เจ้าของร้านกาแฟ สลด ปลาบึกลอยตายเกลื่อน - เจ้าของไม่รู้จะทำยังไงกับซาก
เจ้าของร้านกาแฟ สลด! ปลาบึกลอยตายอืดภายในบ่อกว่า 200-300 ตัว ส่งกลิ่นเหม็นเน่าคลุ้งทั่วบริเวณ เจ้าของบ่อ เผย หนักใจ ไม่รู้จะทำยังไงกับซาก
จากกรณีผู้ใช้เฟซบุ๊ก Sakchai Nunmin ได้โพสต์ภาพปลาบึกลอยน้ำตายเป็นจำนวนมากภายในบ่อขนาดใหญ่ หลังเจอวิกฤตน้ำท่วมในพื้นที่ จ.ฉะเชิงเทรา มามากกว่าตลอด 10 วัน สร้างความสลดใจให้กับเจ้าของบ่อ และผู้ที่พบเห็น
ล่าสุด (8 ต.ค. 2569) ทีมข่าวลงพื้นที่ไปยังที่เกิดเหตุภายในซอยสุวินทวงศ์ 65 ต.ศาลาแดง อ.บางน้ำเปรี้ยว จ.ฉะเชิงเทรา โดยยังพบปลาบึกขนาดใหญ่ลอยอืดตายขึ้นมาบนผิวน้ำเป็นจำนวนมาก และจะเห็นว่าตอนนี้น้ำได้เน่า และเริ่มส่งกลิ่นเหม็นคลุ้งไปทั่วบริเวณ ซึ่ง นายศักดิ์ชัย นุ่นหมิ่น เจ้าของโพสต์เฟซบุ๊ก และเป็นเจ้าของร้านร้านกาแฟที่ติดอยู่กับบ่อแห่งนี้ เล่าว่า บ่อตรงนี้เป็นของคุณอาท่านหนึ่งที่อาศัยอยู่ภายในซอย ซึ่งคุณอาขุดบ่อตรงนี้มากกว่า 30 ปีแล้ว ขนาดประมาณ 10 ไร่ และได้เอาปลาบึกมาปล่อย ซึ่งที่ผ่านมาตนเองไม่เคยเห็นคุณอามีการตกปลาบึกด้วยตัวเอง หรือเปิดให้บุคคลภายนอกเข้ามาตกเลย และคุณอาก็ยังให้อาหาร และว่ายน้ำเล่นในบ่อนี้อยู่ตลอด
ปรากฏว่าน้ำจากคลองนครเนื่องเขตที่อยู่ติดกับบ่อด้านหลัง ได้ทะลักเข้าท่วมภายในบ่อเมื่อวันที่ 26 ก.ย. และมาจนถึงตอนนี้ระดับน้ำก็ไม่ได้ลดลงไปเลย กระทั่งวันที่ 5 ต.ค. ที่ผ่านมา ขณะขณะที่ตนเองเข้ามาที่ร้านกาแฟ ตนเองเห็นคุณอาดึงปลาบึกตัวแรกที่ตายมาไว้บนถนน และเมื่อมองที่บ่อก็ยังเห็นปลาบึกอีก 1 ตัวลอยตายอยู่บนผิวน้ำ แต่ตนไม่คิดว่า วันที่ 6 ต.ค. ปลาบึกกว่า 100 ตัว จะลอยอืดตายในบ่อ ตนเองรู้สึกสงสารมาก เพราะขณะที่ปลาปึกกว่า 100 ตัวลอยตาย ตนเองเห็นปลาบึกอีกหนึ่งชีวิตที่กำลังว่ายพยายามเอาชีวิตรอด แต่ตอนนั้นน้ำก็เริ่มนิ่ง และส่งกลิ่นเหม็นเน่ารุนแรงแล้ว
ตนเองจึงอยากให้หน่วยงานในพื้นที่เข้ามาช่วยเหลือ และจัดการ เพราะปลาบึกแต่ละตัวมีขนาดไม่ต่ำกว่า 30 กิโลกรัม และมีจำนวนมากกว่า 200-300 ตัว และถ้าไม่รีบจัดการ กลิ่นก็จะส่งผลต่อคนในชุมชน เพราะเมื่อเช้านี้ที่ตนเองได้คุยกับภรรยาของคุณอา ภรรยาของคุณอาก็บอกกับตนเองว่าเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมาก ซึ่งตนเองก็เสียใจกับความสูญเสียไปกับครอบครัวของคุณอาด้วย
ขณะที่ทีมข่าวได้พูดคุยกับ นายบุญยิ่ง อายุ 82 ปี เจ้าของบ่อปลาบึก เล่าว่า เมื่อประมาณ 8-9 ปีก่อน ตนเองปล่อยปลาบึกรุ่นแรกประมาณ 1 พันตัว แต่ที่ผ่านมาก็มีจัดสรรขายไปบ้าง จนตอนนี้เหลือประมาณ 1 ร้อยกว่าตัว น้ำหนักเฉลี่ยตัวละประมาณ 30-50 กิโลฯ ส่วนตอนนี้ตนเองไม่ได้ขายแล้ว เลี้ยงไว้ดูเล่นมากกว่า
กระทั่งช่วงที่ฝนตกหนักๆ น้ำในบ่อก็เริ่มเอ่อขึ้น จนปลานิลเริ่มตายก่อน ก่อนที่ปลาบึกจะค่อยๆ ทยอยตายตาม จนตอนนี้ตายหมดบ่อแล้ว ซึ่งตนเองก็แปลกใจว่าปลามันตายจากน้ำท่วมได้อย่างไร มันผิดธรรมชาติ และไม่น่าเป็นไปได้ สำหรับสาเหตุนั้น ตนเองไม่อยากพูด เพราะพูดไปเดี๋ยวก็กระทบคนอื่นเปล่าๆ แต่น้ำในบ่อไม่เคยเน่าแบบนี้มาก่อน และถ้าเป็นการท่วมจากน้ำฝน ปกติแล้วปลาจะต้องชอบ และขึ้นมาเล่นน้ำด้วยซ้ำ แต่กรณีนี้คงมีอย่างอื่นปนมากับน้ำที่ท่วมมาด้วย เลยทำให้น้ำเน่าเสีย ซึ่งตอนนี้ตนเองก็หนักใจ ไม่รู้ว่าจะทำยังไงกับซากปลาบึกที่ลอยอืดตายได้ตอนนี้ ส่วนความเสียหายตนเองประเมินแล้วอยู่ที่ประมาณ 9 แสนบาท