สรุปข่าวต่างประเทศ ประจำวันพฤหัสบดีที่ 24 กันยายน 2569
สรุปข่าวต่างประเทศ ประจำวันพฤหัสบดีที่ 24 กันยายน 2569
สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -24 ก.ย. 69 8:18: น.
*** สัญญาน้ำมันดิบเวสต์ เท็กซัส (WTI) งวดส่งมอบเดือนพ.ย. ปิดที่ 92.16 ดอลลาร์/บาร์เรล เพิ่มขึ้น 1.64 ดอลลาร์ หรือ +1.81%
สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ ทะเลเหนือ งวดส่งมอบเดือนพ.ย. ปิดที่ 103.08 ดอลลาร์/บาร์เรล เพิ่มขึ้น 3.83 ดอลลาร์ หรือ +3.86%
ราคาน้ำมันโลกปิดพุ่งเกือบ 4% ในวันพุธ ท่ามกลางการซื้อขายที่ผันผวน หลังประธานาธิบดีมาซูด เปเซชเคียน แห่งอิหร่าน กล่าวในการประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ (UNGA) ว่าจะไม่มีวันยอมจำนนต่อแรงกดดันจากสหรัฐฯ หนึ่งวันหลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ กล่าวบนเวทีเดียวกันว่า จะทำลายล้างอิหร่าน
*** S&P Global เผยว่า ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) รวมภาคการผลิต-บริการเบื้องต้นเดือนก.ย. ของสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นแตะที่ 58.4 สูงสุดในรอบ 62 เดือน จากระดับ 56.0 เมื่อเดือนส.ค. โดยได้แรงหนุนจากคำสั่งซื้อใหม่ที่พุ่งขึ้น
*** แรงเทขายพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ กลับมารุนแรงขึ้นอีกในวันพุธ หลังข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ออกมาแข็งแกร่ง ประกอบกับผลการประมูลพันธบัตรเป็นไปอย่างซบเซา ส่งผลให้บอนด์ยีลด์สหรัฐฯ ในเกือบทุกช่วงอายุพุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบเกือบ 20 ปี
*** แผนของรัฐบาลสหรัฐฯ ซึ่งจะห้ามส่งออกน้ำมันดีเซลอาจทำให้หลายประเทศ รวมถึงบราซิลและสหราชอาณาจักร ต้องเร่งจัดหาน้ำมันเชื้อเพลิง ส่งผลให้ราคาพลังงานซึ่งอยู่ใกล้ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์อยู่แล้ว ปรับตัวสูงขึ้นอีก และหากรัฐบาลโดนัลด์ ทรัมป์ระงับการส่งออกน้ำมันดีเซลจริง จะส่งผลกระทบต่อชาติพันธมิตรสำคัญของสหรัฐฯ
โดยในระยะใกล้นั้น ลาตินอเมริกาอาจเผชิญภาวะอุปทานน้ำมันตึงตัวรุนแรงที่สุด หากดูเป็นรายประเทศจะพบว่า บราซิลเป็นผู้ซื้อน้ำมันดีเซลจากสหรัฐฯ รายใหญ่ที่สุด ขณะที่ชิลี เม็กซิโก สหราชอาณาจักร และเนเธอร์แลนด์อยู่ในกลุ่มผู้นำเข้าน้ำมันเชื้อเพลิงจากสหรัฐฯ รายใหญ่ที่สุด 5 อันดับแรก
*** คริส ไรท์ รัฐมนตรีพลังงานสหรัฐฯ แจ้งผู้บริหารในภาคอุตสาหกรรมน้ำมันให้เตรียมรับมือความเป็นไปได้ที่สหรัฐฯ จะออกมาตรการจำกัดการส่งออกน้ำมันดีเซล ท่ามกลางการถกเถียงที่รุนแรงขึ้นภายในรัฐบาลโดนัลด์ ทรัมป์
ขณะนี้ มาตรการจำกัดการส่งออกยังอยู่ระหว่างการพิจารณา และยังไม่มีการตัดสินใจขั้นสุดท้าย โดยที่ปรึกษาคนสำคัญของทรัมป์มีความเห็นแตกต่างกันต่อแนวคิดดังกล่าว ขณะที่ผู้บริหารบริษัทน้ำมันเตือนทำเนียบขาวว่า การห้ามส่งออกในท้ายที่สุดจะทำให้ต้นทุนเชื้อเพลิงทั่วโลกสูงขึ้น
*** สก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ เปิดเผยว่า สหรัฐฯ และจีนบรรลุข้อตกลงขยายเวลาพักรบทางการค้าออกไปอีก 2 เดือน โดยกำหนดเส้นตายใหม่เป็นวันที่ 10 ม.ค. ขณะที่ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง เดินทางเยือนสหรัฐฯ ในฐานะประมุขแห่งรัฐเป็นครั้งแรกในรอบ 11 ปี
ทั้งนี้ สี จิ้นผิง พร้อมเผิง ลี่หยวน สุภาพสตรีหมายเลขหนึ่งของจีน เดินทางถึงฐานทัพอากาศแอนดรูว์ส นอกกรุงวอชิงตัน ก่อนเวลา 18.00 น. ตามเวลาท้องถิ่นในวันพุธ โดยโดนัลด์ ทรัมป์ เดินทางไปจับมือทักทายทั้งคู่ และถือเป็นประธานาธิบดีสหรัฐฯ คนแรกในรอบ 6 ทศวรรษที่เดินทางไปต้อนรับผู้นำต่างชาติที่สนามบินแห่งนี้ ไม่นับรวมการเสด็จเยือนของสมเด็จพระสันตะปาปา
*** ประธานาธิบดีมาซูด เปเซชเคียน แห่งอิหร่าน กล่าวสุนทรพจน์ต่อที่ประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ (UNGA) ตอบโต้คำขู่ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งขึ้นกล่าวบนเวทีเดียวกันเมื่อวันก่อนว่าจะทำลายล้าง อิหร่าน แต่ยังคงเปิดช่องทางการทูตเพื่อยุติสงครามที่ดำเนินมาเกือบ 7 เดือน
โดยเปเซชเคียนระบุว่า “ประธานาธิบดีสหรัฐฯ เรียกเราว่าเป็นผู้ก่อการร้าย แต่เราคือเหยื่อของผู้ก่อการร้าย” และย้ำว่า อิหร่านจะไม่มีวันยอมจำนนต่อแรงกดดันจากสหรัฐฯ
*** เปโดร ซานเชซ นายกรัฐมนตรีสเปน ให้สัมภาษณ์กับบลูมเบิร์ก โดยระบุว่า สหภาพยุโรป (EU) ควรมุ่งเจรจาข้อตกลงเพื่อปรับสมดุลความสัมพันธ์ทางการค้ากับจีน โดย EU จำเป็นต้องร่วมมือกับจีน เนื่องจากทั้งสองฝ่ายเผชิญความท้าทายร่วมกัน ขณะเดียวกันก็ต้องบริหารจัดการความแตกต่าง โดยเฉพาะประเด็นการขาดดุลการค้า
การขาดดุลการค้าของสหภาพยุโรปกับจีนกำลังกลายเป็นปัญหาที่ทวีความรุนแรงขึ้น โดยในปี 2025 พบว่า EU ขาดดุลการค้ากับจีน 377,000 ล้านดอลลาร์ ขณะที่สเปนขาดดุลการค้ากับจีน 41,000 ล้านดอลลาร์
*** สหราชอาณาจักรยกระดับมาตรการคว่ำบาตรธนาคารอิหร่าน ตามแผนกดดันทางเศรษฐกิจที่นำโดยสหรัฐฯ เพื่อบีบให้อิหร่านบรรลุข้อตกลงยุติความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ซึ่งจะส่งผลให้ใบอนุญาตใหม่ของธนาคารอิหร่านที่ถูกคว่ำบาตรและดำเนินงานในสหราชอาณาจักรจะถูกปฏิเสธโดยอัตโนมัติ ขณะที่ใบอนุญาตทั่วไปที่ครอบคลุมธนาคารอิหร่านซึ่งจะหมดอายุในเดือนหน้าจะไม่ได้รับการต่ออายุ
ทั้งนี้ มาตรการดังกล่าวจะครอบคลุมธนาคาร Bank Sepah, Melli Bank plc, Bank Saderat, Persia International Bank และ Bank Tejarat
*** องค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) ระบุว่า การลงทุนที่ขับเคลื่อนด้วย AI ช่วยให้เศรษฐกิจโลกในปีนี้ขยายตัวได้ดีกว่าที่คาดไว้เล็กน้อย แต่เตือนว่า ผลกระทบด้านพลังงานเริ่มฝังรากลึกมากขึ้น และกำลังกดดันแนวโน้มเศรษฐกิจในปี 2027
OECD คาดว่าเศรษฐกิจโลกจะชะลอการเติบโตลงมาอยู่ที่ 2.9% ในปี 2026 แต่ยังสูงกว่าคาดการณ์ในเดือนมิ.ย. ที่คาดว่าจะอยู่ที่ 2.8% โดยเศรษฐกิจโลกขยายตัว 3.4% ในปีที่แล้ว
*** แซม อัลต์แมน ซีอีโอ OpenAI และดาริโอ อโมเดอี แห่ง Anthropic กล่าวต่อที่ประชุมคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (UNGA) พร้อมเรียกร้องให้มีการร่วมมือระหว่างประเทศเพื่อรับมือความเสี่ยงจาก AI
*** พนักงาน Morgan Stanley ทำข้อมูลที่เป็นความลับทางธุรกิจรั่วไหลโดยไม่ตั้งใจ โดยมีการส่งข้อมูลดังกล่าวให้ลูกค้าบางรายทางอีเมล ซึ่งเอกสารดังกล่าวมีรายชื่อดีลด้านวาณิชธนกิจในเอเชียที่อยู่ระหว่างนำเสนอและติดตามผล นอกจากนี้ ยังมีรายชื่อบริษัทที่อยู่ระหว่างพิจารณา IPO, กองทุน Private Equity และกองทุนบำนาญที่ลงทุนในบริษัทเหล่านี้ รวมถึงโครงการที่ถูกพักไว้
Morgan Stanley ระบุว่า ได้ดำเนินการเพื่อแก้ไขกรณีดังกล่าวและได้ประสานงานกับผู้เกี่ยวข้องแล้ว พร้อมย้ำบริษัทให้ความสำคัญอย่างยิ่งต่อการรักษาความลับของลูกค้า
*** จอร์จ โยว อดีตรัฐมนตรีต่างประเทศสิงคโปร์ ให้สัมภาษณ์กับบลูมเบิร์ก ตอบคำถามในประเด็นที่สิงคโปร์ติดอันดับประเทศที่มั่งคั่งที่สุดในโลก แต่ในขณะเดียวกันกลับเป็นหนึ่งในประเทศที่ประชาชนมีความสุขน้อยที่สุด โดยระบุว่า “บางครั้ง การไม่มีความสุขอาจเป็นเงื่อนไขที่นำไปสู่ความสำเร็จ”
รายงาน โดย Supak Hopuengju เรียบเรียง โดย Supak Hopuengju
อีเมล์. supak@efinancethai.com
ดูข่าวต้นฉบับ