[Vision Exclusive] ถึงเวลา THRE-TQR ขานรับประกันภัยพิบัติ
หุ้นวิชั่น
อัพเดต 1 ตุลาคม 2569 เวลา 0.25 น. • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • HoonVision | หุ้นวิชั่น - หุ้น ข่าวหุ้น หุ้นไทยวันนี้ หุ้นวันนี้ หุ้นเด่น วิเคราะห์หุ้น ธุรกิจ การเงิน เศรษฐกิจ การลงทุน ดัชนีราคาหุ้นหุ้นวิชั่น - รัฐบาลเดินหน้าโครงการประกันภัยพิบัติ คุ้มครองประชาชนจากอุทกภัย- วาตภัย และแผ่นดินไหวครอบคลุมความเสียหายต่อที่อยู่อาศัยและกรณีเสียชีวิต เริ่ม 1 ต.ค. 2569ถึง 1 ต.ค. 2570โบรกมองหนุน Sentiment หุ้นประกันภัยระยะสั้น เปิดโอกาสเพิ่มรายได้เบี้ยประกัน จับตา TIPH เด่นสุดด้วยสภาพคล่อง ขณะที่ THRE-TQR รับอานิสงส์การประกันภัยต่อขยายตัวตามตลาด
นายอภิชาติ ผู้บรรเจิดกุล, IAA, CISA ผู้อำนวยการอาวุโส สายงานวิเคราะห์เชิงกลยุทธ์ บริษัทหลักทรัพย์ ทิสโก้ จำกัด เปิดเผยกับ “ทีมข่าวหุ้นวิชั่น” ว่า โครงการประกันภัยพิบัติสำหรับประชาชน เพื่อช่วยลดผลกระทบจากความเสียหายที่เกิดขึ้นจากภัยธรรมชาติ โดยให้ความคุ้มครองทั้งความเสียหายต่อที่อยู่อาศัยและกรณีเสียชีวิตจาก อุทกภัย- วาตภัย และแผ่นดินไหว กำหนดระยะเวลาคุ้มครองตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 ถึงวันที่ 1 ตุลาคม 2570
มองเป็นปัจจัยบวกต่อบรรยากาศการลงทุนในหุ้นกลุ่มประกันภัยในระยะสั้น จากโอกาสในการขยายฐานธุรกิจของบริษัทประกันภัย เนื่องจากการรับประกันภัยพิบัติจะช่วยเพิ่มรายได้จากเบี้ยประกันภัย และเปิดโอกาสให้บริษัทประกันเข้ามามีบทบาทในการบริหารความเสี่ยงจากภัยธรรมชาติที่มีแนวโน้มเกิดขึ้นบ่อย และมีความรุนแรงมากขึ้น แต่อย่างไรก็ตาม การเติบโตของเบี้ยประกันภัยต้องพิจารณาควบคู่กับภาระค่าสินไหมทดแทนที่อาจเพิ่มขึ้นหากเกิดเหตุภัยพิบัติขนาดใหญ่
สำหรับมุมมองต่อหุ้น ประเด็นสำคัญที่นักลงทุนต้องติดตามนอกเหนือจากโอกาสทางธุรกิจ คือ สภาพคล่องของหุ้นในกลุ่มประกันภัย เนื่องจากหุ้นหลายบริษัทมีมูลค่าการซื้อขายต่อวันค่อนข้างเบาบาง ทำให้การเข้าลงทุนเพื่อเก็งกำไรตามกระแสข่าวอาจมีข้อจำกัด
กลุ่มหุ้นที่น่าจะได้รับประโยชน์ มองเป็น บริษัท ทิพย กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ TIPH ถือเป็นหนึ่งในหุ้นที่มีสภาพคล่องและปริมาณการซื้อขายสูงกว่าหลายบริษัทในกลุ่ม จึงมีโอกาสได้รับความสนใจจากนักลงทุนที่ต้องการเก็งกำไรตาม Sentiment ของข่าว ขณะที่ด้านมูลค่า หุ้นมี P/E อยู่ราว 12-13 เท่า และมีอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลอยู่ในระดับประมาณ 6% ซึ่งเป็นอีกปัจจัยที่นักลงทุนอาจนำมาประกอบการพิจารณา
ส่วน บริษัท ไทยรับประกันภัยต่อ จำกัด (มหาชน) หรือTHRE ธุรกิจเกี่ยวข้องกับการรับประกันภัยต่อ จึงอาจได้รับประโยชน์จากการขยายตัวของธุรกิจประกันภัยพิบัติในเชิงกลยุทธ์ อย่างไรก็ตาม หุ้นมีสภาพคล่องค่อนข้างต่ำ โดยมีมูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยประมาณ 4 ล้านบาทต่อวัน จึงอาจไม่เหมาะกับการเก็งกำไรในวงกว้าง ขณะที่ บริษัท ทีคิวอาร์ จำกัด (มหาชน) หรือ TQR ซึ่งดำเนินธุรกิจนายหน้าประกันภัยต่อ ก็มีโอกาสได้รับอานิสงส์จากการขยายตัวของตลาดเช่นกัน แต่มีข้อจำกัดด้านสภาพคล่อง โดยมูลค่าการซื้อขายในวันก่อนหน้าอยู่ที่ประมาณ 200,000 บาท
หุ้นประกันภัยและประกันชีวิตรายอื่น เช่น บริษัท ไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) หรือ TLI และบริษัท กรุงเทพประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) หรือ BLA รวมถึงบริษัทประกันภัยที่มีธุรกิจเกี่ยวข้อง อาจได้รับผลเชิงบวกจากการขยายตัวของตลาดประกันภัยพิบัติ แต่ต้องพิจารณาเป็นรายบริษัท เนื่องจากโครงสร้างธุรกิจ สัดส่วนการรับประกันภัย และสภาพคล่องของแต่ละหลักทรัพย์แตกต่างกัน
ทั้งนี้แม้โครงการดังกล่าวจะช่วยสร้าง Sentiment เชิงบวกต่อหุ้นประกันภัยในระยะสั้น แต่ในระยะยาวนักลงทุนยังต้องจับตา ความเสี่ยงด้านการรับประกันภัย โดยเฉพาะความสามารถในการกำหนดเบี้ยประกันให้สอดคล้องกับระดับความเสี่ยงจริง
บทเรียนจากกรณีประกันโควิด-19 สะท้อนว่า การเพิ่มขึ้นของเบี้ยประกันภัยไม่ได้หมายความว่าผลประกอบการจะเพิ่มขึ้นในทิศทางเดียวกันเสมอไป หากเกิดเหตุการณ์ที่มีความรุนแรงและมีผู้เรียกร้องค่าสินไหมเป็นจำนวนมาก บริษัทประกันอาจต้องแบกรับภาระสินไหมในระดับสูงจนกระทบต่อผลประกอบการ
นอกจากนี้ ความผันผวนของสภาพอากาศและแนวโน้มภัยธรรมชาติที่เปลี่ยนแปลงไป ยังเพิ่มความท้าทายต่อการประเมินความเสี่ยงและการตั้งราคาเบี้ยประกัน หากบริษัทกำหนดเบี้ยประกันต่ำกว่าความเสี่ยงที่แท้จริง อาจนำไปสู่ความไม่สมดุลระหว่างเบี้ยประกันที่ได้รับกับค่าสินไหมที่ต้องจ่ายในอนาคต
รายงานโดย : พชรธร ภูมิคำ รองบรรณาธิการข่าว Hoonvision