โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“สาทิตย์” จี้ รัฐบาลรีบกำหนดวันซักฟอก ย้ำฝ่ายค้านยอมลดเหลือ 4 วัน อย่าอ้างไม่มีเวลาจนผิดรธน.

The Better

อัพเดต 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • THE BETTER
“สาทิตย์ ” เผยฝ่ายค้านพร้อมลดกรอบเวลาอภิปรายไม่ไว้วางใจเหลือ 4 วัน ตามข้อเสนอประธานสภาฯ หลังประชุมวิป 3 ฝ่ายล่ม จี้รัฐบาลเร่งกำหนดวันให้ชัดเจน ย้ำเป็นกระบวนการตามรัฐธรรมนูญที่ต้องเสร็จในสมัยประชุมนี้

นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ฝ่ายการเมือง กรณีที่ประชุมวิป 3 ฝ่ายล่ม โดยไม่สามารถตกลงเรื่องกรอบเวลาการอภิปรายไม่ไว้วางใจว่า เข้าใจว่าหลังจากที่การประชุมไม่สามารถตกลงกันได้จนล่มลง ทางนายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้แจ้งไปยัง นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีแล้ว ซึ่งรัฐบาลก็ต้องทำหนังสือตอบมายังสภาโดยเร็ววัน เพราะกระบวนการอภิปรายไม่ไว้วางใจเป็นกระบวนการตามรัฐธรรมนูญ ซึ่งรัฐบาลเองต้อง ดำเนินการตามที่รัฐธรรมนูญกำหนดคือ การอภิปรายไม่ไว้วางใจจะต้องดำเนินการเสร็จสิ้นภายในสมัยประชุมนี้ ซึ่งเหลือเวลาเพียงช่วงเดือนพฤศจิกายน-ธันวาคมที่จะถึงนี้เท่านั้น

นายสาทิตย์ กล่าวต่อว่า เข้าใจว่าประธานสภาได้แจ้งนายอนุทินแล้วถึงผลการหารือกับพรรคร่วมฝ่ายค้าน ซึ่งในการหารือประธานสภาได้แจ้งกับฝ่ายค้านว่าเป็นไปได้หรือไม่ หากจะลดเวลาลงเหลือแค่ 4 วัน ซึ่งฝ่ายค้านรับปากว่าจะกลับไปบริหารจัดการ ในกรอบเวลา 4 วัน โดยพรรคร่วมฝ่ายค้าน จะมีการนัดประชุมกันในวันพุธที่ 28 ตุลาคมนี้ และเมื่อได้ข้อสรุปจากฝ่ายรัฐบาลว่ารัฐบาลสะดวกให้มีการอภิปรายในวันใด และฝ่ายค้านได้พูดคุยกรอบเวลากันเรียบร้อยแล้ว จากนั้นคาดว่าจะเป็นขั้นตอนการประชุมร่วมของ วิป 3 ฝ่ายอีกครั้ง แต่ยังบอกไม่ได้ว่าเมื่อไหร่ เพราะขึ้นอยู่กับ ว่ารัฐบาลจะตอบกลับมาอย่างไร แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น รัฐบาลต้องรีบตอบกลับมาในเร็ววัน เพราะกระบวนการนี้เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ ซึ่งไม่สามารถที่จะมีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งฝ่าฝืนรัฐธรรมนูญด้วยการบอกว่า ไม่มีวันว่างเลย เหลือเพียงจะต้องพิจารณากำหนดวันอภิปราย ให้กระบวนการตามรัฐธรรมนูญได้ดำเนินการไปจนครบถ้วน

“ในส่วนของฝ่ายค้านเองก็ยินดี และยอมปฏิบัติตามแนวทางที่ ประธานสภากำหนด โดยการขยับเวลาลงให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสมคือ 4 วัน หลังจากนี้ผมจึงเชื่อว่าจะราบรื่นขึ้น แม้การประชุมครั้งที่ผ่านมาจะล่มเพราะตกลงกันไม่ได้ แต่เมื่อฝ่ายค้านยอมถอยให้แล้ว ท่านประธานสภาคงไม่ต้องลงมาควบคุมการประชุมด้วยตัวเอง การประชุมที่จะเกิดขึ้นน่าจะง่ายขึ้น หลังจากนี้ขึ้นอยู่กับนายกฯ และรัฐบาล ที่ต้องกำหนดเวลาที่เหมาะสมมา หลังจากนี้จะง่ายแล้ว เมื่อกำหนดวันได้ ต่อไปก็กำหนดกรอบเวลาการอภิปราย“นายสาทิตย์กล่าว

ผู้สื่อข่าวถามว่า แม้แล้วจำนวนจะกำหนดให้มีการอภิปรายไม่ไว้วางใจภายในสมัยประชุม แต่เป็นไปได้หรือไม่ที่อาจมีเหตุการณ์ที่สำคัญ หรือเหตุสุดวิสัยทำให้ไม่สามารถอภิปรายได้ในสมัยประชุม นายสาทิตย์ กล่าวว่า คงเป็นไปไม่ได้ เพราะยังมีเวลาจากวันนี้จนถึงวันปิดสมัยประชุมนานถึง 7 สัปดาห์ มันเป็นไปไม่ได้เลยรัฐบาลจะไม่มีวันว่างเลยไปจนปิดสมัยประชุม จนทำให้ไม่สามารถอภิปรายได้ เพราะถ้าเป็นเช่นนั้น จะเป็นการทำผิดรัฐธรรมนูญ เกิดปัญหาตามมาอีกมากมาย เรื่องนี้ตนคิดว่าไม่ยาก เพราะในประวัติศาสตร์การเมืองไทยไม่ว่ารัฐบาลชุดไหนที่ผ่านมา ตั้งแต่รัฐธรรมนูญกำหนดให้มีการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ก็ไม่เคยมีรัฐบาลใดที่บอกว่าไม่ว่างเลย โดยเฉพาะแล้วธรรมนูญไม่ได้เปิดช่องกรณีมีเหตุสุดวิสัยไว้เลย เพราะการอภิปรายไม่ไว้วางใจถือเป็นกระบวนการสำคัญ จึงเป็นไปไม่ได้เลย ที่รัฐบาลจะไม่มีวันว่างยาวไปจนถึงวันที่ 22 ธันวาคม

นายสาทิตย์ กล่าวว่า เรื่องนี้ฝ่ายค้านยอมถอยจนสุดทางแล้วถึงขนาดว่าเราคุยกันว่าวันไหนที่รัฐมนตรีคนใดติดภารกิจ เราจะหลีกสลับการอภิปรายรัฐมนตรีคนนั้น เราถอย จนสุดๆ ทุกทางแล้ว ส่วนกรณีที่วิป 3 ฝ่ายล่ม เป็นเกมยืดเวลาของ ฝ่ายรัฐบาลที่กำลังถูกหลายกระแสโหมกระหน่ำในขณะนี้นั้น ตนไม่อยากคิดแบบนั้น เข้าใจว่า รัฐบาลได้พยายามยึดกรอบเวลาตามที่คณะรัฐมนตรีกำหนดมาคือ 3 วัน ซึ่งอย่างไรก็กลายเป็นเงื่อนตายในการเจรจา แต่เมื่อประธานสภาได้คลายเงื่อนตายนี้ให้ ก็อยู่ที่ฝ่ายรัฐบาลจะกำหนด วันอภิปรายมา เรื่องนี้ไม่ยาก คนที่เคยเป็นนายกมาหลายคนเขาทำได้

“คุณจะไม่มีเวลาให้คนที่เป็นตัวแทนประชาชนทำหน้าที่ตรวจสอบเลยหรือ ผมอยากฝากไปยังรัฐบาลและนายกฯว่า กระบวนการตรวจสอบเป็นกระบวนการสำคัญในระบอบประชาธิปไตย เป็นกระบวนการระหว่างฝ่ายนิติบัญญัติที่มาจากประชาชน กับฝ่ายบริหาร ดังนั้นต้องมีการรักษาอำนาจถ่วงดุลซึ่งกันและกัน ดังนั้นฝ่ายบริหารไม่สามารถก้าวล้ำมากำหนดการทำหน้าที่ของฝ่ายนิติบัญญัติได้ ขณะเดียวกันฝ่ายนิติบัญญัติก็สามารถทำได้เพียงแต่ภายในกรอบรัฐธรรมนูญกำหนด จึงขอให้รัฐบาลได้เข้าใจ และยอมรับในกระบวนการตรวจสอบนี้ และประโยชน์ที่เกิดขึ้นไม่ได้เกิดขึ้นกับฝ่ายค้าน แต่เกิดกับประชาชน กับประเทศชาติบ้านเมือง ในการรักษาผลประโยชน์ชาติ และในเมื่อรัฐบาลเองก่อนเข้ารับตำแหน่งก็ได้ปฏิญาณตนแล้วว่า จะเคารพซึ่งรัฐธรรมนูญและประโยชน์ของชาติ ก็ขอให้เป็นไปตามนั้น”

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...