โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

กินกล้วยหอมตอนไหนดี? เผย 5 ช่วงเวลาที่เหมาะ ได้ประโยชน์ต่อสุขภาพสูงสุด

Thairath - ไทยรัฐออนไลน์

อัพเดต 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา
ภาพไฮไลต์

แม้ว่ากล้วยหอมจะสามารถกินได้ทุกช่วงเวลา แต่หลายคนอาจสงสัยว่า "กินกล้วยหอมตอนไหนดีที่สุด" เพื่อให้ร่างกายได้รับประโยชน์สูงสุด รวมถึงกินกล้วยหอมตอนเช้าทุกวัน หรือกินกล้วยหอมตอนท้องว่างได้ไหม ซึ่งความจริงแล้วแต่ละช่วงเวลาก็มีข้อดีแตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับเป้าหมายด้านสุขภาพของแต่ละคน

กินกล้วยหอมตอนไหนดี? รู้จักช่วงเวลาที่เหมาะสำหรับการกิน "กล้วยหอม" เพื่อประโยชน์ต่อร่างกาย

"กล้วยหอม" เป็นผลไม้ที่หลายคนคุ้นเคย เพราะหาซื้อง่าย ราคาไม่แพง และอุดมไปด้วยสารอาหารที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย ทั้งคาร์โบไฮเดรต ใยอาหาร โพแทสเซียม วิตามินบี 6 และสารต้านอนุมูลอิสระต่างๆ โดยการกินกล้วยหอมแต่ละช่วงเวลา ให้ประโยชน์แตกต่างกัน ดังต่อไปนี้

1. กินกล้วยหอมตอนเช้าทุกวัน เติมพลังรับวันใหม่

ช่วงเช้าถือเป็นหนึ่งในเวลาที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในการรับประทานกล้วยหอม เพราะร่างกายต้องการพลังงานหลังจากอดอาหารตลอดคืน ทั้งนี้ สามารถกินกล้วยหอมตอนท้องว่างได้ เนื่องจากกล้วยหอมมีคาร์โบไฮเดรตและน้ำตาลธรรมชาติที่ช่วยเติมพลังงานได้อย่างรวดเร็ว แต่หากต้องการให้อิ่มนานขึ้น ควรรับประทานคู่กับอาหารที่มีโปรตีน เช่น นม โยเกิร์ต ไข่ต้ม หรือถั่วต่างๆ

2. ก่อนออกกำลังกาย ช่วยเพิ่มพลังงาน

คนที่ออกกำลังกายจำนวนมาก นิยมรับประทานกล้วยหอมก่อนออกกำลังกายประมาณ 30-60 นาที เนื่องจากกล้วยหอมย่อยง่าย ให้พลังงานรวดเร็ว และมีโพแทสเซียมที่ช่วยสนับสนุนการทำงานของกล้ามเนื้อ ลดความเสี่ยงของการเกิดตะคริวระหว่างออกกำลังกายได้

3. หลังออกกำลังกาย ช่วยฟื้นฟูร่างกาย

หลังจากใช้พลังงานอย่างหนัก ร่างกายต้องการคาร์โบไฮเดรตเพื่อเติมพลังงานกลับคืน กล้วยหอมจึงเป็นตัวเลือกที่เหมาะสำหรับรับประทานหลังออกกำลังกาย โดยเฉพาะเมื่อรับประทานร่วมกับอาหารที่มีโปรตีน เช่น นม หรือเวย์โปรตีน เพื่อช่วยเสริมการฟื้นตัวของกล้ามเนื้อ

4. กินระหว่างวัน แก้หิวแบบไม่รู้สึกผิด

หากรู้สึกหิวระหว่างมื้อ กล้วยหอมสามารถเป็นของว่างที่ดีต่อสุขภาพได้ ใยอาหารในกล้วยหอมช่วยเพิ่มความอิ่ม ลดความอยากอาหาร และให้พลังงานมากกว่าขนมหวานหรือเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลสูง จึงเหมาะสำหรับคนที่ต้องการควบคุมน้ำหนัก

5. ก่อนนอน กินได้แต่ควรพอเหมาะ

หลายคนกังวลว่าการกินกล้วยหอมก่อนนอนจะทำให้อ้วน แต่ความจริงแล้วการเพิ่มหรือลดน้ำหนักขึ้นอยู่กับปริมาณพลังงานรวมที่ได้รับตลอดทั้งวัน กล้วยหอมมีสารอาหารอย่างแมกนีเซียมและทริปโตเฟน ซึ่งเกี่ยวข้องกับการทำงานของระบบประสาทและการผ่อนคลาย แต่ก็ไม่ควรกินแล้วเข้านอนทันที โดยเฉพาะผู้ที่มีปัญหาเรื่องการย่อยอาหารหรือกรดไหลย้อน

สรุปกินกล้วยหอมตอนไหนดีที่สุด?

หากมองในภาพรวม ช่วงเช้าและช่วงก่อนออกกำลังกายถือเป็นเวลาที่เหมาะที่สุดสำหรับการรับประทานกล้วยหอม เพราะร่างกายสามารถนำพลังงานไปใช้ได้ทันที และยังช่วยเพิ่มความสดชื่นพร้อมรับกิจกรรมต่างๆ ตลอดวัน

อย่างไรก็ตาม ไม่มีช่วงเวลาใดที่ดีที่สุดสำหรับทุกคน การเลือกเวลารับประทานควรสอดคล้องกับไลฟ์สไตล์และเป้าหมายด้านสุขภาพของแต่ละคน ไม่ว่าจะเป็นการเพิ่มพลังงาน ควบคุมน้ำหนัก หรือเสริมการออกกำลังกาย

สิ่งสำคัญที่สุดคือการรับประทานในปริมาณที่เหมาะสม โดยทั่วไปวันละ 1-2 ผลก็เพียงพอที่จะได้รับประโยชน์จากกล้วยหอมโดยไม่เพิ่มพลังงานมากจนเกินไป

กล้วยหอม 1 ลูก ให้พลังงานกี่แคลอรี

กล้วยหอมให้พลังงานแตกต่างกันตามขนาด โดยทั่วไปมีดังนี้

  • ขนาดเล็ก (ประมาณ 100 กรัม) ให้พลังงานราว 90 แคลอรี
  • ขนาดกลาง (ประมาณ 118 กรัม) ให้พลังงานราว 105 แคลอรี
  • ขนาดใหญ่ (ประมาณ 136 กรัม) ให้พลังงานราว 120-125 แคลอรี

สำหรับกล้วยหอมที่ขายทั่วไป 1 ลูกขนาดกลาง มักให้พลังงานประมาณ 100-110 แคลอรี หากกำลังควบคุมน้ำหนัก การกินกล้วยหอมวันละ 1-2 ลูกถือว่าอยู่ในปริมาณที่เหมาะสม โดยควรรับประทานร่วมกับอาหารที่มีโปรตีนหรือไขมันดี เช่น นม โยเกิร์ต หรือถั่ว เพื่อช่วยให้อิ่มนานขึ้นและลดการหิวระหว่างวันได้ดีขึ้น

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : กินกล้วยหอมตอนไหนดี? เผย 5 ช่วงเวลาที่เหมาะ ได้ประโยชน์ต่อสุขภาพสูงสุด

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : www.thairath.co.th
- LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...