เลี้ยงส่ง
เด้งฟ้าผ่าส่งท้ายฤดูโยกย้ายรอบนี้ ทำเอาคนตึกดีเอสไอตาค้างไปตามๆ กัน เมื่อชื่อของ พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ หรือที่น้องๆ เรียกติดปากว่า “พี่แพร” โดนย้ายข้ามห้วยไปนั่งเก้าอี้ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ท่ามกลางเสียงซุบซิบว่างานนี้มี “ใบสั่งการเมือง” หลังไปแตะแฟ้มคดีร้อนจนสะเทือนหน้าตักผู้มีบารมีเข้า
แต่ระดับมือปราบเขี้ยวลากดินเจ้าตัวรู้งาน เก็บของเงียบกริบ เตรียมย้ายสัมภาระเข้าทำเนียบฯ ร้อนถึงลูกหม้อสายตรงทนไม่ไหว ต้องแอบนัดรวมพลจัดงานอำลาส่งหัวหน้าแบบอบอุ่นปนน้ำตาซึม
งานนี้บอกเลยไม่ธรรมดา เพราะนอกจากน้องๆ ในกรมจะมารวมตัวกันแน่น ไฮไลต์เด็ดที่ทำเอาบิ๊กๆ ในกระทรวงตาชั่งต้องเหลียวหลังมอง คือการเข้ามาเซอร์ไพรส์ของ พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง กับ “พี่ดำ” พ.ต.ท.กรวัชร์ ปานประภากร สองอดีตอธิบดีดีเอสไอระดับตำนานที่วางมือไปแล้ว แต่วันนี้แท็กทีมกลับมาร่วมวงสวมกอดให้กำลังใจรุ่นน้องด้วยตัวเอง ที่เรียกว่าเปิดตัว “แบ็กอัป” ให้เห็นจะจะว่ายังเป็นที่รักของพี่ๆ ในสายงานทุกคน
บรรยากาศงานเลี้ยงกินดื่ม ร้องรำทำเพลงกันไปจนเครื่องเริ่มติด จังหวะซึ้งก็มาตามนัด เมื่อเหล่าลูกน้องพร้อมใจกันลุกขึ้นยืนตั้งแถวล้อม “พี่แพร” เอาไว้ตรงกลาง ก่อนจะประสานเสียงร้องเพลง “เราและนาย” ดังก้องห้องจัดเลี้ยง ยิ่งช็อตที่ อดีตอธิบดีไพสิฐ เดินถือกุหลาบเข้าไปยื่นให้ถึงมือ ยิ่งตอกย้ำภาพความผูกพันในบ้านดีเอสไอ ที่พร้อมกอดคอกันแน่น ไม่สนว่าคลื่นลมการเมืองข้างนอกจะปั่นป่วนแค่ไหน
พอคว้าไมค์ขึ้นเวทีเปิดใจ พี่แพร ก็ปล่อยมุกหน้าตายสไตล์คนปลงตกทันที
“ผมอยู่ดีเอสไอมา 23 ปี ที่นี่เป็นครอบครัวที่อบอุ่น แต่งานเลี้ยงก็ต้องมีวันเลิกรา แม้ผมจะไม่ชอบสุรา แต่ชอบบรรยากาศของการดื่มสุรา ชอบบรรยากาศในการทำงานร่วมกัน แต่ต้องขอบคุณท่านนายกฯ และท่าน รมว.ยธ. ที่ให้โอกาสขยับขยายตำแหน่ง ไม่ได้คิดอะไร ในช่วงฟอร์มไม่ดีก็นั่งพักข้างสนามได้ ไม่ได้เสียใจ ไม่ได้ดีใจ เราแค่ปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตประจำวัน ต้องตื่นให้เช้าขึ้น และการไปอยู่สำนักนายกฯ ผมก็จะทำงานอย่างเต็มที่"
เรื่องนี้คนฟังเขารู้กันดี คำว่า “ฟอร์มไม่ดี” ในโลกการเมืองมันไม่ได้แปลว่าฝีมือตก การยอมถอยไปนั่งตบยุงที่ทำเนียบฯ ทั้งที่เหลืออายุราชการ 4 ปี อะไรก็เกิดขึ้นได้ แต่งานนี้ต้องยอมรับว่า "พี่แพร" ยังคงเป็นที่รักในดีเอสไออยู่เสมอ.
วอชเชอร์