นายกฯ หารือผู้นำติมอร์-เลสเตเดินหน้ายกระดับความร่วมมือด้านสำคัญ
เมื่อเวลา 10.30 น.วันที่ 9 ต.ค.ที่ห้องสีงาช้าง ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล นายเคย์ ราลา ซานานา กุสเมา นายกรัฐมนตรีสาธารณรัฐประชาธิปไตยติมอร์-เลสเตลงนามในสมุดเยี่ยมของรัฐบาล และชมของที่ระลึกที่ทั้งสองฝ่ายมอบให้แก่กัน
จากนั้นเวลา11.00 น. ที่ห้องสีเขียว ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล นายกรัฐมนตรี และนายกรัฐมนตรีสาธารณรัฐประชาธิปไตยติมอร์-เลสเต หารือข้อราชการเต็มคณะ ก่อนเวลา 12.10 น. ที่โถงกลาง ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล นายกรัฐมนตรี และนายกรัฐมนตรีสาธารณรัฐประชาธิปไตยติมอร์-เลสเต ได้ร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีแลกเปลี่ยนบันทึกความเข้าใจว่าด้วยการจัดตั้งกลไกการหารือทวิภาคีระหว่างไทยกับติมอร์-เลสเต และร่วมแถลงข่าว
นายอนุทิน กล่าวว่า การหารือครั้งนี้ ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องที่จะยกระดับความสัมพันธ์และขับเคลื่อนความร่วมมือใน 5 ด้านสำคัญ ดังนี้ 1.การเยือนระดับสูงและการหารือทวิภาคี ทั้งสองฝ่ายยินดีต่อพัฒนาการเชิงบวกของความสัมพันธ์ระหว่างกัน และเห็นพ้องที่จะส่งเสริมการแลกเปลี่ยนการเยือนระดับสูงอย่างต่อเนื่อง รวมถึงจัดกิจกรรมร่วมกันเพื่อเฉลิมฉลองโอกาสครบรอบ 25 ปีการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตไทย–ติมอร์-เลสเต ในปี 2570 นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายยินดีต่อการจัดทำแถลงการณ์ร่วมเพื่อกำหนดทิศทางความร่วมมือในระยะต่อไป และการจัดตั้งกลไกการหารือทวิภาคี ซึ่งมีกำหนดจัดการประชุมครั้งแรกที่ติมอร์-เลสเตในเร็ว ๆ นี้
นายกฯ กล่าวต่อว่า 2.ความร่วมมือด้านกลาโหมและความมั่นคง ไทยสนับสนุนโครงการอนุสรณ์สถานกองกำลังนานาชาติในติมอร์ เพื่อรำลึกถึงบทบาทของกองกำลังนานาชาติในการสนับสนุนสันติภาพในติมอร์-เลสเต นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องที่จะเพิ่มความร่วมมือในการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์และอาชญากรรมข้ามชาติ ทั้งในระดับทวิภาคีและระดับอาเซียน เพื่อรับมือกับภัยคุกคามรูปแบบใหม่และเสริมสร้างความปลอดภัยให้แก่ประชาชน
3.ความร่วมมือทางเศรษฐกิจ การค้า และการลงทุน ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องว่ายังมีศักยภาพอีกมากในการขยายความร่วมมือทางเศรษฐกิจ โดยเฉพาะการเพิ่มมูลค่าการค้าและการลงทุนระหว่างกัน ไทยยืนยันความพร้อมในการเป็นหุ้นส่วนด้านความมั่นคงทางอาหารของติมอร์-เลสเต และจะร่วมกันอำนวยความสะดวกในการส่งออกสินค้าเกษตรและผลิตภัณฑ์อาหารแปรรูปของไทยไปยังติมอร์-เลสเต รวมทั้งเร่งสรุปบันทึกความเข้าใจด้านการค้าข้าว ซึ่งจะช่วยเพิ่มโอกาสทางการตลาดให้แก่สินค้าเกษตรไทยและสร้างประโยชน์ต่อเกษตรกรและผู้ประกอบการไทย
นายกฯ กล่าวต่อว่า ในด้านการคมนาคมและการเชื่อมโยงระหว่างประเทศ ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องที่จะเร่งผลักดันการสรุปความตกลงว่าด้วยบริการเดินอากาศ เพื่อปูทางสู่การเปิดเที่ยวบินตรงระหว่างกรุงเทพฯ กับกรุงดิลีในอนาคตอันใกล้ ส่งเสริมการท่องเที่ยว และเพิ่มโอกาสในการขยายการค้าและการลงทุนระหว่างสองประเทศ 4.ความร่วมมือเพื่อการพัฒนา ไทยให้ความสำคัญกับการสนับสนุนการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์และการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนติมอร์-เลสเตมาอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ปี 2544 ไทยได้มอบทุนการศึกษาและโอกาสในการฝึกอบรมแก่บุคลากรจากติมอร์-เลสเตรวมแล้วกว่า 800 ทุนและโอกาส ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องที่จะเร่งสรุปแผนงานความร่วมมือเพื่อการพัฒนาระยะ 3 ปี (พ.ศ. 2569–2571)
นายกฯ กล่าวอีกว่า ขณะเดียวกัน ทั้งสองฝ่ายให้ความสำคัญกับโครงการพัฒนาเด็กและเยาวชนในติมอร์-เลสเต ซึ่งดำเนินการภายใต้พระราชดำริของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในโรงเรียน 6 แห่ง เพื่อส่งเสริมโภชนาการ สุขภาพ และคุณภาพชีวิตของเด็กและเยาวชน สะท้อนถึงความสัมพันธ์อันใกล้ชิดและความร่วมมือเพื่อการพัฒนาที่ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม
และ 5.ความร่วมมือระดับภูมิภาค ไทยยืนยันความพร้อมในการสนับสนุนติมอร์-เลสเตให้สามารถบูรณาการเข้าสู่ประชาคมอาเซียนได้อย่างเต็มรูปแบบ เตรียมความพร้อมสำหรับการดำรงตำแหน่งประธานอาเซียนในอนาคต เพื่อให้ติมอร์-เลสเต
นายกฯ กล่าวด้วยว่า นอกจากนี้ ยังได้แลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับสถานการณ์ในภูมิภาค โดยเฉพาะสถานการณ์ในเมียนมา และเห็นพ้องถึงความสำคัญของการส่งเสริมการมีส่วนร่วมของเมียนมาในฐานะสมาชิกครอบครัวอาเซียน ควบคู่กับการสนับสนุนให้สถานการณ์ในเมียนมามีพัฒนาการในทิศทางที่ดีขึ้น โดยไทยยืนยันความสำคัญของการรักษาความสัมพันธ์อันดีกับประเทศเพื่อนบ้านทุกประเทศ เพื่อส่งเสริมสันติภาพ เสถียรภาพ และความมั่นคงของภูมิภาค
จากนั้นเวลา 12.30 น. ที่ห้องสีม่วง ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล นายกรัฐมนตรี เป็นเจ้าภาพงานเลี้ยงอาหารกลางวันอย่างเป็นทางการเพื่อเป็นเกียรติแด่นายกรัฐมนตรีสาธารณรัฐประชาธิปไตยติมอร์-เลสเต.