ดาวโจนส์ ร่วงกว่า 650 จุด! น้ำมันพุ่งทะลุ 100 ดอลลาร์ หวั่นสหรัฐฯ เปิดฉากโจมตีอิหร่านรอบใหม่
ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดลบในวันศุกร์ หลังแรงเทขายขยายวงกว้างจากหุ้นเทคโนโลยีไปยังหุ้นกลุ่มอื่น ท่ามกลางราคาน้ำมันที่พุ่งขึ้นเหนือ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลจากความกังวลว่าสหรัฐฯ และอิสราเอลอาจโจมตีอิหร่านอีกครั้ง ขณะที่ราคาทองคำร่วงหลุด 4,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และเงินยูโรอ่อนค่าจากความกังวลเกี่ยวกับหนี้สาธารณะของฝรั่งเศส
ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ร่วงหนัก ดาวโจนส์ดิ่งกว่า 650 จุด น้ำมันแพงกดดันตลาด
ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดลดลงในวันศุกร์ที่ 23 ตุลาคม 2569 โดยดัชนี Dow Jones ร่วงลงกว่า 650 จุด ขณะที่แรงขายขยายวงกว้างจากหุ้นเทคโนโลยีไปยังหุ้นกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็น สาธารณูปโภค และเฮลธ์แคร์ ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับราคาพลังงานที่พุ่งสูงขึ้นและความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านที่อาจปะทุขึ้นอีกครั้ง
หุ้น American Express ร่วงลงมากกว่า 3% หลังบริษัทประกาศลดพนักงานทั่วโลกประมาณ 5% โดยระบุถึงความจำเป็นในการเตรียมความพร้อมสำหรับ AI ขณะที่ Caterpillar ลดลงประมาณ 2% และ Goldman Sachs ร่วงลงมากกว่า 1% ส่วนหุ้น Micron Technology และ Advanced Micro Devices ปรับขึ้นเกือบ 3% และเกือบ 2% ตามลำดับ
ด้านอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปี ขยับขึ้นมาอยู่ที่ประมาณ 4.999% เพิ่มขึ้นมากกว่า 4 จุดพื้นฐาน ขณะที่นักลงทุนยังประเมินผลกระทบจากต้นทุนการกู้ยืมที่เพิ่มขึ้นของบริษัทเทคโนโลยี ซึ่งนำเงินไปลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI
- ดัชนี Dow Jones Industrial Average ปิดที่ 52,215.16 จุด ลดลง 652.82 จุด (-1.23%)
- ดัชนี S&P 500 ปิดที่ 7,623.68 จุด ลดลง 39.75 จุด (-0.52%)
- ดัชนี Nasdaq Composite ปิดที่ 25,955.342 จุด ลดลง 53.518 จุด (-0.21%)
ตลาดหุ้นยุโรปปิดลบ กังวลสงครามตะวันออกกลางและเศรษฐกิจชะลอตัว
ตลาดหุ้นยุโรปปิดลดลงในวันศุกร์ ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง ราคาพลังงานที่ปรับตัวสูงขึ้น และแนวโน้มการเติบโตทางเศรษฐกิจของภูมิภาคที่เริ่มชะลอตัว
ข้อมูลดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) แสดงให้เห็นว่า การเติบโตของภาคเอกชนในยูโรโซนชะลอตัวลงในเดือนตุลาคมสู่ระดับต่ำสุดในรอบ 4 เดือน โดยได้รับแรงกดดันจากกิจกรรมทางเศรษฐกิจของฝรั่งเศสที่กลับมาหดตัวอีกครั้ง ขณะที่นักลงทุนยังจับตาความเสี่ยงด้านการเมืองและสถานะทางการคลังของฝรั่งเศส ซึ่งกดดันตลาดพันธบัตรของประเทศ
- ดัชนี STOXX 600 ปิดที่ 635.77 จุด ลดลง 1.97 จุด (-0.31%)
- ดัชนี DAX ตลาดหุ้นเยอรมนี ปิดที่ 25,181.65 จุด ลดลง 190.10 จุด (-0.75%)
- ดัชนี CAC 40 ตลาดหุ้นฝรั่งเศส ปิดที่ 7,782.82 จุด ลดลง 28.44 จุด (-0.36%)
ตลาดหุ้นอังกฤษปิดลบ ราคาพลังงานพุ่งกดดันบรรยากาศลงทุน
ตลาดหุ้นลอนดอนปิดลดลงในวันศุกร์ โดยได้รับแรงกดดันจากความกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางและราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น ท่ามกลางความเสี่ยงที่การโจมตีระหว่างสหรัฐฯ อิสราเอล และอิหร่านอาจกลับมารุนแรงอีกครั้ง
ขณะเดียวกัน นักลงทุนยังประเมินผลกระทบจากต้นทุนพลังงานที่เพิ่มขึ้นต่อเงินเฟ้อและแนวโน้มเศรษฐกิจโลก รวมถึงติดตามทิศทางนโยบายการเงินของธนาคารกลางรายใหญ่ ซึ่งมีกำหนดประชุมในสัปดาห์หน้า โดยตลาดคาดว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ ธนาคารกลางยุโรป และธนาคารกลางญี่ปุ่นจะคงอัตราดอกเบี้ยไว้ในการประชุมครั้งนี้
- ดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นอังกฤษ ปิดที่ 10,690.36 จุด ลดลง 34.67 จุด (-0.32%)
ราคาน้ำมันพุ่ง Brent ทะลุ 116 ดอลลาร์ สูงสุดนับตั้งแต่เดือนเมษายน
ราคาน้ำมันดิบตลาดโลกปรับตัวขึ้นอย่างแข็งแกร่งในวันศุกร์ โดยราคาน้ำมันดิบ Brent พุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่วันที่ 29 เมษายน หลังนักลงทุนกังวลว่าสหรัฐฯ อาจกลับมาโจมตีอิหร่านในช่วงไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า ขณะที่ความขัดแย้งในตะวันออกกลางสร้างความเสี่ยงต่ออุปทานพลังงานทั่วโลก
ราคาน้ำมันดิบ WTI ได้รับแรงหนุนจากความกังวลด้านอุปทานเช่นกัน หลังมีรายงานว่าสหรัฐฯ และอิสราเอลอาจกำลังวางแผนโจมตีอิหร่านรอบใหม่ ขณะที่อิหร่านประกาศว่ากองทัพพร้อมตอบโต้ นอกจากนี้ การโจมตีที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มฮูตีในซาอุดีอาระเบียยังเพิ่มความเสี่ยงต่อโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานในภูมิภาค
ตลอดทั้งสัปดาห์ ราคาน้ำมัน Brent เพิ่มขึ้น 6.2% นับเป็นการปรับขึ้นติดต่อกันเป็นสัปดาห์ที่ 3 ส่วน WTI เพิ่มขึ้น 2% โดยราคาน้ำมันที่สูงขึ้นยังเพิ่มความกังวลว่าเงินเฟ้ออาจเร่งตัวและทำให้ธนาคารกลางต้องคงอัตราดอกเบี้ยในระดับสูงนานกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้
- ราคาน้ำมันดิบ WTI (ส่งมอบเดือนพฤศจิกายน) ปิดที่ 103.27 ดอลลาร์/บาร์เรล เพิ่มขึ้น 3.8%
- ราคาน้ำมันดิบ Brent (ส่งมอบเดือนธันวาคม) ปิดที่ 116.72 ดอลลาร์/บาร์เรล เพิ่มขึ้น 3.1%
ราคาทองคำร่วงหลุด 4,000 ดอลลาร์ ทำสถิติลดลงรายสัปดาห์หนักสุดในรอบกว่า 4 เดือน
ราคาทองคำตลาดโลกปรับตัวลดลงในวันศุกร์ โดยราคาทองคำตลาดสปอตร่วงลงแตะระดับต่ำสุดในรอบ 3 เดือน และหลุดระดับ 4,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่กลางเดือนกรกฎาคม หลังราคาพลังงานที่เพิ่มขึ้นกระตุ้นความกังวลเกี่ยวกับเงินเฟ้อ และทำให้นักลงทุนคาดการณ์ว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ อาจคงอัตราดอกเบี้ยสูงต่อไป
ราคาทองคำยังเผชิญแรงกดดันจากการเทขายสินทรัพย์เพื่อชดเชยหลักประกันในการซื้อขายหุ้น หลังตลาดหุ้นเทคโนโลยีปรับตัวลงอย่างหนัก ขณะที่นักลงทุนจับตาการประชุมธนาคารกลางสหรัฐฯ ในวันที่ 27-28 ตุลาคม โดยตลาดส่วนใหญ่คาดว่าเฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยในการประชุมครั้งนี้ แต่ข้อมูลเงินเฟ้อสหรัฐฯ ที่สูงกว่าคาดเพิ่มโอกาสที่เฟดอาจปรับขึ้นดอกเบี้ยในเดือนธันวาคม
ข้อมูลจากเครื่องมือ CME FedWatch ระบุว่า ตลาดประเมินโอกาส 92% ที่เฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยในการประชุมสัปดาห์หน้า และมีโอกาส 78% ที่เฟดจะปรับขึ้นดอกเบี้ยในเดือนธันวาคม ทั้งนี้ ราคาทองคำปรับตัวลดลงประมาณ 4% ในสัปดาห์นี้ ซึ่งอาจเป็นการลดลงรายสัปดาห์รุนแรงที่สุดนับตั้งแต่เดือนมิถุนายน
- ราคาทองคำตลาดสปอต (Spot Gold) ลดลง 0.6% สู่ระดับ 3,998.49 ดอลลาร์/ออนซ์
- ราคาทองคำตลาดโคเม็กซ์ (ส่งมอบเดือนธันวาคม) ปิดที่ 4,007.90 ดอลลาร์/ออนซ์ ลดลง 1.3%
ค่าเงินดอลลาร์แข็งค่าเทียบตะกร้าสกุลเงิน ยูโรร่วงจากความกังวลหนี้ฝรั่งเศส
ค่าเงินดอลลาร์เคลื่อนไหวแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับตะกร้าสกุลเงินหลักในวันศุกร์ ขณะที่เงินยูโรอ่อนค่าลงและมีแนวโน้มปรับตัวลดลงรายสัปดาห์เมื่อเทียบกับทั้งดอลลาร์และเยน หลังการเทขายพันธบัตรรัฐบาลฝรั่งเศสทำให้ส่วนชดเชยความเสี่ยงด้านหนี้สาธารณะของประเทศเพิ่มขึ้นสู่ระดับสูงสุดนับตั้งแต่วิกฤตหนี้ยูโรโซนในปี 2554
ความกังวลเกี่ยวกับความไม่สงบทางการเมืองในฝรั่งเศสและความเสี่ยงที่ Moody’s อาจปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือของประเทศ ส่งผลกดดันเงินยูโร ขณะที่ข้อมูล PMI เดือนตุลาคมสะท้อนว่าการเติบโตของภาคเอกชนในยูโรโซนชะลอตัวลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบ 4 เดือน
ด้านเงินเยนแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับดอลลาร์ โดยได้รับแรงหนุนจากความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัยท่ามกลางแรงเทขายหุ้นเทคโนโลยีและหุ้นที่เกี่ยวข้องกับ AI นอกจากนี้ นักลงทุนยังจับตาการประชุมธนาคารกลางสหรัฐฯ ธนาคารกลางยุโรป และธนาคารกลางญี่ปุ่นในสัปดาห์หน้า เพื่อประเมินแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยและทิศทางค่าเงินในระยะต่อไป
- ดัชนีดอลลาร์ (Dollar Index) เพิ่มขึ้น 0.13% สู่ระดับ 101.70 จุด แต่ยังมีแนวโน้มลดลง 0.10% ในรอบสัปดาห์
- ยูโร/ดอลลาร์ เคลื่อนไหวที่ 1.12 ดอลลาร์ ลดลง 0.12% และมีแนวโน้มลดลง 0.35% ในรอบสัปดาห์
- ดอลลาร์/เยน เคลื่อนไหวที่ 156.45 เยน ลดลง 0.18% โดยเงินเยนมีแนวโน้มแข็งค่าขึ้นประมาณ 0.9% ในรอบสัปดาห์