่เกิดขึ้นเรื่อง

ตัวละคร อย่าง วอลเตอร์ ไวท์ จูเนียร์ ผู้เป็นลูกชาย จึงกลายเป็นตัวละครที่มีบทบาทสำคัญต่อทั้งตัววอลเตอร์ ไวท์ และเนื้อเรื่องโดยรวม ทำให้ Breaking Bad ซึ่งนอกจากจะเป็นซีรีส์เรื่องแรกที่เขารับบทนำอย่างเต็มตัวแล้ว ยังกลายเป็นซีรีส์เรื่องสำคัญที่กลายเป็นพื้นที่พิสูจน์ฝีมือการแสดงของนักแสดงหน้าใหม่คนนี้ด้วย

แคมป์เบล บิงแมน จาก Switched at Birth (2014)

หากใครเป็นคอซีรีส์ฝั่งอเมริกาน่าจะเคยได้ยิน Switched at Birth กันผ่านหูมาบ้าง กับเรื่องราวของด็กสาววัยรุ่นคนหนึ่ง ที่เพิ่งค้นพบความจริงจากแลปวิชาวิทยาศาสตร์ว่า กรุ๊ปเลือดตัวเองไม่เข้ากันกับกรุ๊ปเลือดพ่อแม่ สู่การรับรู้ความจริงว่า เมื่อตอนแรกเกิดพยาบาลได้สลับเธอกับเด็กผู้หญิงอีกคนหนึ่งเข้าโดยไม่ได้ตั้งใจ กลายเป็นเรื่องราวดราม่าที่เด็กหญิงทั้งสองต้องมาร่วมด้วยช่วยกันหาทางออกจากปัญหาต่างๆ ให้ได้

ส่วนอาร์เจในเรื่องนี้ ก็ได้รับบทเป็น ‘แคมป์เบล บิงแมน’ นักศึกษาเตรียมแพทย์และอาสมัรประจำคลินิกที่ดาฟเน่ (หนึ่งในเด็กสาวที่สลับตัวกัน) ทำกิจกรรมบริการชุมชนอยู่ โดยตัวเขายังเคยคบหากับดาฟเน่เป็นช่วงเวลาสั้นๆ ด้วย ซึ่งแม้บทบาทของอาร์เจในเรื่องนี้จะไม่ได้เป็นตัวละครหลักเท่าใน Breaking Bad แต่ก็ต้องยอมรับว่าหลายคนก็อาจเพิ่งรู้จักอาร์เจจากซีรีส์เรื่องนี้ด้วยเช่นกัน เพราะตัวละครอย่างบิงแมนก็นับว่ามีบทบาทต่อการตัดสินใจของตัวละครเอกอยู่ไม่น้อยเลยทีเดียว

ดั๊ก จาก Who's Driving Doug (2016)

หนึ่งในแนวหนังที่พาเราออกสำรวจโลกกว้างได้ดีที่สุดคือ หนังแนวการเดินทาง (Road Trip Film) แล้วยิ่งเป็นตัวละครที่ต้องเผชิญกับปมปัญหาบางก่อนออกเดินทางด้วยแล้ว ก็ยิ่งพาผู้ชมอย่างเราดำดิ่งไปสู่การเดินทางครั้งนั้นๆ ได้มากขึ้นกว่าเก่า ตัวละครอย่าง ‘ดั๊ก’ คือตัวแทนของคนคน นั้นที่ต้องต่อสู้กับปัญหามากมายจนออกเดินทางสู่โลกกว้าง เพื่อสำรวจความหมายบางอย่างของชีวิต Who's Driving Doug พูดถึง ดั๊ก นักเรียนพิการผู้มีปัญหากับแม่ที่ประคบประหงมเจ้าตัวจนเกินไป ด้วยความรำคาญดั๊กจึงตัดสินใจหนีออกจากบ้านและออกเดินทางไปกับสก็อต ( รับบทโดย เรย์ วิลเลียม จอห์นสัน (Ray William Johnson)) ชายผู้ที่ดั๊กจ้างให้มาขับรถให้ และสเตฟานี (รับบทโดย พาโลมา ควาเทียตสกี (Paloma Kwiatkowski)) สาวที่เขาแอบชอบ ระหว่างการเดินทางในครั้งนี้ ดั๊กและผองเพื่อนก็ได้พบกับเหตุการณ์โศกนาฏกรรมหลายอย่าง ซึ่งค่อยๆ กลายมาเป็นแบบทดสอบความผูกพันของทั้ง 3 ขณะเดียวกัน แต่ละคนก็เริ่มที่จะค้นพบอะไรบางอย่างในชีวิตที่ตัวเองตามหาด้วยเช่นกัน

ทราวิส จาก Standing Up for Sunny (2019)

มาถึงหนังโรแมนติกคอมเมดี้ อย่าง Standing Up for Sunny กันบ้าง เรื่องนี้อาร์เจ รับบทเป็นทราวิส ชายหนุ่มผู้ป่วยเป็นโรคอัมพาตสมอง โดยตัวเขาไม่ค่อยมีสังคมหรือเพื่อนฝูงเนื่องจากโรคที่เขาป่วยทำให้เขาแปลกแยก กระทั่งวันหนึ่งเขาจับพลัดจับผลูมาพบกับ นักแสดงตลกหญิงดาวกำลังรุ่งคนหนึ่ง ที่ดันเป็นคนไม่ค่อยกล้าแสดงออก แต่อยากโด่งดัง เขาจึงเริ่มฝึกให้เธอได้เรียนรู้วิธีที่จะช่วยให้กล้าแสดงออก ขณะเดียวกันตัวของทราวิสก็เริ่มเรียนรู้เกี่ยวกับความรักไปพร้อมกันด้วย

ไมค์ จาก Triumph (2021)

สำหรับหนังเรื่อง Triump อาร์เจรับบเป็น ‘ไมค์’ นักเรียนมัธยมปลายผู้มีภาวะพิการทางสมอง มีความใฝ่ฝันอยากเป็นนักมวยปล้ำ ตัวเขาจึงพากเพียรพัฒนาตัวเองและฝึกฝนอยู่ตลอดเพื่อให้ตัวเองไปถึงฝั่งฝันนั้นให้ได้ แต่ระหว่างทางไมค์กลับต้องเจอเข้ากับอุปสรรคมากมายที่อาจฉุดรั้งไม่ให้เข้าทำตามความฝันได้ เขาจึงต้องทุ่มเทสุดกำลังเพื่อพิชิตทุกสิ่งที่ขวางกั้น โดยที่เขาไม่รู้เลยว่าความไม่ย่อท้อของตัวเองกำลังสร้างแรงบันดาลใจให้คนรอบข้างอย่างไม่รู้ตัว

โจชัวร์ จาก Talking to Strangers (2026)

ท้ายสุดที่มีแผนจะลงจอฉายในปี 2026 นี้ กับ Talking to Strangers ที่อาร์เจรับบทเป็น ‘โจชัวร์’ ชายหนุ่มผู้ป่วยเป็นโรคอัมพาตครึ่งซีก ตัวเขารักสันโดษ ไม่ค่อยข้องเกี่ยวกับใคร แต่อยู่มาวันหนึ่งโจชัวร์ดันพบเข้ากับหญิงสาวผู้เปี่ยมไปด้วยพลังและความมีชีวิตชีวา จากคนแปลกหน้าจึงเริ่มก่อตัวเป็นมิตรภาพที่ไม่ได้น่าเป็นไปได้ Talking to Strangers จึงเป็นหนังที่พาผู้ชมไปสำรวจเรื่องราวความสัมพันธ์ของชายหญิงแปลกหน้าที่มีบุคลิกต่างกันสุดขั้ว พร้อมกับชวนตั้งคำถามถึงความหมายของชีวิตและมิตรภาพ

ในหนังทุกๆ เรื่องของอาร์เจ มิตตี ล้วนผูกพันกับตัวละครที่มีภาวะพิการเกี่ยวกับสมอง ซึ่งนี่ก็อาจเป็นส่วนหนึ่งของความตั้งใจที่เขาอยากเป็นตัวแทนให้กับคนกลุ่มนี้ได้มีพื้นที่วงการฮอลลีวูด อุตสาหกรรมที่คนจำนวนไม่น้อย รวมถึงเหล่าผู้พิการมากมายใฝ่ฝันอยากจะเข้าไปเป็นส่วนหนึ่ง

แล้วทุกคนมีหนังหรือซีรีส์ของอาร์เจ มิตตีเรื่องโปรดกันไหม?

อ้างอิงจาก

imdb.com

televisionacademy.com

theguardian.com

Graphic Designer: Manita Boonyong (IG: mntttk)
Editorial Staff: Paranee Srikham

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...