ฝ่ายค้านจัดหนัก! ซัด “ระบอบ น.หนูกินรวบประเทศ” อัด “อนุทิน” เสแสร้งรักชาติ “พิพัฒน์-ทรงศักดิ์” อำมหิต-ละโมบ “เอกนิติ” ละเลยทุนเทา
ฝ่ายค้านจัดหนัก! ซัด “ระบอบ น.หนูกินรวบประเทศ” อัด “อนุทิน” เสแสร้งรักชาติ-นายกฯ หุ่นเชิด “รวยไม่ไหวแล้ว” แค่ลมปาก จวก “พิพัฒน์-ทรงศักดิ์” อำมหิต-ละโมบ “เอกนิติ” ละเลยทุนเทา “ศุภจี” ไร้ตัวตนแก้วิกฤติ แฉ “ศุภมาส” ล็อกมงโครงการน้ำเงิน ลาก “ภารดร-เจเศรษฐ-สุขสมรวย-วรสิทธิ์” ปมโกง สว.
วันที่ 8 ต.ค. 2569 สำหรับพฤติการณ์ของรัฐมนตรีแต่ละคนที่ถูกอภิปราย มีดังนี้ 1.นายอนุทิน นายกฯ และรมว. มหาดไทย ไม่มีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง มีพฤติกรรมทุจริตฉ้อฉล ปล่อยปละละเลยให้เกิดการทุจริต ไร้วุฒิภาวะ ไร้ภาวะผู้นำ ไม่รู้สำนึกผิดชอบชั่วดี ไร้จิตสำนึกในการเป็นผู้นำประเทศ สร้างระบอบสีน้ำเงิน ระบอบ น.หนู กินรวบประเทศ ทั้งโกงการเลือกตั้งสส. โกงการเลือก สว. โกงการสอบข้าราชการ โกงงบประมาณแผ่นดิน เพื่อความมั่นคงและความมั่งคั่งของตนเอง พวกพ้อง และผู้มีพระคุณ สมคบคิดกันเพื่อเข้าไปทำลาย ควบคุม ครอบงำ หรือแทรกแซงกระบวนการยุติธรรม กลไกตรวจสอบถ่วงดุลการใช้อำนาจ และองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ นอกจากนี้ ยังสร้างความเสื่อมเสียให้แก่สถาบันหลักของชาติ จงใจใช้ความจงรักภักดี เป็นเครื่องมือทางการเมือง สร้างความเสียหายต่อระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข
นายอนุทิน มีพฤติการณ์จงใจละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ในการจัดการกับขบวนการทุนเทา หนำซ้ำยังมีพฤติกรรมที่เลวร้าย จนประวัติศาสตร์ต้องจารึกด้วยความน่ารังเกียจ ปล่อยให้บริวารและพวกพ้องฉวยโอกาส แสวงหาผลประโยชน์จากความเดือดร้อนของประชาชนในช่วงเวลาวิกฤตข้าวยากหมากแพง มุ่งใช้งบประมาณแผ่นดินที่มีอยู่อย่างจำกัดจำเขี่ยเพื่อความมั่งคั่งและผลประโยชน์ของเครือข่ายพวกพ้อง หาได้สนใจใยดีต่อความทุกข์ร้อนของประชาชน และปัญหาของประเทศ เสแสร้งแกล้งรักชาติ เพื่อประโยชน์ทางการเมือง แต่กลับมีพฤติกรรมเนรคุณแผ่นดิน สมรู้ร่วมคิดรู้เห็นเป็นใจให้มีกระบวนการทุจริตการสอบเข้า บรรจุ และแต่งตั้งข้าราชการ รวมทั้งตัดตอนการตรวจสอบ แทรกแซงการแต่งตั้งโยกย้ายทำให้ระบบราชการสยบยอมต่ออำนาจทางการเมือง
นายอนุทินมีพฤติกรรมแจ้งความเท็จต่อเจ้าพนักงานเพื่อประโยชน์ทางการเมือง มีพฤติกรรมสับปลับ หลอกลวง ไร้คุณธรรมจริยธรรม ไม่เคารพต่อหลักนิติรัฐ นิติธรรม ส่งผลให้สังคมไทยเป็นยุคสมัยที่คนชั่วได้ดี คำสัญญาที่บอกว่าจะทำให้ประชาชน รวยไม่ไหวแล้ว เป็นเพียงแค่ลมปากที่ไม่มีความหมายใดๆ เพราะมีแค่เพียงคนโกง และบริวารพวกพ้องเท่านั้นที่รวยไม่ไหวแล้ว นายอนุทิน ปฏิบัติหน้าที่อย่างไร้ศักดิ์ศรีในเวทีระหว่างประเทศ การบริหารภายในประเทศก็ล้มเหลว มัวแต่อุ้มชูกลุ่มทุนและเครือข่ายผลประโยชน์ของตนเอง คนไทยไร้ความหวัง ไร้อนาคต ล้มเหลวในการดับไฟใต้ ยิ่งไปกว่านั้น นายอนุทินในฐานะผู้นำของประเทศ ยังได้ปรากฏพฤติกรรมยอมตนอยู่ภายใต้บุคคลอื่น เป็นเพียงหุ่นเชิดทางการเมือง ที่ถูกชักใยชี้นำในเรื่องสำคัญ ตำแหน่งนายกฯ กลายเป็นเพียงเกราะคุ้มครองบุคคลอื่นให้สามารถแสวงหาผลประโยชน์ส่วนตนโดยการฉ้อราษฎร์บังหลวง หรือเบียดบังผลประโยชน์ส่วนรวมต่อไปได้
นายพิพัฒน์ มีพฤติกรรมทุจริตฉ้อฉล รู้เห็นเป็นใจหรือปล่อยปละละเลยให้มีการทุจริต ไร้ซึ่งความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ จงใจปฏิบัติหน้าที่และใช้อำนาจขัดต่อบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญและกฎหมายเพื่อให้ตนเองและพวกพ้องมีส่วนได้รับประโยชน์จากโครงการต่างๆของรัฐ มีพฤติกรรมและการใช้อำนาจโดยแสวงหาผลประโยชน์จากวิกฤติของชาติ เป็นพฤติกรรมอันอำมหิต โดยไม่สนใจความทุกข์ยากของประชาชน ส่วนนายทรงศักดิ์ ไม่มีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ เป็นตัวการและสนับสนุนให้เกิดการทุจริต ขาดความละอาย จิตใจผุพัง ละโมบโลภมาก จนไม่สามารถควบคุมตนเองจากการทุจริตคอร์รัปชันได้ ใช้อำนาจ ตำแหน่งหน้าที่ เครือข่ายพรรคพวกบริวาร และพรรคการเมืองของตน ดำเนินการโกงการเลือกสมาชิกวุฒิสภาอย่างเป็นขบวนการ
นายเอกนิติ บริหารประเทศผิดพลาด ขาดความสามารถในการแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ บริหารราชการแผ่นดินผิดพลาดบกพร่องอย่างร้ายแรง จงใจหรือปล่อยปละละเลยให้มีการทุจริต ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายอย่างร้ายแรง ละเลยในการจัดการกับขบวนการทุนเทา และคนใกล้ชิดกับขบวนการดังกล่าวจนสร้างความเสียหายต่อประเทศชาติและประชาชน ขณะที่ นางศุภจี ไร้ภาวะผู้นำ ไร้ตัวตนในการแก้ไขวิกฤติของประเทศ บริหารราชการแผ่นดินผิดพลาด ไร้ความสามารถในการแก้ไขวิกฤติค่าครองชีพในปัจจุบัน ปล่อยให้ราคาสินค้าอุปโภคบริโภคขึ้นสูงจนกระทบต่อการดำเนินชีวิตของประชาชน ส่วนนายปกรณ์ มีพฤติกรรมมีผลประโยชน์ทับซ้อน ใช้อำนาจเพื่อเอื้อผลประโยชน์แก่ตนเองและพวกพ้อง ทุจริตคอร์รัปชัน พล.ท.อดุลย์ มีพฤติกรรมทุจริตต่อหน้าที่ ไม่ประพฤติตนให้เป็นเยี่ยงอย่างที่ดีต่อนายทหารชั้นผู้น้อย ขาดระเบียบวินัย ไร้เกียรติ ไร้ศักดิ์ศรี ปล่อยปละละเลยให้เกิดการทุจริต เอื้อประโยชน์ให้ตนเองและพวกพ้อง
นายไชยชนก ไร้ความกตัญญู มีพฤติกรรมผิดปรกติไม่สามารถดำรงตำแหน่งการเป็นรัฐมนตรีได้ด้วยตนเอง ประกอบธุรกิจบนที่ดินของรัฐแบบผิดกฎหมาย ยึดเอาผลประโยชน์ชาติมาเป็นผลประโยชน์ของของตนเอง สมรู้ร่วมคิดกับบริษัทเอกชนและเครือข่ายพรรคการเมืองเพื่อทุจริตเงินภาษีของประชาชน ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ผลิตความเท็จเป็นกิจวัตรเพียงเพื่อผลประโยชน์ของตนเองและครอบครัว ยึดถือผลประโยชน์ของครอบครัวและพวกพ้องมากกว่าผลประโยชน์ของชาติ ใช้อำนาจ ตำแหน่งหน้าที่ เครือข่ายพรรคพวกบริวาร ครอบครัว และพรรคการเมืองของตน ดำเนินการโกงเลือกสว.อย่างเป็นขบวนการ ก่ออาชญากรรมทางประชาธิปไตยครั้งใหญ่
นายสุชาติ มีพฤติกรรมทุจริตฉ้อฉลคดโกง จงใจหรือปล่อยปละละเลยให้มีการทุจริต จนสร้างความเสียหายต่อประเทศชาติ พล.ต.ท.รุทธพล ส่งเสริมให้คนชั่วได้ดี ยอมตนเป็นเครื่องมือของบุคคลภายนอก เพื่อทำลายผลประโยชน์ของชาติ รวมถึงแทรกแซงกระบวนการยุติธรรม เพื่อประโยชน์ของตนเองและพวกพ้อง ใช้อำนาจในการโยกย้ายกลั่นแกล้งเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติหน้าที่โดยสุจริต นายนภินทร ใช้อำนาจ ตำแหน่งหน้าที่ เครือข่ายพรรคพวกบริวาร และพรรคของตน ดำเนินการโกงการเลือกสมาชิกวุฒิสภาอย่างเป็นขบวนการ น.ส.ศุภมาส มีพฤติกรรมทุจริตคอร์รัปชัน อย่างเป็นขบวนการ ใช้อำนาจหน้าที่เอื้อผลประโยชน์ให้กับกลุ่มทุน ล็อคโครงการต่างๆให้กับสมัครพรรคพวกระบอบสีน้ำเงิน จิตใจผุพังจนหาความดีไม่ได้ สมรู้ร่วมคิดในขบวนการทุจริตอย่างเป็นระบบ
นายภราดร มีพฤติกรรมชั่วอย่างร้ายแรง สร้างกลโกงยึดอำนาจรัฐ มีพฤติกรรมมือถือสากปากถือศีล ไร้ซึ่งความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ ใช้อำนาจ ตำแหน่งหน้าที่ เครือข่ายพรรคพวกบริวาร ครอบครัว และพรรคการเมืองของตน ดำเนินการโกงการเลือกสว.อย่างเป็นขบวนการ นางสุขสมรวย ใช้อำนาจ ตำแหน่งหน้าที่ เครือข่ายพรรคพวกบริวาร และพรรคของตน โกงการเลือกสว. อย่างเป็นขบวนการ ถือเป็นการก่ออาชญากรรมทางประชาธิปไตยครั้งใหญ่ของประเทศชาติ นายสิริพงศ์ ขาดความโปร่งใส มีผลประโยชน์ทับซ้อน สมรู้ร่วมคิดในขบวนการทุจริตอย่างเป็นระบบ นายเจเศรษฐ์ ไร้ภาวะผู้นำ ขาดความโปร่งใส มีผลประโยชน์ทับซ้อน มีพฤติกรรมทุจริตคอร์รัปชัน ปล่อยปละละเลยให้มีการทุจริต ใช้อำนาจ เครือข่ายพรรคพวกบริวาร และพรรคของตน โกงการเลือกสว.อย่างเป็นขบวนการ นายวรศิษฎ์ สมรู้ร่วมคิดในขบวนการทุจริตอย่างเป็นระบบ มีพฤติกรรมเนรคุณแผ่นดิน ทำลายระบบคุณธรรมของราชการ ไม่ส่งเสริมคนดี แต่กลับส่งเสริมคนทุจริตให้มีความก้าวหน้า ไร้ซึ่งความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ รวมถึงใช้อำนาจ ตำแหน่งหน้าที่ เครือข่ายพรรคพวกบริวาร ครอบครัว และพรรคการเมืองของตน ดำเนินการโกงการเลือกสมาชิกวุฒิสภาอย่างเป็นขบวนการ