สรุปปมบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ลูกนำชื่อลดหย่อนภาษี ถูกตัดสิทธิ์หรือไม่
การทบทวนสิทธิ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หรือบัตรคนจน กลายเป็นประเด็นร้อนในสังคมไทย หลังจากที่กระทรวงการคลังเปิดเผยว่า หนึ่งในเกณฑ์ที่จะใช้ในการคัดกรองผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ คือ เกณฑ์การตรวจสอบข้อมูลการใช้สิทธิ์ลดหย่อนภาษีจากการอุปการะเลี้ยงดูบุพการี กล่าวคือ หากพ่อแม่ที่มีลูกนำชื่อไปใช้สิทธิ์ลดหย่อนภาษีจากการอุปการะเลี้ยงดูบุพการี พ่อแม่จะถูกตัดสิทธิ์ ไม่มีสิทธิ์เป็นผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ
เกณฑ์คัดกรองดังกล่าวทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักว่าไม่เป็นธรรมกับพ่อแม่ที่มีลูกนำชื่อไปใช้สิทธิ์ลดหย่อนภาษี เนื่องจากในความเป็นจริง พ่อแม่จำนวนมากไม่ได้รับการดูแลหรือสนับสนุนทางการเงินจากลูก หรือหลาย ๆ กรณีได้รับการดูแลแต่ไม่เพียงพอที่พ่อแม่จะพ้นจากความยากลำบากทางการเงิน
ล่าสุด ในวันที่ 8 มิถุนายน 2569 เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ยืนยันว่า ขณะนี้ยังไม่มีการตัดสิทธิ์ใคร พร้อมสั่งทบทวนเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับการใช้สิทธิลดหย่อนภาษีของบุตร เพราะเกณฑ์นี้อาจสร้างความไม่เป็นธรรมแก่พ่อแม่ที่ลูกนำชื่อไปลดหย่อนภาษีแต่ไม่ได้ดูแลพ่อแม่เท่าที่ควร ขณะเดียวกัน รัฐบาลยังเร่งสำรวจผู้มีรายได้น้อยที่ตกหล่นจากระบบ เพื่อเปิดทางให้เข้าถึงบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ และมาตรการช่วยเหลืออื่น ๆ เช่น โครงการไทยช่วยไทยพลัส ได้อย่างทั่วถึงมากขึ้น
SPOTLIGHT สรุปประเด็นสำคัญจากการให้สัมภาษณ์ของรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังในเช้าวันที่ 8 มิถุนายน 2569 ออกมาเป็นข้อ ๆ ได้ดังนี้
1. เหตุผลการทบทวนสิทธิ์ ‘บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ’
เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังบอกเหตุผลของการทบทวนสิทธิ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐว่า บัตรสวัสดิการแห่งรัฐไม่ได้มีการทบทวนสิทธิ์มานานหลายปี ทำให้ข้อมูลผู้ถือสิทธิ์บางส่วนอาจไม่สอดคล้องกับสภาพความเป็นจริงในปัจจุบัน และที่ผ่านมา มีข้อร้องเรียนสะสมตลอดหลายปีว่าผู้ได้รับสิทธิ์บางรายไม่ได้อยู่ในภาวะเดือดร้อนจริง ขณะที่ประชาชนที่ยากลำบากและเดือดร้อนจริงกลับตกหล่นจากระบบ
ด้วยเหตุนี้ รัฐบาลจึงเดินหน้าสำรวจและทบทวนสิทธิ์ผู้ถือบัตรกว่า 13.2 ล้านคน เพื่อคัดกรองให้ความช่วยเหลือเข้าถึงผู้ที่เดือดร้อนจริง โดยมอบหมายให้กระทรวงมหาดไทยลงสำรวจผู้มีสิทธิ์ที่อาจตกหล่นทั่วประเทศ ระหว่างวันที่ 4-21 มิถุนายน 2569
2. ยืนยัน “ยังไม่มีการตัดสิทธิ์ใคร”
รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังย้ำว่า ขณะนี้เป็นเพียงการสำรวจและทบทวนสิทธิ์ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเท่านั้น โดยการดำเนินการที่เกิดขึ้นเป็นการให้ประชาชนยืนยันข้อมูลและตรวจสอบคุณสมบัติ ยังไม่มีการตัดสิทธิ์ผู้ได้รับสวัสดิการรายใดออกจากระบบ
3. สั่งทบทวนปมพ่อแม่ที่ลูกใช้สิทธิ์ลดหย่อนภาษี
เกณฑ์ที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก คือ เกณฑ์ที่ว่าหากพ่อแม่มีลูกที่นำชื่อพ่อแม่ไปใช้สิทธิ์ลดหย่อนภาษี พ่อแม่จะถูกตัดสิทธิ์จากบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เพราะกระทรวงการคลังตีความว่า พ่อแม่มีลูกดูแล ไม่ใช่คนยากจนที่ไม่มีเงินใช้จ่ายดำรงชีพ
ในกรณีนี้ รองนายกฯเอกนิติอธิบายว่า นายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้คณะกรรมการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐกลับไปทบทวนหลักเกณฑ์ดังกล่าวแล้ว เนื่องจากยอมรับว่า ความเป็นจริงในสังคมไทยมีหลายกรณีที่ลูกใช้สิทธิ์ลดหย่อนภาษี แต่ไม่ได้ดูแลพ่อแม่จริงหรือไม่ได้รับการดูแลมากเพียงพอ
รองนายกฯ และ รมว.คลังยอมรับว่า มีข้อกังวลว่าเกณฑ์ดังกล่าวอาจไม่เป็นธรรมกับพ่อแม่ที่ลูกไปแอบอ้างใช้สิทธิ์ลดหย่อนภาษี ทำให้ผู้สูงอายุที่ยังลำบากสูญเสียสิทธิ์สวัสดิการ ทั้งที่ในความเป็นจริงไม่ได้รับการดูแลจากลูก พร้อมยืนยันว่ารัฐบาลรับฟังเสียงประชาชน และจะเร่งทบทวนเกณฑ์เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับทุกฝ่ายโดยเร็วที่สุด
อย่างไรก็ตาม SPOTLIGHT พบว่า บนเว็บไซต์สำหรับลงทะเบียนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐยังคงระบุเกณฑ์ “ต้องไม่เป็นบิดา มารดาของผู้มีเงินได้ที่ใช้สิทธิหักลดหย่อน”
4. ปีนี้ยังไม่ใช้เกณฑ์ใหม่ย้อนหลัง
เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า หากใช้เกณฑ์การใช้สิทธิ์ลดหย่อนภาษีในการพิจารณาจริง ต้องทบทวนฐานเงินเดือนของลูกด้วยหรือไม่
รองนายกฯ เอกนิติบอกว่า การใช้สิทธิ์ลดหย่อนภาษีของลูกในปีนี้ (ยื่นภาษีปี 2568) ได้ดำเนินการเสร็จสิ้นแล้ว หากนำข้อมูลดังกล่าวมาใช้ในการพิจารณาสิทธิ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐของพ่อแม่ อาจเกิดความไม่เป็นธรรม ดังนั้น หากนำเกณฑ์การใช้สิทธิ์ลดหย่อนภาษีของลูกมาพิจารณาก็จะยังไม่นำมาใช้ในปีนี้ และอาจต้องทบทวนเกณฑ์และรูปแบบที่เหมาะสมสำหรับปีถัดไป เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย
5. เป้าหมายหลักคือค้นหาคนจนที่ตกหล่นจากระบบ
รมว.คลังอธิบายว่า หัวใจสำคัญของการทบทวนครั้งนี้ คือ การค้นหาประชาชนที่เดือดร้อนจริงแต่ยังไม่ได้รับความช่วยเหลือจากรัฐ โดยกลุ่มเป้าหมาย คือ ผู้ที่ไม่มีรายได้เพียงพอ ไม่มีผู้ดูแล และไม่มีสวัสดิการอื่นรองรับ
ขณะเดียวกัน ก็ต้องนำคนที่ไม่ได้เดือดร้อนจริงแต่แอบอ้างใช้สิทธิ์ออกจากบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เพื่อไปใช้สิทธิ์อื่นที่เหมาะสม
6. คนที่หลุดจาก ‘บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ’ อาจย้ายไปใช้ ‘ไทยช่วยไทยพลัส’
รองนายกฯ เอกนิติบอกว่า รัฐบาลมีแนวคิดให้ผู้ที่ไม่เข้าเกณฑ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ยังมีสิทธิ์ได้รับความช่วยเหลือในรูปแบบอื่น เช่น เข้าสู่โครงการ ‘ไทยช่วยไทยพลัส’
7. เร่งสรุปรายชื่อภายในเดือนกรกฎาคม
รัฐบาลเร่งให้กระทรวงมหาดไทยดำเนินการสำรวจและทบทวนสิทธิ์แล้วเสร็จภายในเดือนกรกฎาคม 2569 เพื่อให้คนที่หลุดจากบัตรสวัสดิการแห่งรัฐย้ายไปรับสิทธิ์โครงการ ‘ไทยช่วยไทยพลัส’ ได้ทันทีในวันที่ 1 สิงหาคม
ทั้งนี้ ผู้ที่เข้าเกณฑ์ออกจากบัตรสวัสดิการแห่งรัฐไปเข้าไทยชั่วยไทยพลัสจะได้รับสิทธิ์ในโครงการไทยชั่วยไทยพลัสเป็นเวลา 2 เดือน
8. ลงทะเบียนยืนยันแล้วเกือบ 10 ล้านคน
รองนายกฯ เอกนิติเปิดเผยว่า ข้อมูลการลงทะเบียนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐล่าสุดมีผูลงทะเบียนยืนยันข้อมูลแล้วเกือบ 10 ล้านคน จากปัจจุบันที่มีผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐทั้งหมด 13.2 ล้านคน
รองนายกฯ เอกนิติอธิบายอีกว่า สำหรับผู้ที่ข้อมูลยังไม่ครบถ้วนนั้น ไม่ได้เกี่ยวข้องกับประเด็นการใช้สิทธิ์ลดหย่อนภาษีของลูก พร้อมย้ำว่า ยังไม่ได้ตัดสิทธิ์ใคร กระบวนการในขณะนี้ยังเป็นเพียงการรวบรวมข้อมูลเพื่อใช้ประกอบการพิจารณาทบทวนสิทธิ์เท่านั้น