โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ปลดล็อกเศรษฐกิจไทยด้วย ‘Data และนิติธรรม’: ทางรอดดึงทุนโลก–หนุน SME สู่ระบบ

THE STANDARD

อัพเดต 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • thestandard.co
ปลดล็อกเศรษฐกิจไทยด้วย ‘Data และนิติธรรม’: ทางรอดดึงทุนโลก–หนุน SME สู่ระบบ

การพาประเทศไทยหลุดพ้นจากกับดักรายได้ปานกลางไม่ได้ขึ้นอยู่กับการประกาศเป้าหมายทางเศรษฐกิจเพียงอย่างเดียว แต่หัวใจสำคัญคือโครงสร้างพื้นฐานที่มองไม่เห็นอย่าง ‘ข้อมูล’ (Data) และ ‘หลักนิติธรรม’ (Rule of Law) ซึ่งเป็นกลไกชี้ขาดว่าทรัพยากรทางการเงินจะกระจายลงสู่ผู้ประกอบการรายย่อยได้จริงหรือไม่ ท่ามกลางกระแสการปรับเปลี่ยนห่วงโซ่อุปทานโลก

ในเวที Reinvent Thailand: Ambition to Actions ในงาน THE STANDARD ECONOMIC FORUM 2026 ผยง ศรีวณิช ประธานสมาคมธนาคารไทย และกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ระบุว่า ข้อริเริ่ม Reinvent Thailand เป็นแนวทางที่มีพัฒนาการต่อเนื่อง โดยมีเป้าหมายผลักดันประเทศออกจากกับดักรายได้ปานกลางผ่าน 4 ปัจจัยตัวคูณตามกรอบของ World Bank ได้แก่ การอยู่ในอุตสาหกรรมที่เป็นพลวัตโลก การปรับตัวขององค์กร การพัฒนาเมืองที่เอื้อต่อการลงทุน และการยกระดับทักษะแรงงาน ทั้งนี้ ภาคเอกชนต้องร่วมมือกันในแต่ละคลัสเตอร์อุตสาหกรรม โดยมีผู้นำภาคธุรกิจเป็นตัวหลักในการขับเคลื่อนร่วมกับภาครัฐอย่างมีเอกภาพ เพื่อให้การจัดสรรเงินทุนมีประสิทธิภาพ

ผยง ชี้ให้เห็นว่า ปัญหาเชิงโครงสร้างที่สำคัญของไทยคือ ข้อมูลยังอยู่แบบแยกส่วน (Data Silo) นิยามศัพท์ทางเศรษฐกิจไม่ตรงกันระหว่างหน่วยงาน และความล่าช้าในการรายงานผล เช่น ตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมจังหวัด (GPP) ที่ใช้เวลาจัดทำถึง 2 ปี ทำให้ไม่สามารถกำหนดเป้าหมายเชิงพื้นที่ได้ทันการณ์ การแก้ไขจึงต้องเริ่มจากการทำ ‘Connect the Dot’ เชื่อมต่อฐานข้อมูลเดิมที่มีอยู่เข้าด้วยกันโดยไม่ต้องสร้างระบบใหม่ซ้ำซ้อน

การเชื่อมโยงข้อมูลยังเป็นกุญแจสำคัญในการแก้ปัญหาการเข้าถึงสินเชื่อของกลุ่ม SME โดยเฉพาะในเศรษฐกิจนอกระบบ (Informal Economy) ซึ่งมีสัดส่วนสูงถึงร้อยละ 48 ของระบบเศรษฐกิจ ผยง ศรีวณิช อธิบายว่า การที่ธนาคารพาณิชย์จะปล่อยกู้ได้โดยรักษาเสถียรภาพความเสี่ยง จำเป็นต้องเปลี่ยนผ่านจากการใช้หลักทรัพย์ค้ำประกัน (Collateral-based) ไปสู่การพิจารณาจากข้อมูลและพฤติกรรม (Data and Performance-based Lending) ผ่านการดึง Alternative Data และการสร้างแพลตฟอร์ม Data Exchange Bureau รวมถึงระบบ PrompBiz เพื่อสร้างความเท่าเทียมในการแข่งขัน (Level Playing Field) ให้ครอบคลุมทั้งเรื่อง Responsible Lending และ Risk-based Pricing

นอกจากนี้ ยังต้องผลักดันกลไก ‘พี่ช่วยน้อง’ โดยให้บริษัทขนาดใหญ่ดึงคู่ค้าและผู้ประกอบการระดับกลาง-ปลายน้ำเข้ามาในห่วงโซ่อุปทาน พร้อมสร้าง ‘National Champion’ ของไทยให้มีขนาดและขีดความสามารถเพียงพอที่จะแข่งขันในระดับภูมิภาคอาเซียน เนื่องจากบริษัทขนาดใหญ่ของไทยในปัจจุบันยังมีขนาดเล็กเมื่อเทียบกับคู่แข่งระดับภูมิภาค

สำหรับหมุดหมายในระยะ 3 ปีข้างหน้า ผยง ระบุว่า ปัจจัยที่ต้องเร่งขับเคลื่อนควบคู่กันมี 2 เรื่องหลัก ประการแรกคือ การเปิดเผยและเชื่อมต่อข้อมูลสู่สาธารณะ เพื่อให้การถกเถียงเชิงนโยบายอยู่บนพื้นฐานของข้อเท็จจริงทางวิทยาศาสตร์ และประการที่สองคือ การยกระดับหลักนิติธรรมตามเกณฑ์ OECD เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้นักลงทุนต่างชาติเลือกไทยเป็นหมุดหมายหลัก ซึ่งจะช่วยให้การกระจายทรัพยากรไหลเวียนลงสู่เส้นเลือดฝอยทางเศรษฐกิจได้อย่างครอบคลุมและยั่งยืน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...