ไม่ไว้ใจ ‘ลูกเทพ’?
“ฟ้าคงสะใจ
คงพอใจที่ได้เห็นเราเลิกราเห็นคนที่รักกันมา ต้องลาร้างไป คงจะเห็นเป็นความสะใจ”
เปล่า..ไม่ได้มีนัยอะไรหรอกครับ พอดีได้เห็นข้อความที่คุณบิลลี่ โอแกน ศิลปินระดับตำนาน ที่ไม่เพียงร้องเพลงเก่ง แต่งเพลงได้..
แต่ยังมีความสามารถด้านการแสดงภาพยนตร์-ละครทีวี และตอนนี้ก็ดูจะมีบทบาทในฐานะนักคิด-วิจารณ์สังคม และการเมืองได้อย่างเฉียบคมอีกต่างหาก โพสต์!
เลยทำให้นึกถึงเพลงนี้ที่เขาร้องขึ้นมาในหัว ส่วนข้อความว่าอย่างไรน่ะหรือ? ก็อย่างนี้..
“รู้สึกว่า น่ารำคาญที่เห็นพวกพยายามออกมาปฏิเสธว่าไม่มีการทุจริตเลยจริงๆ กันในทุกหน่วยงาน จะมาปฏิญาณตนบ้างล่ะ จะมาแก้ต่างนู่นนี่นั่น ไร้สาระ
ประเทศไทยใครๆ ก็รู้ว่ามีทุจริตมานานแสนนาน ไม่ต้องปฏิเสธหรอกครับ พวกที่ทุจริต ตายไปแล้วก็ลงนรกทุกคนแหละ พวกที่ยังอยู่ก็โกหกต่อไป
ในโลกนี้อาจจะโกหกได้ อาจจะหลีกหนีโทษได้ แต่มันหนีไม่ได้ตลอดไป เงินที่โกงเขามาก็จะนำทุกข์มาให้
ถึงไม่ได้รับผลกรรมเอง ลูกหลานที่เอาเงินบาปไปใช้เสวยสุขก็จะต้องได้พบวิบากต่างๆ กันไป หนีกรรมไม่ได้สักคน
กรรมเหมือนลูกวัวที่สามารถวิ่งเข้าไปหาแม่วัวมันได้ถูกตัวเสมอแม้จะอยู่ในฝูงวัวนับพันๆ ตัว ถ้อยความนี้มาจากพระไตรปิฎก”
เนี่ย..สมชื่อ “ศิลปินครบเครื่อง” ของแท้ ศึกษาแม้กระทั่งพระไตรปิฎก และที่ร่ายมานี้ก็น่าจะมาจากความอึดอัด-คับข้องใจกับการโกง-การทุจริตที่ปรากฏไปทั่วองคาพยพของรัฐบาล!
ซึ่งก็สะท้อนให้เห็นว่า การทุจริตคอร์รัปชันนั้นยังคงหนักหนาสาหัสอยู่ แม้จะมีการรณรงค์ หรือจะประกาศเป็นวาระแห่งชาติก็ตามที
และด้วยข่าวการทุจริต-คอร์รัปชันที่อื้ออึงนี้แหละ ทำให้ใครต่อใครไม่ว่าจะรัก-จะชังรัฐบาลต่างก็เริ่มให้หวั่นไหว อย่างผมไม่ว่าจะไปนั่งเสวนากับกลุ่มไหน-คณะไหน..
ต่างพูดตรงกัน..รัฐบาลน่าจะอายุสั้นกว่าที่คิด หากยังละเลย-ปล่อยให้เกิดข่าวทุจริตไปทั่วทุกองคาพยพอยู่เยี่ยงนี้!
ก็..ขึ้นอยู่กับคุณอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีแล้วล่ะว่าจะคิด-อ่านประการใดที่จะทำให้รัฐบาลมีความมั่นคง-แข็งแรง ไม่เกิดโรคแทรกซ้อนก่อนเวลา..
ปัญหาใดที่แก้ได้ ก็อยากให้ “แก้” เสียไวๆ จะบอกว่า “ตัดไฟเสียแต่ต้นลม” ได้ก็รีบลงมือเถอะ อย่าได้เกรงใจใคร (คนนั้น)!
เพราะที่ท่านว่า.. “ไม่ต้องกังวลเลย ในคณะรัฐมนตรีคนที่มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจคือประชาชน เพราะรัฐบาลฟังประชาชนเท่านั้น
และไม่ต้องกังวลเลยว่าพวกตนจะอยู่ภายใต้อิทธิพลของใคร ซึ่งก็แสดงให้เห็นเป็นที่ประจักษ์ชัดไม่รู้กี่เรื่องต่อกี่เรื่องแล้ว
คนที่รัฐบาลต้องฟังคือพี่น้องประชาชน และนี่ก็ไม่ใช่วาทกรรม แต่นี่เป็นสิ่งหนึ่งที่เป็นสัจธรรม” นั้น
เขาเชื่อ..หลายเรื่องรัฐบาลฟังเสียงประชาชนจริง แต่ที่เขากังวลปนระแวงก็เรื่อง “การอยู่ภายใต้อิทธิพลของใครบางคน” นั่นต่างหาก!
ท่านนายกฯ อนุทินจะทำอย่างไรถึงจะสลัดหลุดจากความระแวงของผู้คน-กองเชียร์ได้..เข้าใจว่าไม่ใช่เรื่องง่าย..
แต่หากทำไม่ได้ หรือไม่ทำ ผมก็เกรงจะนับถอยหลังอย่างที่คนเขาพูดกัน..อีกไม่เกิน 4 เดือน!
เอ้า..ส่วนโครงการ TH-AI Passport ถ้าจะเดินหน้าทำ (ต่อ) ก็ต้องดำเนินการภายใต้หลักความโปร่งใส ตรวจสอบได้ และเกิดประโยชน์ต่อประชาชนอย่างแท้จริง..
ตามที่ประชาชนส่วนใหญ่ร้อยละ 63.7 ได้ตอบพ่วงคำถามของสำนักสำนักวิจัยซูเปอร์โพลว่า.. “เห็นด้วยให้รัฐบาลเดินหน้าโครงการ TH-AI Passport ต่อไป”!
เพราะแม้คุณลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี จะบอกว่าความคิดเห็นประชาชน..
“สอดคล้องกับแนวทางการดำเนินงานของรัฐบาลที่ยึดหลักธรรมาภิบาลและมุ่งใช้เทคโนโลยีเป็นเครื่องมือยกระดับคุณภาพชีวิต
ลดความเหลื่อมล้ำ และเพิ่มโอกาสทางเศรษฐกิจให้กับประชาชนทุกกลุ่ม..รัฐบาลขอขอบคุณประชาชนที่ให้ความสนใจและติดตามการดำเนินงานด้าน AI ของภาครัฐ
ผลสำรวจครั้งนี้สะท้อนว่า คนไทยไม่ได้มอง AI เป็นเพียงเทคโนโลยีสมัยใหม่ แต่เห็นว่าเป็นเครื่องมือสำคัญในการพัฒนาคุณภาพชีวิต
สร้างอาชีพ เพิ่มรายได้ และเพิ่มโอกาสทางเศรษฐกิจ รัฐบาลจึงพร้อมเดินหน้าพัฒนาโครงการ TH-AI Passport อย่างรอบคอบ โปร่งใส และตรวจสอบได้..”
แต่ก็มีเสียงคัดค้านอยู่ไม่น้อย โดยเฉพาะเรื่องความโปร่งใส..ฟังเสียงดูเหมือนเขาจะไม่ไว้ใจ “ลูกเทพ” อย่างไรก็ไม่รู้..
ฝากดูๆ หน่อยนะครับ..ท่านนายกฯ!.
สันต์ สะตอแมน