โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

TFM ชูอุตฯอาหารสัตว์ยั่งยืนบนเวทีโลก คู่คิดซัพพลายเชนรับมือโลกผันผวน

efinanceThai

เผยแพร่ 6 ชั่วโมงที่ผ่านมา

TFM ชูอุตฯอาหารสัตว์ยั่งยืนบนเวทีโลก คู่คิดซัพพลายเชนรับมือโลกผันผวน

TFM ชูอุตฯอาหารสัตว์ยั่งยืนบนเวทีโลก คู่คิดซัพพลายเชนรับมือโลกผันผวน  

TFM ฉายโมเดลภารกิจ SeaChange บนเวทีประชุม “Responsible Seafood Summit 2026” ผ่านกลยุทธ์ 3 สมดุล รับมือโลกผันผวน สภาพอากาศเปลี่ยนแปลง วัตุดิบขาดแคลน ชูแนวคิดคู่คิดเป็นมิตรเกษตรกร บริหารจัดการห่วงโซ่ซัพพลายเชนคู่รับผิดชอบสิ่งแวดล้อม ซุ่มวิจัยและพัฒนาหาวัตุดิบทดแทนโปรตีนแห่งอนาคต พร้อมวางมาตรฐาน ASC ชวนทั้งผู้ผลิตอุตสาหกรรมอาหารทะเลทั่วโลกร่วมมือสร้างความยั่งยืน คู่ขนานสร้างเพิ่มขีดแข่งขันในตลาด

ภายในงานประชุมอุตสาหกรรมอาหารทะเลและอาหารสัตว์น้ำจากทั่วโลก “Responsible Seafood Summit 2026” ถือเป็นการประชุมระดับโลกของผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมอาหารทะเล ซึ่งเชื่อมโยงกับธุรกิจอาหารสัตว์น้ำ มีผู้เข้าร่วมจากทั่วโลก ครอบคลุมทุกส่วน ตั้งแต่ผู้เชี่ยวชาญ ผู้บริหารจากอุตสาหกรรม ผู้ผลิต ผู้ซื้อ ซัพพลายเออร์ เจ้าของแหล่งวัตถุดิบ ผู้ผลิตอาหารสัตว์น้ำ โรงงานแปรรูป ตลอดจนองค์กรด้านการรับรองมาตรฐานระดับสากล โดยในปีนี้ มีการจัดประชุมที่ประเทศไทยได้รับเลือกเป็นเจ้าภาพ ประเด็นหลักที่นำมาพูดคุยกันคือเรื่องความยั่งยืน

เป้าหมายของการประชุมคือการถ่ายทอดองค์ความรู้และอัปเดตข้อมูลในอุตสาหกรรมจากทั่วโลก ครอบคลุมทุกส่วนของธุรกิจอาหารทะเล ทั้งอาหารสัตว์ วัตถุดิบ การเพาะเลี้ยง โรงงานแปรรูป อุปสงค์ อุปทาน โดยมีการแลกเปลี่ยนสถานการณ์ของสัตว์น้ำแต่ละชนิด เช่น กุ้ง ปลา และแซลมอน ที่จะทำให้เข้าใจความท้าทายที่แต่ละประเทศกำลังเผชิญ และรูปแบบการเพาะเลี้ยง ตลอดจนแนวโน้มราคาปริมาณวัตถุดิบ รวมถึงทางออกที่อุตสาหกรรมควรปรับตัวไปในทิศทางไหน การแลกเปลี่ยนประสบการณ์และหาแนวทางร่วมกัน จะทำให้อุตสาหกรรมอาหารทะเลเติบโตอย่างยั่งยืนและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

TFM ชูแนวคิดสร้างสมดุล 3 ด้าน รับมือโลกผันผวน

“พีระศักดิ์ บุญมีโชติ” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.ไทยยูเนี่ยน ฟีดมิลล์ จำกัด (มหาชน) หรือ TFM กล่าวภายในงานว่า โจทย์สำคัญที่ผู้ผลิตอาหารสัตว์ต้องทำงานหนักขึ้น คือการวางแผนรับมือกับความไม่แน่นอน ทั้งสภาพอากาศ และความไม่แน่นอนของห่วงโซ่อุปทานที่ขาดแคลนวัตถุดิบ โดยที่ยังคงส่งมอบผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ ช่วยควบคุมต้นทุนให้สอดคล้องกับขนาดและรูปแบบของฟาร์มเกษตรกร พร้อมกันกับมีการวางระบบตรวจสอบย้อนกลับได้ (Traceability)

ทั้งนี้ โรงงานผลิตอาหารสัตว์ต้องมองภาพใหญ่และพิจารณาการสร้างคุณค่าในห่วงโซ่อาหาร ไม่ว่าจะผลิตอาหารสำหรับกุ้ง ปลา หรือสัตว์ชนิดอื่น ยังคงส่งมอบสินค้าไปยังผู้บริโภคปลายทาง ดังนั้น ทุกภาคส่วนทั้งห่วงโซ่จะต้องเชื่อมโยงกันในระดับโลก ผ่านความร่วมมือกัน แลกเปลี่ยนความรู้ และเตรียมความพร้อมรองรับความผันผวนที่ยากต่อการรับมือ โดยการรักษาสมดุล 3 ด้าน คือ 1.ประสิทธิภาพทางโภชนาการ 2.ความมั่นคงและคุณภาพของวัตถุดิบ และ 3.เสถียรภาพของห่วงโซ่อุปทาน

“การผลิตอาหารสัตว์น้ำและอาหารทะเลในปัจจุบันมีปัจจัยท้าทายทั้ง Climate Change ภูมิรัฐศาสตร์ และความผันผวนของวัตถุดิบ ที่จะต้องมีการปรับสูตรอาหารโปรตีนทดแทน หากวัตถุดิบมีการเปลี่ยนแปลง เช่น ทั้งปลาป่น น้ำมันปลา หรือผลพลอยได้จากสัตว์น้ำ โปรตีนจากสัตว์บก เช่น จากไก่ และโปรตีนจากพืช เช่น ถั่วเหลือง รวมถึงโปรตีนทางเลือกชนิดใหม่ ที่หากได้รับผลกระทบกำลังการผลิตลดลงราคาสูงขึ้น จะจัดหาอย่างมีความรับผิดชอบ เป็นต้นแบบของห่วงโซ่อุปทานในระดับโลกได้”

ทั้งนี้ ทาง TFM ได้เตรียมพัฒนาอุตสาหกรรม โดยการลงทุนด้านการวิจัยและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างองค์ความรู้ทำให้ไทยเป็นประเทศผู้นำการผลิตอุตสาหกรรมอาหารสัตว์น้ำ ที่จะหาโปรตีนทดแทน โดยที่ยังคงมีคุณภาพ คุณภาพการเลี้ยงสัตว์ยังดี ต้นทุนแข่งขันได้ ไม่เพิ่มภาระต้นทุนกับเกษตรกร และมุ่งเน้นความรับผิดชอบต่อการจัดการทรัพยากร ตรวจสอบย้อนกลับได้

หากประเทศไทยแสดงศักยภาพของการผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม มีการจัดหาวัตถุดิบอย่างรับผิดชอบ จะช่วยยกระดับองค์ความรู้ ทำให้ประเทศไทยมีศักยภาพการผลิตที่โดดเด่นในตลาดโลก เป็นผู้นำที่กำหนดทิศทางการขับเคลื่อนสู่ความยั่งยืน โดยใช้ความโดดเด่นในการเป็นฐานการผลิตอาหารที่มีคุณภาพและปลอดภัย มีสินค้าและวัตถุดิบที่สามารถตรวจสอบย้อนกลับได้

นอกจากการขยายตลาดต่าง ๆ ทั่วโลกได้อย่างไรแล้ว ยังต้องผลิตอาหารที่มีราคาเหมาะสม ตรงกับข้อกำหนดของลูกค้า และสามารถแข่งขันในตลาดได้ เพราะหากแข่งขันไม่ได้ ธุรกิจก็ไม่สามารถพัฒนาต่อไปได้

“ความยั่งยืนและความอยู่รอดของธุรกิจในอนาคตมีความใกล้ชิดกันมากกว่าที่หลายคนคิด จึงต้องพร้อมมี “ความยืดหยุ่น” (resilience) และเพิ่ม “ความแข็งแกร่ง” (robustness) ตลอดห่วงโซ่อุปทาน”

โมเดล “คู่คิดเกษตรกร” ยกระดับ Traceability

สำหรับไทยยูเนี่ยน จึงต้องบริหารจัดการทั้งซัพพลายเชนที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจอาหารสัตว์ ตั้งแต่โรงงานแปรรูป ฟาร์ม การจัดหาวัตถุดิบ ตลอดจนการส่งมอบผลิตภัณฑ์ไปยังลูกค้าตลาดทั่วโลก จึงเป็นที่มาของการยกระดับมาตรฐาน ASC (ASC Feed Standard) เป็นผู้ผลิตอาหารสัตว์รายแรกในเอเชียที่ได้รับการรับรอง และยังพัฒนามาตรฐานอาหารฮาลาล เพื่อรุกสู่ตลาดประชากรมุสลิมในอนาคต

อย่างไรก็ตาม ประเทศไทยมีสภาพภูมิประเทศที่มีรูปแบบการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำที่หลากหลาย จึงแตกต่างกันในแต่ละพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็นฝั่งอันดามัน ฝั่งอ่าวไทย หรือภาคตะวันออก ดังนั้น ผู้ผลิตอาหารจึงต้องเข้าใจพฤติกรรมและความต้องการของผู้บริโภคปลายทาง โดยเริ่มต้นจากการออกแบบสูตรอาหารให้เหมาะกับชนิดสัตว์น้ำ สภาพแวดล้อม และรูปแบบการเลี้ยงในแต่ละพื้นที่ จึงต้องเป็นพันธมิตรคู่กับฟาร์มผู้เลี้ยง เพื่อพัฒนาคุณภาพอาหารร่วมกัน เพื่อส่งมอบอาหารสัตว์ที่มีประสิทธิภาพให้แก่ฟาร์ม และช่วยลดต้นทุนการเลี้ยง

TFM วางโมเดลธุรกิจแบบ “พันธมิตรกับเกษตรกร” แทนการขายอาหารสัตว์น้ำเพียงอย่างเดียว โดยส่งทีมวิชาการเข้าไปช่วยตั้งแต่การวางแผนพัฒนาอาหารร่วมกับเกษตรกร (feeding program) ควบคุมต้นทุน ป้องกันโรค เลือกพันธุ์กุ้ง ไปจนถึงบริหารจัดการฟาร์ม พร้อมช่วยยกระดับมาตรฐานฟาร์มให้ผ่านเกณฑ์ GAP และต่อยอดสู่ ASC เพื่อให้ตรวจสอบย้อนกลับได้ทั้งห่วงโซ่อุปทาน ภายใต้แนวคิด “ลูกค้าโตเราโต”

นอกจากนี้ บริษัทยังอยู่ระหว่างจัดตั้งทีมลักษณะ academy ที่รวมงาน R&D และทีมวิชาการเข้าด้วยกัน เชื่อมโยงฐานงานระหว่างไทย อินโดนีเซีย และเอกวาดอร์ เพื่อวิจัยพัฒนาสูตรอาหาร ลดต้นทุน เพิ่มประสิทธิภาพ และปรับสูตรให้เหมาะกับแต่ละพื้นที่ โดยใช้บุคลากรไทยถ่ายทอดองค์ความรู้ควบคู่กับการสร้างทีมท้องถิ่นในแต่ละประเทศ

กระจายความเสี่ยง ลุยตลาดโลก เพิ่มส่งออก 25-30% ใน 3 ปี

ปัจจุบันสัดส่วนการส่งออกของ TFM อยู่ที่ราว 10% จากเดิมราว 5% และตั้งเป้าเพิ่มเป็น 25-30% ภายในราวสามปี โดยตลาดที่ดำเนินงานหรือกำลังขยาย ได้แก่ ฮาวายและสหรัฐฯ มาเลเซีย ศรีลังกา อินเดีย สิงคโปร์ ตะวันออกกลาง แอฟริกาใต้ บังกลาเทศ และเอกวาดอร์ ซึ่งเอกวาดอร์เป็นจุดที่บริษัทมีแผนลงทุนและสร้างทีมรองรับ

“เราเข้าไปช่วยถ่ายทอดเทคโนโลยีและองค์ความรู้ด้านการเพาะเลี้ยง โดยไม่ได้ส่งออกไปแข่งขัน แต่เข้าไปส่งเสริมให้พัฒนาอุตสาหกรรมการผลิตภายในประเทศ ไม่มองเฉพาะธุรกิจอาหารสัตว์หรือโรงงานผลิตอาหารสัตว์น้ำเท่านั้น แต่ต้องมองตั้งแต่โรงงานแปรรูป ฟาร์ม การจัดหาวัตถุดิบ ตลอดจนการส่งมอบผลิตภัณฑ์ไปยังลูกค้าในตลาดทั่วโลก เพราะทุกส่วนเชื่อมโยงกันอยู่ในห่วงโซ่อุปทานเดียวกัน พร้อมกับการยกระดับมาตรฐาน ASC ทั้งโรงงานมหาชัย และโรงงานระโนด”

ทั้งนี้ ความยั่งยืนกับความสามารถในการแข่งขันจะสามารถเดินคู่ขนานไปพร้อมกัน โดยที่ผู้ผลิตต้องรักษาความรับผิดชอบในการจัดหาวัตถุดิบอย่างยั่งยืน คู่กับการรักษาความสามารถในการแข่งขันในอาหารสัตว์น้ำ ทำราคาให้เกษตรกรเข้าถึงง่าย เพราะความยั่งยืนต้องครอบคลุมทั้งมิติทางเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อม

สานภารกิจ SeaChange

การดำเนินการด้านความยั่งยืนของ TFM เป็นการสานต่อพันธกิจความยั่งยืน SeaChange ของกลุ่มไทยยูเนี่ยน ที่ทุกธุรกิจในกลุ่มต้องนำไปขับเคลื่อน สร้างการเปลี่ยนแปลงพัฒนาธุรกิจ โดยคำนึงถึงซัพพลายเชนที่เกี่ยวข้องและสิ่งแวดล้อม ตั้งแต่การจัดหาวัตถุดิบ การผลิตอาหารสัตว์น้ำ การยกระดับฟาร์ม ไปจนถึงการเชื่อมต่อกับโรงงานแปรรูป ตอบโจทย์เป้าหมาย Net Zero และมาตรฐานการดำเนินงานด้านอื่น ๆ

“หากปล่อยให้ทุกคนผลิตและใช้ทรัพยากรโดยไม่มีการควบคุม ความเสียหายก็จะเพิ่มขึ้น เราจึงต้องการเป็นตัวอย่าง ทำให้ตลาดเห็น และสร้างความแตกต่าง การผลิตอย่างมีความรับผิดชอบจะกลายเป็นข้อได้เปรียบทางการแข่งขัน ทำให้ลูกค้าเห็นว่าไทยยูเนี่ยนทำจริงและมีผลลัพธ์ให้ตรวจสอบได้”

สิ่งสำคัญคือการส่งมอบคุณภาพอาหารสัตว์น้ำ และการพัฒนาโปรตีนทางเลือก ที่มีการรองรับสูตรอาหารใหม่ แต่แหล่งวัตถุดิบต้องถูกต้อง ตรวจสอบย้อนกลับได้ และเป็นการจัดหาอย่างมีความรับผิดชอบ

“ไม่มองแต่ละส่วนแยกออกจากกัน เพราะห่วงโซ่อุปทานมีผู้มีส่วนได้เสียหลายกลุ่ม ตั้งแต่แหล่งวัตถุดิบ ผู้ผลิตอาหารสัตว์ เกษตรกร โรงงานแปรรูป ผู้ซื้อ ไปจนถึงผู้บริโภค ทุกส่วนต้องเดินไปพร้อมกันจึงจะสร้างความยั่งยืนให้กับอุตสาหกรรมในอนาคตได้”

ทั้งนี้ การเปลี่ยนแปลงของโลกเป็นสิ่งที่เราควบคุมไม่ได้ แต่สิ่งที่ควบคุมและเตรียมพร้อมได้คือการเริ่มต้นการวิจัยและพัฒนา สิ่งเหล่านี้จะกลายเป็นจุดแข็งและโอกาสทางการแข่งขันของประเทศในระยะยาว

ดูข่าวต้นฉบับ

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...