“2 ประธาน กมธ. สภาฯ” หนุน ‘Car Free Day’ ชู EV-โซลาร์เซลล์ ดัน พ.ร.บ.อากาศสะอาด เร่งบังคับใช้จริง
วันที่ 22กันยายน 2569 ที่รัฐสภา เนื่องในวัน CAR FREE DAY หรือ “วันปลอดรถสากล” ที่อาคารรัฐสภา มีการจัดกิจกรรมสื่อสารรณรงค์ภายใต้แนวคิด “ลดใช้รถ ลดมลพิษ ลดโลกร้อน ลดโรคเสี่ยง” โดยมีผู้แทนจากคณะกรรมาธิการด้านสิ่งแวดล้อมทั้งสองสภา ร่วมแสดงพลังและผลักดันนโยบายเพื่อสุขภาวะและสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืน
น.ส.กุลวลี นพอมรบดี สส.ราชบุรี พรรคภูมิใจไทย ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สภาผู้แทนราษฎร กล่าวเชิญชวนประชาชนร่วมรณรงค์เนื่องในวัน CAR FREE DAY หรือ “วันปลอดรถสากล” ภายใต้แนวคิด “ลดใช้รถ ลดมลพิษ ลดโลกร้อน ลดโรคเสี่ยง” โดยขอให้ทุกคนร่วมลดการใช้รถยนต์ส่วนตัวและหันมาใช้ระบบขนส่งสาธารณะ เพื่อลดมลภาวะทางอากาศและสร้างสิ่งแวดล้อมที่ดีต่อสุขภาพ พร้อมทบทวนกิจกรรมที่ก่อให้เกิดมลพิษ เช่น การเผาในที่โล่ง พร้อมกันนี้ขอสนับสนุนการใช้นวัตกรรมและพลังงานทางเลือก ทั้งยานยนต์ไฟฟ้า (EV) และ Solar Rooftop เพื่อลดการพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิลและการปล่อยมลพิษ ทั้งนี้ปัญหามลพิษในปัจจุบันไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะพื้นที่ใดพื้นที่หนึ่ง แต่เป็นปัญหา “ไร้พรมแดน” ทั้งมลพิษทางอากาศและทางน้ำ จึงจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากภาครัฐ ภาคเอกชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และประชาชน เพื่อร่วมกันป้องกันและแก้ไขปัญหาอย่างเป็นระบบ
น.ส.กุลวลี กล่าวถึงความคืบหน้าการจัดทำร่างพระราชบัญญัติการบริหารจัดการเพื่ออากาศสะอาดว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาของคณะกรรมาธิการสองสภา ซึ่งรัฐบาลมีความตั้งใจที่จะนำร่างกฎหมายดังกล่าวมาพิจารณาและทบทวนรายละเอียดอีกครั้ง เนื่องจากถือเป็นกลไกสำคัญในการยกระดับการบริหารจัดการปัญหามลพิษทางอากาศ ทั้งการกำหนดมาตรการควบคุมแหล่งกำเนิดมลพิษ ความรับผิด และบทลงโทษตามกฎหมาย เพื่อป้องกันและลดผลกระทบต่อประชาชนและสังคม ขอเชิญชวนประชาชนร่วมสะท้อนความคิดเห็น ปัญหา และข้อเสนอแนะด้านสิ่งแวดล้อมและคุณภาพอากาศผ่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เพื่อรวบรวมปัญหาและนำไปสู่การผลักดันการแก้ไขผ่านกลไกรัฐสภาต่อไป
ขณะที่นายชีวะภาพ ชีวะธรรม สว. ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม วุฒิสภา กล่าวว่าการแก้ไขปัญหามลพิษต้องเริ่มต้นจากตัวเราเอง ทุกคนควรตระหนักว่าการดำเนินชีวิตในปัจจุบันเป็นส่วนหนึ่งที่ก่อให้เกิดมลพิษและก๊าซเรือนกระจก จึงควรปรับเปลี่ยนพฤติกรรม เช่น ใช้รถโดยสารสาธารณะ รถไฟฟ้า เดิน หรือปั่นจักรยานในระยะทางใกล้ๆ ซึ่งนอกจากช่วยลดมลพิษแล้ว ยังเป็นการออกกำลังกายไปในตัว เป็นการร่วมกันดูแลสิ่งแวดล้อมและลดผลกระทบต่อโลก
นายชีวะภาพ กล่าวถึง ร่าง พ.ร.บ.การบริหารจัดการเพื่ออากาศสะอาด ซึ่งอยู่ระหว่างการตั้งคณะกรรมาธิการร่วมสองสภาเพื่อพิจารณาอีกครั้งว่า ต้องการให้ทุกฝ่ายเร่งดำเนินการ เพราะ “เรื่องลมหายใจ” เป็นเรื่องที่ทุกคนต้องการอากาศบริสุทธิ์ ไม่ควรนำมาเป็นความขัดแย้ง พร้อมยืนยันว่าวุฒิสภาไม่ได้มีเจตนาเตะถ่วงร่างกฎหมาย แม้การพิจารณาจะใช้เวลามาก เนื่องจากมีเนื้อหากว่า 270 มาตรา และมีข้อกังวลหลายประเด็น โดยเฉพาะการครอบคลุมแหล่งกำเนิดมลพิษจากภาคพลังงาน เช่น โรงไฟฟ้า ตลอดจนประเด็นใหม่อย่างดาต้าเซ็นเตอร์ รวมถึงความเป็นไปได้ในการบังคับใช้กฎหมายที่กำหนดหน้าที่และมาตรการไว้อย่างเข้มข้น จึงต้องพิจารณาให้รอบด้านและสามารถนำไปปฏิบัติได้จริง ทั้งนี้ คาดหวังว่าร่าง พ.ร.บ.อากาศสะอาดจะออกมาในรูปแบบที่เกิดประโยชน์ต่อประชาชน อย่างไรก็ตามประชาชนไม่ควรรอพึ่งกฎหมายเพียงอย่างเดียว เพราะการแก้ปัญหาต้องเริ่มจากการตระหนักถึงผลกระทบและปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของทุกคน โดยกฎหมายเป็นเพียง “ยันต์เสริม” อีกชั้นหนึ่งในการช่วยแก้ไขปัญหาเท่านั้น
กิจกรรมครั้งนี้จัดขึ้น ณ ลานยื่นหนังสือ ชั้น 1 (ศาลาแก้ว) อาคารรัฐสภา โดยสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ร่วมกับ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ตามดำริของ นายโสภณ ซารัมย์ ประธานรัฐสภา ที่มุ่งยกระดับรัฐสภาให้เป็นองค์กรที่มีสภาพแวดล้อมเอื้อต่อคุณภาพชีวิตที่ดีใน 4มิติ (กาย ใจ ปัญญา และสังคม)
ภายในงานมีการจัดกิจกรรมสะท้อนความคิดเห็นผ่านแบบสอบถามพฤติกรรมการเดินทาง กิจกรรมถ่ายภาพร่วมกับต้นไม้พร้อมโพสต์ข้อความรณรงค์ลงสื่อสังคมออนไลน์ เพื่อสร้างกระแสความตระหนักรู้ด้านสุขภาพและการลดมลพิษในกลุ่มบุคลากรรัฐสภาและประชาชนทั่วไปอย่างยั่งยืน