หางโจวสั่งตรวจเข้มตามกฎเหล็ก “ห้ามพาสุนัขเดินเล่นตอนกลางวัน”
วานนี้ (16 ต.ค.) สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เมืองหางโจวซึ่งเป็นศูนย์กลางด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมชั้นนำทางตะวันออกของประเทศจีน กำลังเผชิญกับกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักบนโลกออนไลน์ หลังทางการท้องถิ่นสั่งยกระดับการบังคับใช้กฎระเบียบเข้มงวดที่สั่งห้ามชาวเมืองพาสุนัขออกมาเดินเล่นในพื้นที่สาธารณะระหว่างวัน จนเกิดคำถามถึงสวัสดิภาพของสัตว์เลี้ยงและความเป็น "เมืองที่เจริญแล้ว"
ภายใต้ "ระเบียบควบคุมการเลี้ยงสุนัข" ของเมืองหางโจว กำหนดไว้ว่า สุนัขพันธุ์เล็ก ประเภทสวยงาม ที่อาศัยอยู่ในเขตพื้นที่ควบคุมเข้มงวด จะได้รับอนุญาตให้ออกมาเดินเล่นนอกบ้านได้เฉพาะช่วงเวลา 19:00 - 07:00 น. เท่านั้น ส่วนสุนัขพันธุ์ใหญ่ถูกสั่งห้ามนำออกนอกเคหสถานโดยเด็ดขาดตลอด 24 ชั่วโมง
นอกจากนี้ เจ้าของจะต้องใส่สายจูงให้สุนัขของตนไว้ตลอดเวลา และต้องทำความสะอาดสิ่งปฏิกูลของสัตว์เลี้ยงที่ปล่อยทิ้งในที่สาธารณะทันที หากผู้ใดฝ่าฝืน จะต้องรับโทษปรับตั้งแต่ 200 - 1,000 หยวน (ประมาณ 1,000–5,000 บาท) และในกรณีร้ายแรงอาจถูกเพิกถอนใบอนุญาตขึ้นทะเบียนสุนัข ซึ่งในจีนแผ่นดินใหญ่ หากสุนัขตัวใดไม่มีใบอนุญาตอย่างถูกต้อง ทางการสามารถเข้ายึดสัตว์เลี้ยงและกำหนดให้เป็นสุนัขจรจัดได้ทันที
ความจริงแล้ว กฎระเบียบดังกล่าวถูกประกาศใช้มาตั้งแต่ปี 2539 และปรับปรุงครั้งล่าสุดเมื่อปี 2547 แต่สาเหตุที่กลับมาเป็นประเด็นร้อนแรงในช่วงนี้ เนื่องจากเจ้าหน้าที่เทศกิจได้เริ่มปราบปรามและตรวจจับอย่างจริงจังมากขึ้น หลังจากเกิดเหตุการณ์ดราม่าจนกลายเป็นไวรัลเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา
เหตุการณ์ดังกล่าวเริ่มจากการที่หญิงคนหนึ่งพาสุนัขไปปัสสาวะใส่กล่องพัสดุหน้าห้องของเพื่อนบ้าน จนนำไปสู่การทะเลาะวิวาท และต่อมาเธอได้โพสต์คลิปวิดีโอแฉว่าถูกเพื่อนบ้านคุกคามในลิฟต์ แต่ภายหลังตำรวจสืบสวนพบว่าคลิปดังกล่าวเป็นคลิปที่ตัดต่อขึ้นมาเพื่อใส่ร้าย ส่งผลให้เธอถูกจับกุม และทำให้ประเด็นการจัดระเบียบสัตว์เลี้ยงถูกยกขึ้นมาเป็นที่ถกเถียงของสังคมอีกครั้ง
ฝั่งทางการหางโจวระบุว่า หากเป็นกรณีที่จำเป็นต้องพาสุนัขไปพบสัตวแพทย์ในเวลากลางวัน เจ้าของสามารถพกใบอนุญาตและหนังสือรับรองการฉีดวัคซีนเพื่อชี้แจงกับเจ้าหน้าที่ได้ อย่างไรก็ตาม เสียงเรียกร้องให้ปรับเวลาการพาสุนัขออกมาเดินมีมานานหลายปีแล้ว โดยเมื่อปี 2566 เคยมีชาวเน็ตยื่นข้อเสนอผ่านเว็บไซต์รัฐบาลท้องถิ่น ขอให้เห็นแก่หลักเมตตาธรรมและเปิดโอกาสให้สุนัขได้ออกมารับแสงแดดบ้าง ซึ่งหน่วยงานบริหารจัดการเมืองในขณะนั้นรับปากว่าจะนำไปศึกษาวิจัยเพื่อแก้ไขกฎหมายต่อไป แต่ก็ยังไม่มีความเคลื่อนไหวที่เป็นรูปธรรม
ปัจจุบัน กระแสบนโซเชียลมีเดียของจีนได้แตกออกเป็นสองฝ่ายอย่างชัดเจน ฝั่งที่สนับสนุนต่างออกมาชื่นชมทางการหางโจว โดยมองว่าการควบคุมเวลาเช่นนี้ช่วยป้องกันไม่ให้สุนัขไปก่อความรำคาญ สร้างความกลัว หรือทำร้ายเด็กและผู้สูงอายุ ทั้งยังช่วยลดปัญหาอุจจาระสุนัขส่งกลิ่นเหม็นในเมือง ขณะที่ฝั่งคนรักสัตว์และผู้คัดค้านมองว่ากฎนี้ทารุณและล้าหลัง โดยชาวเน็ตคนหนึ่งได้โพสต์ตัดพ้อไว้อย่างน่าสนใจว่า "คุณคิดว่าแบบนี้คือเมืองที่เจริญแล้วเหรอ? คุณยังเชื่อจริงๆ หรือว่าโลกใบนี้มีแค่มนุษย์อาศัยอยู่เท่านั้น? ทำไมถึงต้องห้ามสุนัขออกไปเจอโลกภายนอก? ฉันรู้สึกเศร้าใจมากที่ตระหนักรู้เรื่องสวัสดิภาพสัตว์ของประเทศเราไม่พัฒนาขึ้นเลย"
เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ
ที่มา : scmp.com
เครดิตภาพ : Donald Clark from Pixabay