โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเปิด "อาคารที่พักผู้โดยสารหลังใหม่ ท่าอากาศยานนครศรีธรรมราช"

สวพ.FM91

อัพเดต 6 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 6 ชั่วโมงที่ผ่านมา

สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเปิด "อาคารที่พักผู้โดยสารหลังใหม่ ท่าอากาศยานนครศรีธรรมราช"

(22 กันยายน 2569) สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเปิดอาคารที่พักผู้โดยสารหลังใหม่ ท่าอากาศยานนครศรีธรรมราช โดยมี นายสมชาย ลีหล้าน้อย ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช นายภัทรพงศ์ ภัทรประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม นายจิระพงศ์ เทพพิทักษ์ รองปลัดกระทรวงคมนาคม นางรัชนีพร ธิติทรัพย์ รองปลัดกระทรวงคมนาคม คณะผู้บริหารกระทรวงคมนาคม คณะผู้บริหารกรมท่าอากาศยาน หน่วยงานในสังกัดกระทรวงคมนาคม และหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชนที่เกี่ยวข้อง เฝ้า ฯ รับเสด็จ

ในโอกาสนี้ นายภัทรพงศ์ ภัทรประสิทธิ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้เข้าเฝ้า ฯ ทูลเกล้า ฯ ถวายหนังสือที่ระลึกและของที่ระลึก นายดนัย เรืองสอน อธิบดีกรมท่าอากาศยาน กราบบังคมทูลรายงานความเป็นมาของอาคารที่พักผู้โดยสารหลังใหม่ ท่าอากาศยานนครศรีธรรมราช จากนั้นเสด็จพระราชดำเนินไปทอดพระเนตรนิทรรศการชุด “จากรากแห่งอารยธรรม เชื่อมน่านฟ้า สู่อนาคต” โดยแสดงประวัติความเป็นมาของท่าอากาศยาน แนวคิดการออกแบบสถาปัตยกรรม และศักยภาพในการรองรับผู้โดยสารของอาคารที่พักผู้โดยสารหลังใหม่ ท่าอากาศยานนครศรีธรรมราช รวมถึงบทบาทของท่าอากาศยานในการเป็นประตูสู่การท่องเที่ยวเมืองมรดกโลกและการสร้างโอกาสกระจายรายได้สู่ชุมชน ก่อนทรงฉายพระฉายาลักษณ์ร่วมกับคณะผู้บริหาร จากนั้นทรงลงพระนามาภิไธยในสมุดที่ระลึก ทั้งนี้ นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้

โครงการก่อสร้างอาคารที่พักผู้โดยสารหลังใหม่ ท่าอากาศยานนครศรีธรรมราช มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานให้รองรับการเดินทางของประชาชนได้อย่างครอบคลุม ตามยุทธศาสตร์ชาติ ด้านการส่งเสริมการคมนาคมขนส่งและโลจิสติกส์ และเพิ่มศักยภาพในการรองรับผู้โดยสารให้มากยิ่งขึ้น โดยอาคารหลังเดิมมีพื้นที่ใช้สอยไม่เพียงพอต่อการรองรับจำนวนผู้โดยสารและเที่ยวบินที่เพิ่มขึ้น กรมท่าอากาศยานจึงดำเนินการก่อสร้างอาคารที่พักผู้โดยสารหลังใหม่ เป็นอาคาร 3 ชั้น พร้อมทางเดินเชื่อมกับอาคารที่พักผู้โดยสารหลังเดิม มีพื้นที่ใช้สอยรวมทั้งสิ้น 30,600 ตารางเมตร สามารถรองรับผู้โดยสารเพิ่มขึ้นจากเดิม450 คนต่อชั่วโมง หรือประมาณ 1.3 ล้านคนต่อปี เป็น 1,600 คนต่อชั่วโมง หรือประมาณ 4.6 ล้านคนต่อปี ความยาวทางวิ่งขนาด 45 x 2,100 เมตร ลานจอดอากาศยาน จำนวน 8 หลุมจอด รองรับอากาศยานแบบ A320-200 และ B737-800 พร้อมสะพานเทียบเครื่องบินจำนวน 2 ตัว และลานจอดรถยนต์ รองรับได้ไม่น้อยกว่า 1,000 คัน เริ่มดำเนินการเมื่อเดือนกันยายน 2562 และดำเนินการแล้วเสร็จเมื่อเดือน กรกฎาคม 2566 งบประมาณทั้งสิ้น 1,458,777,000.00 บาท

สำหรับแนวคิดการออกแบบอาคารที่พักผู้โดยสารหลังใหม่ เน้นการออกแบบให้มีอัตลักษณ์ที่สื่อถึงความเป็นไทยที่ก้าวไกลสู่สากลในยุคของ AEC (ASEAN Economic Community) เป็นการนำสถาปัตยกรรมไทยภาคใต้ของประเทศไทย ที่มีความร้อนชื้น ฝนตกชุก จึงมีองค์ประกอบของหลังคาหรือกันสาดที่ยื่นออกจากตัวอาคารยาวมากกว่าอาคารในภูมิภาคอื่น ๆ ผสมผสานร่วมกับสถาปัตยกรรมที่มีความเป็นสากล เพื่อสร้างลักษณะเฉพาะของอาคารที่พักผู้โดยสาร โดยออกแบบให้ศาลาไทยเป็นศูนย์กลางที่แวดล้อมด้วยฉากหลังที่เป็นอาคารที่พักผู้โดยสารที่มีความเป็นสากลแบบสถาปัตยกรรมยุคใหม่ เชื่อมโยงด้วยเส้นสายองค์ประกอบทางสถาปัตยกรรมแบบไทย

ปัจจุบันท่าอากาศยานนครศรีธรรมราชมีสายการบินให้บริการ จำนวน 4 สายการบิน เส้นทาง ดอนเมือง-นครศรีธรรมราช-ดอนเมือง ได้แก่ สายการบินไทยแอร์เอเชีย 4 เที่ยวบินต่อวัน สายการบินนกแอร์ 2 เที่ยวบินต่อวัน ไทยไลอ้อนแอร์ 5 เที่ยวบินต่อวัน และสายการบินไทยเวียตเจ็ท 4 เที่ยวบินต่อวัน รวมถึงรองรับเที่ยวบินที่ไม่ใช่เชิงพาณิชย์ เที่ยวบินราชการ และเที่ยวบินฝึกบิน นอกจากนี้ท่าอากาศยานนครศรีธรรมราช ยังได้รับการประกาศเป็นสนามบินศุลกากร จึงนับเป็นท่าอากาศยานสำคัญอีกแห่งหนึ่งในภาคใต้ที่มีความพร้อมในการก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางการบินภูมิภาคต่อไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...