โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

เตือน "เอลนีโญ" รอบใหม่ อาจรุนแรงเป็นประวัติการณ์ เสี่ยงร้อนคร่าหลายแสนชีวิต

sanook.com

เผยแพร่ 12 ชั่วโมงที่ผ่านมา • Sanook
งานวิจัยเตือน El Niño 2026-2027 อาจรุนแรงเป็นประวัติการณ์ เพิ่มความเสี่ยงคลื่นความร้อนและการเสียชีวิตหลายแสนราย โดยประเทศกำลังพัฒนาอาจได้รับผลกระทบหนัก

เตือน “เอลนีโญ” รอบใหม่ อาจรุนแรงเป็นประวัติการณ์ เสี่ยงคลื่นความร้อนคร่าชีวิตเพิ่มหลายแสนราย

จับตาปรากฏการณ์ “เอลนีโญ” (El Niño) ที่กำลังก่อตัวขึ้นในมหาสมุทรแปซิฟิก โดยงานวิจัยชิ้นใหม่ประเมินว่า หากปรากฏการณ์ครั้งนี้มีความรุนแรงตามที่คาดการณ์ไว้ อาจส่งผลให้หลายพื้นที่ทั่วโลกเผชิญอากาศร้อนจัดและคลื่นความร้อนรุนแรงขึ้น พร้อมเพิ่มความเสี่ยงต่อการเสียชีวิตจากความร้อน โดยเฉพาะในประเทศกำลังพัฒนา

รายงานระบุว่า El Niño 2026-2027 อาจกลายเป็นหนึ่งในเหตุการณ์เอลนีโญที่รุนแรงที่สุดเท่าที่เคยมีการบันทึกมา ขณะที่ผลกระทบจากอุณหภูมิสูงอาจเกิดขึ้นพร้อมกันในหลายภูมิภาคทั่วโลก

เอลนีโญคืออะไร ทำไมถึงส่งผลต่อสภาพอากาศทั่วโลก?

เอลนีโญ เป็นปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่เกิดจากอุณหภูมิผิวน้ำทะเลบริเวณมหาสมุทรแปซิฟิกเขตร้อนมีอุณหภูมิสูงกว่าปกติ ซึ่งสามารถส่งผลกระทบต่อรูปแบบสภาพอากาศในพื้นที่ต่าง ๆ ทั่วโลก

ในบางภูมิภาค เอลนีโญอาจทำให้เกิด อากาศร้อนจัดและภัยแล้ง ขณะที่บางพื้นที่อาจเผชิญฝนตกหนักและน้ำท่วม ปัจจัยเหล่านี้ทำให้ผลกระทบของเอลนีโญไม่ได้จำกัดอยู่เพียงบริเวณมหาสมุทรแปซิฟิก แต่สามารถส่งต่อไปยังระบบสภาพอากาศในหลายทวีป

งานวิจัยประเมินอาจมีผู้เสียชีวิตจากความร้อนเพิ่ม 451,000 ราย

ตามรายงานของกลุ่มวิจัย Climate Impact Lab ซึ่งมีนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยชิคาโกและสถาบันอื่น ๆ ร่วมอยู่ด้วย ระบุว่า สภาพอากาศร้อนจัดที่เชื่อมโยงกับเอลนีโญในช่วงปี 2026-2027 อาจทำให้มีผู้เสียชีวิตจากความร้อนเพิ่มขึ้นประมาณ 451,000 รายทั่วโลก

ตัวเลขดังกล่าวเป็น การประเมินจากแบบจำลอง ไม่ใช่จำนวนผู้เสียชีวิตที่เกิดขึ้นจริงแล้ว และผลลัพธ์อาจเปลี่ยนแปลงได้ตามความรุนแรงและรูปแบบของเอลนีโญที่เกิดขึ้นจริง รวมถึงปัจจัยด้านสภาพอากาศและการปรับตัวของแต่ละประเทศ

แอฟริกาอาจได้รับผลกระทบหนัก โดยเฉพาะพื้นที่ซาเฮล

รายงานประเมินว่า ผลกระทบด้านการเสียชีวิตจากอากาศร้อนอาจกระจุกตัวอย่างมากในประเทศแถบ ซีกโลกใต้ โดยเฉพาะภูมิภาคซาเฮลของทวีปแอฟริกา ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ต้องเผชิญสภาพอากาศร้อนและแห้งแล้งอยู่แล้ว

  • ภูมิภาคซาเฮลในแอฟริกา: อาจมีผู้เสียชีวิตจากความร้อนเพิ่มประมาณ 66,800 ราย
  • ไนจีเรีย: อาจเพิ่มประมาณ 31,400 ราย
  • ซูดาน: อาจเพิ่มประมาณ 17,500 ราย
  • อินโดนีเซีย: อาจเพิ่มประมาณ 19,300 ราย
  • อินเดีย: อาจเพิ่มประมาณ 15,800 ราย
  • บราซิล: อาจเพิ่มประมาณ 13,300 ราย

สำหรับสหรัฐอเมริกา งานวิจัยประเมินว่าอาจมีผู้เสียชีวิตจากความร้อนเพิ่มประมาณ 3,500 ราย ในช่วงเดือนกันยายน 2026 ถึงกุมภาพันธ์ 2027

นักวิจัยเตือน ตัวเลขที่เห็นสะท้อนถึงชีวิตของผู้คนจริง ๆ

ไมเคิล กรีนสโตน ผู้ร่วมก่อตั้ง Climate Impact Lab และศาสตราจารย์จากมหาวิทยาลัยชิคาโก ระบุว่า ขนาดของผลกระทบที่ประเมินได้นั้นอาจเป็นตัวเลขที่ยากจะจินตนาการ แต่เบื้องหลังตัวเลขเหล่านี้คือผู้คนจริง ๆ ทั้งพ่อแม่ ลูกหลาน ปู่ย่าตายาย และคนในชุมชน

คำเตือนดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงที่อุณหภูมิเฉลี่ยของโลกยังอยู่ในระดับสูงอย่างต่อเนื่อง โดยข้อมูลที่ถูกอ้างถึงในรายงานระบุว่า เดือนสิงหาคมที่ผ่านมาเป็นเดือนสิงหาคมที่ร้อนที่สุดเท่าที่เคยมีการบันทึก ด้วยอุณหภูมิเฉลี่ยทั่วโลกประมาณ 16.96 องศาเซลเซียส

ยุโรปตะวันตกเผชิญฤดูร้อนร้อนที่สุดเป็นประวัติการณ์

นอกจากสถานการณ์ในภูมิภาคซีกโลกใต้แล้ว ยุโรปตะวันตก ยังเผชิญฤดูร้อนที่มีอุณหภูมิสูงเป็นประวัติการณ์ ตามข้อมูลของ Copernicus Climate Change Service หน่วยงานด้านข้อมูลสภาพภูมิอากาศของสหภาพยุโรป

นักวิจัยมองว่า อุณหภูมิที่เกิดขึ้นในช่วงเอลนีโญครั้งนี้อาจเป็นภาพสะท้อนส่วนหนึ่งของสภาพอากาศที่มีแนวโน้มพบได้บ่อยขึ้นในอนาคต หากอุณหภูมิเฉลี่ยของโลกยังคงเพิ่มสูงขึ้นจากภาวะโลกร้อน

เอลนีโญอาจเป็นสัญญาณเตือนในโลกที่ร้อนขึ้น

แม้เอลนีโญจะเป็นปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่เกิดขึ้นเป็นระยะ แต่เมื่อเกิดขึ้นบนพื้นฐานของโลกที่มีอุณหภูมิสูงขึ้นอยู่แล้ว ผลกระทบจากอากาศร้อนจัดอาจมีความรุนแรงมากขึ้นในบางพื้นที่

อย่างไรก็ตาม ตัวเลขผู้เสียชีวิตที่ระบุในงานวิจัยเป็น การประมาณการจากแบบจำลอง ไม่ใช่คำทำนายว่าจะเกิดขึ้นแน่นอน ดังนั้น ความรุนแรงของเอลนีโญและผลกระทบที่เกิดขึ้นจริงยังต้องติดตามจากข้อมูลสภาพอากาศในช่วงต่อไป

สิ่งที่น่าจับตาคือ หากแนวโน้มอุณหภูมิโลกยังเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เหตุการณ์สภาพอากาศสุดขั้ว เช่น คลื่นความร้อน ภัยแล้ง และฝนตกหนัก อาจกลายเป็นความท้าทายที่หลายประเทศต้องเตรียมรับมือมากขึ้นในอนาคต

หมายเหตุ: ตัวเลขการเสียชีวิตทั้งหมดในบทความเป็นการประมาณการตามแบบจำลองที่อ้างถึงในรายงาน ไม่ใช่จำนวนผู้เสียชีวิตที่เกิดขึ้นจริง และไม่ควรตีความว่าเป็นการคาดการณ์ที่แน่นอน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...