โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

‘ปชน.’ แฉพิรุธ ‘โซลาร์รูฟท็อป’ 120 บริษัท ถือหุ้นไขว้กัน ส่อกินหัวคิว

ไทยโพสต์

อัพเดต 2 พฤศจิกายน 2569 เวลา 20.20 น. • เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา

'ปชน.' แฉโครงการโซลาร์ภาคประชาชน พบ 120 บริษัทผู้ถือหุ้นไขว้ เสี่ยงหักหัวคิว 3 หมื่นต่อหลัง จี้ยกเลิกหากตอบคำถามไม่ได้

2 พ.ย. 2569 - ที่รัฐสภา เมื่อเวลา 10.00 น. นายศุภโชติ ไชยสัจ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรีเงา (ครม.เงา) ถึงข้อสังเกตเกี่ยวกับโครงการโซลาร์ภาคประชาชน รวมถึงเงินที่ใช้ไปกับโครงการนี้อาจจะเข้ามือคนเพียงแค่ไม่กี่คน ว่า โซลาร์ภาคประชาชน 1 ล้านหลังคาเรือนวงเงิน 5 หมื่นล้านบาท รัฐบาลสนับสนุนให้ 5 หมื่นบาทต่อ 1 ครัวเรือน สำหรับผู้ที่ประสงค์จะติดตั้งโซลาร์เซลล์ ซึ่งโครงการนี้ถือว่าเป็นโครงการเรือธงของรัฐบาลที่มีการประกาศใหญ่โตว่าประชาชนจะมีเสรีภาพในการเลือกผู้ติดตั้งได้อย่างมีอิสระ ไม่มีการล็อกโควตาให้กับรายใดรายหนึ่ง ฟังแล้วอาจจะสวยหรูแต่ความเป็นจริงไม่ใช่แบบนั้น

นายศุภโชติ กล่าวว่า หากตัวเลือกมีอยู่จำกัดหรือถูกบังคับให้มีอยู่จำกัดนั่นหมายความว่าประชาชนไม่มีตัวเลือก เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นจริงคือ รัฐบาลเปิดให้บริษัทที่ประสงค์จะเป็นผู้ติดตั้งโซลาร์เซลล์ลงทะเบียนก่อนถึงจะรับงานได้ ซึ่งมีผู้สนใจอยู่ 600 รายชื่อ หลังจากนั้นรัฐบาลก็มีการออกเงื่อนไขบังคับให้ผู้ประกอบการติดตั้งหรือบริษัทต่างๆ ถ้าจะทำงานต้องวางเงินประกัน รวมกว่า 6 หมื่นบาทต่อหลัง ซึ่งเงื่อนไขนี้ทำให้ผู้ประกอบการรายรายถอนตัวจากโครงการนี้ เพราะไม่สามารถแบกรับความเสี่ยงทางการเงินที่อาจจะเกิดขึ้นได้ 60-70% ของบริษัทที่ติดตั้งโซลาร์เซลล์ตัดสินใจออกจากโครงการ ซึ่งเหลือเพียงแค่ 100 กว่ารายชื่อเท่านั้นที่ยังรับงานต่อไปได้

"เมื่อเอาชื่อบริษัททุกบริษัทมาตรวจสอบก็พบว่า กว่า 60 บริษัทมีที่อยู่ซ้ำกัน ทำให้คิดเป็นอื่นไม่ได้ว่าบริษัทหลายรายมีการแยกร่างออกมาเป็นบริษัทย่อย เพื่อที่จะรับงานหรือทำให้จำนวนดูเยอะเหมือนที่รัฐมนตรีหรือรัฐบาลกล่าวอ้าง แล้วเมื่อตรวจสอบในรายชื่อกรรมการ ผู้ถือหุ้น พบว่ามีกว่า 120 บริษัท ที่กรรมการกับผู้ถือหุ้น มีชื่อ นามสกุลเดียวกันซ้ำๆ ถือหุ้นไขว้กันไปมา นั่นหมายความว่าต่อให้บริษัทนี้ไม่ได้ บริษัทตัวเองอีกบริษัทหนึ่งก็ยังมีโอกาสที่ประชาชนจะจิ้มเลือกทำงานได้" นายศุภโชติ ระบุ

นายศุภโชติ กล่าวด้วยว่า ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นไม่ว่าจะเป็นการตั้งเงื่อนไขกิจการรายย่อย การมีบริษัทที่มีที่อยู่ซ้ำกัน การมีผู้ถือหุ้นไขว้กันไปมา รวมไปถึงข่าวที่ออกมาว่ามีการหักหัวคิวกินส่วนต่างรายละ 3 หมื่นบาท สิ่งนี้จึงไม่สามารถมั่นใจได้ว่าเงินกู้ 5 หมื่นล้านบาทซึ่งควรจะเป็นของประชาชนถูกผ่านไปอยู่ในมือใครบ้าง ถ้ารัฐบาลไม่สามารถคลายข้อสงสัยให้กับสังคมไม่สามารถตอบคำถามให้กับประชาชนได้ว่าเงินกู้ 5 หมื่นล้านบาทตรงนี้ เป็นของพวกเขาจริงๆ ไม่หายไประหว่างทาง ถ้าตอบคำถามเรื่องนี้ไม่ได้ ก็อยากเรียกร้องให้รัฐบาลยกเลิกโครงการนี้

“ฉะนั้น จึงขอเรียกร้องโดยตรงไปถึงนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ผู้กำกับดูแลการใช้เงินก้อนนี้ว่าต้องหยุดช่วยเครือข่ายพรรคภูมิใจไทย ในการหากินกับเงินกู้ นี่คือเงินกู้ของประชาชนไม่ใช่เงินของใคร ที่ใครจะมาเอาไปก็ได้ เลิกเอาประชาชนมาบังหน้า ถ้าไม่มีการล็อกสเปค ไม่มีการล็อกให้กับนายทุน ประชาชนอาจจะได้โครงการติดตั้งโซลาร์เซลล์ 2 ล้านหลังก็ได้หรืออาจจะมากกว่าที่รัฐบาลตั้งเป้าไว้เท่าตัว” นายศุภโชติ ระบุ

เมื่อถามว่า อะไรที่มองว่าโครงการนี้มีการหักหัวคิว เพราะรัฐบาลมองว่าโครงการนี้ประชาชนได้ประโยชน์ นายศุภโชติ กล่าวว่า หลักฐานสามารถหาได้ทั่วไป ถ้าดูเอกชนต่างๆ ที่ไม่ได้เข้าร่วมโครงการ การติดตั้งในโครงการลักษณะเดียวกัน ยี่ห้อเดียวกัน แบรนด์เดียวกันจะอยู่ที่ 1 แสนบาทบวกลบ แต่รัฐบาลได้มีการตั้งราคาผ่านหน่วยงานรัฐวิสาหกิจคือ การไฟฟ้าอยู่ที่ 1.4 แสนบาท จึงเกิดคำถามที่ว่าส่วนต่าง 3 - 4 หมื่นบาทตรงนี้ไปอยู่ที่ไหน นี่จะเป็นคำถามง่ายๆ ที่เราคิดกันว่าทำไมเวลาเข้าโครงการรัฐประชาชนจึงได้ราคาที่แพงกว่า คำตอบง่ายๆ คือมีเงินสนับสนุนอยู่อีก 5 หมื่นบาทต่อราย ถ้าราคา 1.4 แสนบาท หักลบ 5 หมื่นบาท ราคาจะอยู่ที่ 9 หมื่นบาท ความจริงแล้วเงินสนับสนุน 5 หมื่นบาทตรงนี้ เอาไปที่ไหนได้บ้าง สามารถเอาไปรับช่วงต่อได้ รัฐบาลอาจจะจ้างมาแค่ 1 แสนบาท และที่เหลืออาจจะเข้าส่วนต่าง ซึ่งรัฐบาลต้องชี้แจงว่าจะไปอยู่ที่ไหน ไปอยู่ที่ใครได้บ้าง

เมื่อถามย้ำว่า จะนำเรื่องนี้ไปอภิปรายไม่ไว้วางใจด้วยหรือไม่ นายศุภโชติ กล่าวว่า เป็นสิ่งที่เรารวบรวมข้อมูลและติดตามโครงการมาอย่างต่อเนื่องและยินดีที่จะใช้ทุกเวทีในการติดตามตรวจสอบโครงการนี้อยู่แล้ว.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...