โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“Go Healthy with Taiwan 2026” ทุบสถิติ 832 โครงการจาก 62 ประเทศ

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 46 นาทีที่แล้ว
“Go Healthy with Taiwan 2026” เปิดรายชื่อ 20 ทีมรอบรองชนะเลิศ จากผลงาน 832 โครงการใน 62 ประเทศ ชูนวัตกรรม Smart Healthcare และ Sport Tech ก่อนคัดเหลือ 6 ทีมชิงเงินรางวัลที่ไต้หวัน

แคมเปญระดับโลก “Go Healthy with Taiwan 2026” เดินหน้าสู่รอบสำคัญ หลังมีผลงานส่งเข้าร่วมประกวด 832 โครงการ จาก 62 ประเทศทั่วโลก เพิ่มขึ้นประมาณ 30% จากปีก่อนที่มี 638 โครงการ จาก 55 ประเทศ พร้อมประกาศรายชื่อ 20 ทีมที่ผ่านเข้าสู่รอบรองชนะเลิศ หรือ Semifinal Shortlist เพื่อแข่งขันต่อในกระบวนการคัดเลือกช่วงปลายปี 2569

โครงการจัดโดยกรมการค้าระหว่างประเทศ ภายใต้กระทรวงเศรษฐกิจไต้หวัน (TITA) และดำเนินงานโดยสภาส่งเสริมการค้าและส่งออกแห่งไต้หวัน (TAITRA) ภายใต้แนวคิด “Designing Healthier Futures Together” เปิดพื้นที่ให้นวัตกร สถาบัน และองค์กรจากนานาประเทศ นำผลิตภัณฑ์ เทคโนโลยี บริการ หรือโมเดลธุรกิจจากไต้หวัน มาต่อยอดเป็นนวัตกรรมด้านสุขภาพและการกีฬา

20 ทีมจาก 16 ประเทศผ่านเข้าสู่รอบรองฯ

ทีมที่ผ่านการคัดเลือกมาจาก 16 ประเทศ ได้แก่ ออสเตรเลีย บราซิล แคนาดา เอธิโอเปีย ฝรั่งเศส อินเดีย อิสราเอล ญี่ปุ่น มาลาวี นิวซีแลนด์ ฟิลิปปินส์ โปแลนด์ สเปน ตูนิเซีย ยูเครน และสหรัฐอเมริกา

ในจำนวนนี้ 70% เป็นบริษัทที่มีผลิตภัณฑ์วางจำหน่ายในตลาดแล้ว นอกจากนี้ยังมีองค์กรไม่แสวงหากำไร หน่วยงานภาครัฐ และสถาบันการศึกษา ส่วนเมื่อแบ่งตามขนาดองค์กร พบว่า 45% เป็นผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม หรือ SME ขณะที่ส่วนที่เหลือเป็นบริษัทขนาดใหญ่

20 โครงการแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มหลัก คือ การแพทย์อัจฉริยะ หรือ Smart Healthcare จำนวน 11 โครงการ และเทคโนโลยีการกีฬาและการปั่นจักรยาน หรือ Sport Tech & Cycling อีก 9 โครงการ โดยครอบคลุมโจทย์สำคัญ 4 ด้าน

AI ช่วยคัดกรองโรค มุ่งตรวจพบความเสี่ยงเร็วขึ้น

กลุ่มแรกเน้นการตรวจพบโรคตั้งแต่ระยะเริ่มต้น มีนวัตกรรมตั้งแต่ AI คัดกรองความเสี่ยงโรคหัวใจของ Horus ML S.L. จากสเปน เทคโนโลยี AI วิเคราะห์ภาพ CT Scan และ MRI สมองของ Masima จากบราซิล เสื้อผ้าอัจฉริยะติดตามสัญญาณชีพต่อเนื่องของ Myant จากแคนาดา ไปจนถึง Neodocs จากอินเดีย ที่พัฒนาเทคโนโลยีคัดกรองโรคไตผ่านสมาร์ตโฟน โดยอ่านผลจากแถบทดสอบปัสสาวะภายใน 30 วินาที

อีกหนึ่งโครงการคือ Skin Scan จากโปแลนด์ ซึ่งนำ AI มาใช้ตรวจคัดกรองความผิดปกติของรอยโรคบนผิวหนัง เพื่อเพิ่มทางเลือกในการประเมินความเสี่ยงด้านสุขภาพ

เพิ่มโอกาสเข้าถึงบริการสุขภาพในพื้นที่ห่างไกล

กลุ่มที่สองมุ่งเพิ่มการเข้าถึงบริการสุขภาพในพื้นที่ชนบทและพื้นที่ขาดแคลนบริการทางการแพทย์ โดย Cardiac Centre Ethiopia จากเอธิโอเปีย พัฒนาระบบสนับสนุนการตัดสินใจทางคลินิกด้านโรคหัวใจและหลอดเลือด รวมถึงโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง หรือ NCDs ซึ่งรองรับการทำงานแบบออฟไลน์เป็นหลัก

ด้าน PragmaClin Research Inc. จากแคนาดา นำกล้อง 3 มิติและ AI มาช่วยประเมินอาการผู้ป่วยโรคพาร์กินสัน ขณะที่ Warux Health จากบราซิล นำ AI จากไต้หวันสำหรับตรวจวัดสัญญาณชีพแบบไร้การสัมผัส เชื่อมกับบริการสุขภาพผ่าน WhatsApp

ส่วน The Word for the World in Malawi นำ Internet of Things หรือ IoT มาใช้ตรวจวัดคุณภาพน้ำ ควบคู่ระบบปลูกพืชแบบ Hydroponics เพื่อเพิ่มการเข้าถึงน้ำดื่มสะอาดและรับมือภาวะทุพโภชนาการในเด็ก ขณะที่โรงพยาบาล Central City Clinical Hospital of Ivano-Frankivsk City Council ในยูเครน มีแผนยกระดับห้องผ่าตัดด้วยอุปกรณ์ทางการแพทย์จากไต้หวัน

Sport Tech ลดบาดเจ็บ ยกระดับการออกกำลังกาย

กลุ่มที่สามเน้นการเคลื่อนไหวร่างกายอย่างปลอดภัยและลดความเสี่ยงจากการบาดเจ็บ โดย ASENSEI Inc. จากสหรัฐฯ พัฒนาเทคโนโลยีวิเคราะห์การเคลื่อนไหวแบบเรียลไทม์ เพื่อให้ฟิตเนสและผู้ฝึกสอนนำข้อมูลไปปรับการออกกำลังกายได้เหมาะสมขึ้น

INSEP สถาบันด้านกีฬาและสมรรถนะจากฝรั่งเศส เสนอแพลตฟอร์มป้องกันการบาดเจ็บสำหรับนักกีฬา ส่วน Be Bike จากบราซิล พัฒนาเซนเซอร์อัจฉริยะสำหรับจักรยานไฟฟ้าของพนักงานขนส่ง และ Espace Vélo จากตูนิเซียนำ Edge AI มาพัฒนาแพลตฟอร์มการเดินทางเพื่อสุขภาพ

OfficeMax New Zealand ยังนำเสนอชุดบริการยานพาหนะไฟฟ้าอัจฉริยะสำหรับองค์กร เพื่อสนับสนุนการเดินทางไปทำงานควบคู่กับการดูแลสุขภาพและความเป็นอยู่ของพนักงาน

เทคโนโลยีช่วยผู้สูงอายุใช้ชีวิตได้คล่องตัวขึ้น

กลุ่มที่สี่ให้ความสำคัญกับสังคมสูงวัย โดย E.Tel Communications จากออสเตรเลีย พัฒนาเทคโนโลยีตรวจจับและแจ้งเตือนเมื่อผู้ป่วยภาวะสมองเสื่อมเดินออกนอกพื้นที่ ขณะที่ EnduCloud จากอิสราเอล นำเสนอโปรแกรมออกกำลังกายเฉพาะบุคคลสำหรับผู้สูงอายุ

Sakai Medical จากญี่ปุ่น มีโครงการนำอุปกรณ์จากไต้หวันมาสนับสนุนการดำเนินชีวิตอย่างอิสระของผู้สูงอายุ ส่วน Symbio Assistech จากอินเดีย พัฒนาวีลแชร์พับได้ขนาดกะทัดรัด ใช้วัสดุจากไต้หวัน และสามารถจัดเก็บในห้องโดยสารเพื่อเพิ่มความสะดวกในการเดินทาง

ด้าน UST Technovation Society จากฟิลิปปินส์ พัฒนาจักรยานไฟฟ้าอัจฉริยะและอุปกรณ์ออกกำลังกาย พร้อมระบบติดตามข้อมูลชีวภาพ สำหรับสนับสนุนการฟื้นฟูสมรรถภาพของผู้ป่วยโรคหัวใจและโรคเรื้อรัง

ไทม์ไลน์คัดเลือก ลุ้น 3 ทีมรับรางวัลทีมละ 30,000 ดอลลาร์

หลังประกาศรายชื่อ 20 ทีมในช่วงวันที่ 21-24 กันยายน 2569 ผู้ผ่านเข้ารอบจะได้รับคำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญเพื่อพัฒนาข้อเสนอโครงการ ก่อนเข้าสู่การคัดเลือกรอบรองชนะเลิศวันที่ 29 ตุลาคม 2569

จากนั้นจะประกาศ 6 ทีมสุดท้ายในช่วงกลางเดือนพฤศจิกายน โดยทั้ง 6 ทีมจะได้รับทุนสนับสนุนการเดินทางไปนำเสนอผลงานที่ไต้หวัน ก่อนคัดเลือกผู้ชนะ 3 ทีมในช่วงต้นเดือนธันวาคม 2569 ซึ่งแต่ละทีมจะได้รับเงินรางวัล 30,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 1 ล้านบาท

“Go Healthy with Taiwan 2026” มุ่งเชื่อมโยงเครือข่ายนวัตกรทั่วโลกกับอุตสาหกรรมของไต้หวันใน 3 กลุ่ม ได้แก่ Cycling, Fitness & Sports Technology และ Smart Healthcare เพื่อพัฒนาแนวคิดให้สามารถต่อยอดสู่การใช้งานจริง และสร้างความร่วมมือระหว่างผู้พัฒนาเทคโนโลยีกับภาคธุรกิจสุขภาพและกีฬาในระดับนานาชาติ

[เว็บไซต์ Go Healthy with Taiwan] (https://gohealthy.taiwanexcellence.org/?utm_source=chatgpt.com)

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...