ดีลยักษ์เขย่าวงการโทรคมนาคมฝรั่งเศส Bouygues นำทีมเทกโอเวอร์ SFR ดีล 2.34 หมื่นล้านดอลลาร์
ผู้ให้บริการรายใหญ่ 3 รายโดย Bouygues Telecom ร่วมกับ Orange และ Iliad Group จับมือเข้าซื้อ SFR มูลค่า 20,350 ล้านยูโร รวมภาระหนี้ หากหน่วยงานกำกับดูแลไฟเขียว ผู้ให้บริการเครือข่ายมือถือในฝรั่งเศสลดลงจาก 4 รายเหลือ 3 ราย
วันที่ 7 มิ.ย.2569 สำนักข่าว CNBC รายงานว่ากลุ่มผู้ซื้อที่นำโดย Bouygues Telecom (บูยก์ เทเลคอม) ร่วมกับOrange (ออเรนจ์) และ Iliad Group (อีเลียด กรุ๊ป) ได้ลงนามบันทึกความเข้าใจ (MoU) กับ Altice France (อัลติซ ฝรั่งเศส) เพื่อเข้าซื้อกิจการผู้ให้บริการโทรคมนาคมSFR ในมูลค่า 20,350 ล้านยูโร (ประมาณ 23,440 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) ซึ่งรวมภาระหนี้สินไว้แล้ว
หากได้รับการอนุมัติจากหน่วยงานกำกับดูแลการแข่งขันทางการค้า ธุรกรรมดังกล่าวจะนับเป็นหนึ่งในดีลควบรวมกิจการโทรคมนาคมที่ใหญ่ที่สุดของยุโรปในช่วงหลายปีที่ผ่านมา และจะทำให้จำนวนผู้ให้บริการเครือข่ายมือถือในฝรั่งเศสลดลงจาก 4 รายเหลือ 3 ราย ถือเป็นบททดสอบสำคัญต่อท่าทีของหน่วยงานกำกับดูแลการแข่งขันของยุโรปต่อการรวมตัวของอุตสาหกรรมโทรคมนาคม
ภายใต้โครงสร้างของข้อตกลง Bouygues Telecom จะได้รับสินทรัพย์ส่วนใหญ่ของ SFR คิดเป็นสัดส่วนราว 52% ของรายได้ที่ถูกแบ่งออกมา ขณะที่ Iliad Group จะได้รับประมาณ 27% และ Orange 21% โดยสินทรัพย์บางส่วน เช่น โครงข่ายโทรศัพท์พื้นฐาน โครงข่ายมือถือ และระบบไอที จะถูกถือครองร่วมกันในช่วงเปลี่ยนผ่าน
ก่อนหน้านี้ Altice France ได้ขยายระยะเวลาการเจรจาแบบเอกสิทธิ์กับกลุ่มผู้ซื้อออกไปจนถึงวันที่ 5 มิถุนายน หลังจากทั้งสามบริษัทเพิ่มข้อเสนอซื้อในเดือนเมษายนจากเดิมราว 17,000 ล้านยูโร เป็น 20,350 ล้านยูโร
สัดส่วนการรับภาระมูลค่าดีลยังคงอยู่ที่ประมาณ 42% สำหรับ Bouygues Telecom , 31% สำหรับ Iliad Group และ 27% สำหรับ Orange โดยคู่สัญญายังตกลงกำหนดค่าปรับกรณีข้อตกลงล้มเหลวไว้ในช่วง 100 ล้านถึง 2,000 ล้านยูโร
คริสแตล ไฮเดอมันน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Orange ระบุว่า ข้อตกลงดังกล่าวจะช่วยเสริมความเป็นผู้นำของบริษัทในฝรั่งเศสและยุโรป และสนับสนุนแผนยุทธศาสตร์ “Trust the Future” ขณะที่ เอดูอาร์ บูยก์ ประธาน Bouygues Telecom กล่าวว่า ธุรกรรมนี้สะท้อนความมุ่งมั่นของกลุ่มบูยก์ในการสร้างการเติบโตระยะยาวและสนับสนุนอธิปไตยทางดิจิทัลของฝรั่งเศส
นอกจากนี้ กลุ่มผู้ซื้อยังให้คำมั่นว่าจะรักษาการจ้างงานของพนักงานในสินทรัพย์ที่เข้าซื้อทั้งหมดจนถึงต้นปี 2572 ไม่ว่าจะเป็นการคงตำแหน่งเดิมหรือจัดหาโอกาสการทำงานอื่นให้ โดยคาดว่าธุรกรรมจะแล้วเสร็จในช่วงครึ่งหลังของปี 2570 หลังได้รับอนุมัติจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมด
อ้างอิง : www.cnbc.com