โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เอกนิติ เผยนายกฯ สั่งทบทวนเกณฑ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ลดหย่อนภาษีเลี้ยงดูพ่อแม่ ย้ำเพื่อความเป็นธรรมกับทุกคน

THE STANDARD

อัพเดต 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • thestandard.co
เอกนิติ เผยนายกฯ สั่งทบทวนเกณฑ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ลดหย่อนภาษีเลี้ยงดูพ่อแม่ ย้ำเพื่อความเป็นธรรมกับทุกคน

นายกรัฐมนตรีและกระทรวงการคลังได้รับฟังความคิดเห็นของสังคม และเป็นห่วงประเด็นดังกล่าว พร้อมเน้นย้ำว่าจะต้องให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ซึ่งจุดประสงค์สำคัญคือต้องการดูแลประชาชนที่เดือดร้อนจริง ไม่มีสิทธิ์ใดๆ และไม่มีใครดูแล

ที่ผ่านมาไม่ได้เปิดให้มีการทบทวนสิทธิ์ผู้เดือดร้อนมาเป็นเวลานาน โดยครั้งล่าสุดเกิดขึ้นเมื่อประมาณ 4-5 ปีก่อน ขณะที่มีข้อร้องเรียนจำนวนมากเกี่ยวกับผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ปัจจุบันมีผู้ถือบัตรประมาณ 13.2 ล้านคน โดยมีทั้งผู้ที่เดือดร้อนจริงและผู้ที่ไม่ได้เดือดร้อนจริงแต่แอบอ้างใช้สิทธิ์ รัฐบาลจึงต้องการให้สวัสดิการตกถึงมือผู้ที่เดือดร้อนจริง

ขณะนี้ได้ให้กระทรวงมหาดไทยช่วยสำรวจและค้นหาผู้ที่เดือดร้อนจริง รวมถึงผู้ที่อาจตกหล่นจากระบบสวัสดิการ โดยเปิดดำเนินการตั้งแต่วันที่ 4 มิถุนายน- 21 มิถุนายน 2569 ขณะเดียวกันจะมีการทบทวนผู้ถือสิทธิ์ปัจจุบันว่ามีใครที่ไม่ได้เดือดร้อนจริง หรือมีผู้ดูแลอยู่แล้วบ้าง

ส่วนกรณีการใช้สิทธิ์ลดหย่อนภาษีอุปการะบิดามารดา ซึ่งตามหลักถือว่ามีบุตรดูแลอยู่แล้วนั้น ในความเป็นจริงพบว่ามีบางกรณีที่บุตรใช้สิทธิ์ลดหย่อนภาษี แต่ไม่ได้ดูแลพ่อแม่จริง ตรงนี้เป็นประเด็นที่รัฐบาลมีความกังวล เพราะอาจกระทบต่อสิทธิของผู้สูงอายุที่เดือดร้อนจริง จึงเป็นเหตุให้นายกรัฐมนตรีสั่งการให้ทบทวนหลักเกณฑ์ดังกล่าว

เอกนิติกล่าวต่อว่า ได้หารือกับกระทรวงการคลังแล้ว โดยกระบวนการทบทวนจะนำเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการประชารัฐสวัสดิการเพื่อเศรษฐกิจฐานรากและสังคม ตามข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรี เพื่อพิจารณาว่าเกณฑ์ดังกล่าวอาจก่อให้เกิดความไม่เป็นธรรมในกรณีที่บุตรแอบอ้างใช้สิทธิ์ลดหย่อนภาษี แต่ผู้ปกครองกลับถูกตัดสิทธิ์สวัสดิการของรัฐ

“วันนี้ได้มอบหมายให้กระทรวงการคลังนำเรื่องเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการชุดดังกล่าว เพื่อทบทวนหลักเกณฑ์ในประเด็นนี้ เพราะเราให้ความสำคัญกับเสียงสะท้อนของสังคม และต้องการให้เกิดความเป็นธรรมกับทุกคน” เอกนิติกล่าว

เมื่อถามว่าการพิจารณาจะใช้เวลานานหรือไม่ เอกนิติกล่าวว่า หลักการที่คณะรัฐมนตรีมอบหมายไว้ คือให้คณะกรรมการประชารัฐสวัสดิการเพื่อเศรษฐกิจฐานรากและสังคมดำเนินการทบทวนหลักเกณฑ์ดังกล่าวโดยเร่งด่วนที่สุด

เมื่อถามต่อว่าจะต้องมีการทบทวนฐานเงินเดือนของบุตรที่ใช้สิทธิ์ลดหย่อนภาษีด้วยหรือไม่ เอกนิติกล่าวว่า ปัจจุบันเป็นข้อมูลการลดหย่อนภาษีของปีที่ผ่านมา ซึ่งได้ดำเนินการเสร็จสิ้นไปแล้ว ดังนั้นหลักเกณฑ์ที่จะนำเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรีไม่ได้กำหนดให้มีผลย้อนหลัง เพราะอาจเกิดความไม่เป็นธรรม หากบุตรใช้สิทธิ์ลดหย่อนภาษีไปแล้ว แต่พ่อแม่กลับถูกตัดสิทธิ์สวัสดิการ

สำหรับในปีหน้า คงต้องมีการทบทวนแนวทางใหม่อีกครั้ง เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย แต่หัวใจสำคัญของการทบทวนครั้งนี้ คือการค้นหาผู้ที่ตกหล่น ไม่มีโอกาส และไม่มีใครดูแล ให้สามารถเข้าถึงสวัสดิการของรัฐได้

ทั้งนี้ ตลอด 10 ปีที่ผ่านมา มีข้อร้องเรียนจำนวนมากว่ามีผู้ที่ไม่ได้เดือดร้อนจริงเข้ามาใช้สิทธิ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ รัฐบาลจึงต้องการคัดกรองคนกลุ่มนี้ออกจากระบบ และให้ไปใช้มาตรการช่วยเหลือในรูปแบบอื่นแทน

ยกตัวอย่าง ผู้ที่อาจถูกตัดสิทธิ์จากบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ซึ่งปัจจุบันมีอยู่ 13.2 ล้านคน หากไม่ได้อยู่ในกลุ่มที่เดือดร้อนที่สุด หลายรายสามารถเข้าร่วมโครงการไทยช่วยไทยพลัสได้ ขณะที่กลุ่มที่จนที่สุด ไม่มีเงินแม้แต่จะสมทบในโครงการดังกล่าว คือกลุ่มเป้าหมายที่รัฐบาลต้องการช่วยเหลือเป็นพิเศษ

เอกนิติกล่าวว่า เหตุผลที่ให้กระทรวงมหาดไทยเข้ามาเร่งดำเนินการ เพราะต้องการให้ทุกอย่างแล้วเสร็จภายในเดือน กรกฎาคม 2569 เพื่อให้ตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2569 เป็นต้นไป ผู้ที่หลุดจากบัตรสวัสดิการแห่งรัฐสามารถใช้สิทธิ์โครงการไทยช่วยไทยพลัสได้ทันที

เมื่อถามอีกว่า ผู้ที่ไม่ได้สิทธิ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐและต้องมาใช้สิทธิ์ไทยช่วยไทยพลัสในวันที่ 1 สิงหาคม จะได้รับสิทธิ์ย้อนหลัง 2 เดือนหรือไม่ เอกนิติกล่าวว่า “ใช่ ได้ 2 เดือน” พร้อมระบุว่าปัจจุบันมีผู้ลงทะเบียนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐแล้วเกือบ 10 ล้านราย

เมื่อถามย้ำว่าปัญหาข้อมูลไม่ครบถ้วนเกี่ยวข้องกับหลักเกณฑ์ลดหย่อนภาษีหรือไม่ เอกนิติกล่าวว่า “ไม่ใช่ วันนี้เป็นเพียงการสำรวจสิทธิ์ ยังไม่ได้มีการตัดสิทธิ์ใครเลย”

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...