โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ปลัด มท. สั่งการผู้ว่าฯ ทั่วประเทศ เฝ้าระวัง ‘อีโบลา’ เข้มข้น

The Bangkok Insight

อัพเดต 4 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 4 ชั่วโมงที่ผ่านมา • The Bangkok Insight

ปลัด มท. สั่งการผู้ว่าฯ ทั่วประเทศ ใช้กลไก "คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด" เฝ้าระวัง ป้องกัน และควบคุม "อีโบลา" ตามประกาศและมาตรการของกระทรวงสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด เพื่อความปลอดภัยสูงสุดของประชาชน

นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยว่า กระทรวงมหาดไทยได้รับการประสานงานจากฝ่ายเลขานุการคณะกรรมการโรคติดต่อแห่งชาติ กระทรวงสาธารณสุข ถึงการเตรียมความพร้อมด้านการเฝ้าระวัง ป้องกัน และควบคุมการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสอีโบลา (Ebola virus disease - EVD)

อีโบลา

ทั้งนี้ จากการที่องค์การอนามัยโลก (WHO) รายงานสถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสอีโบลาสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก และสาธารณรัฐยูกันดา โดยพบการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสอีโบลาสายพันธุ์บันดิบูเกียว ซึ่งเป็นโรคไข้เลือดออกชนิดรุนแรงที่มีอัตราเสียชีวิตสูง และองค์การอนามัยโลกได้ประกาศให้สถานการณ์ดังกล่าวเป็นภาวะฉุกเฉิน ด้านสาธารณสุขระหว่างประเทศ

ดังนั้น เพื่อเป็นการเฝ้าระวัง ป้องกัน และควบคุมโรคติดเชื้อไวรัสอีโบล ภายใต้มาตรการตามกฎหมายว่าด้วยโรคติดต่อ จึงได้สั่งการไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดทั้ง 76 จังหวัด ในฐานะประธานคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด ใช้กลไกคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด สนับสนุนการดำเนินการ 3 แนวทาง ได้แก่

1. ดำเนินการเฝ้าระวัง ป้องกัน สอบสวน และควบคุมโรค โดยการคัดกรองและติดตามผู้ที่มีประวัติเดินทางมาจาก หรือผ่านประเทศที่ถูกประกาศให้เป็นเขตโรคติดต่ออันตราย หรือประเทศที่มีรายงานการระบาดของโรค หากพบผู้ที่เป็นโรค หรือผู้ที่มีเหตุอันควรสงสัยว่าเป็นโรค เจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อจะต้องดำเนินการ หรือออกคำสั่งเป็นหนังสือให้ผู้เดินทางดังกล่าวถูกแยกกัก กักกัน หรือคุมไว้สังเกต เป็นระยะเวลาอย่างน้อย 21 วัน

2. สนับสนุนการดำเนินการของหน่วยงานในระดับพื้นที่ โดยประสานงานด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศ สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง หน่วยงานท่าอากาศยาน หน่วยงานฝ่ายปกครอง และหน่วยงานด้านความมั่นคง ร่วมกันดำเนินการเกี่ยวกับการติดตามตรวจสอบถิ่นที่อยู่และการเดินทาง ในระหว่างผู้มีประวัติเดินทางมาจาก หรือผ่านประเทศที่ถูกประกาศให้เป็นเขตโรคติดต่ออันตราย หรือประเทศที่มีรายงานการระบาดของโรคอาศัยอยู่ในประเทศไทย ตลอดจนการดำเนินการตามมาตรการที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การเฝ้าระวัง ป้องกัน และควบคุมโรคดังกล่าวเป็นไปอย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพ

3. ประชาสัมพันธ์ และสื่อสารความเสี่ยงไปยังประชาชน และบุคลากรทางการแพทย์อย่างเหมาะสมและทั่วถึง โดยเน้นการสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการเฝ้าระวังอาการ ภายหลังจากการเดินทางกลับมาจากประเทศที่ถูกประกาศให้เป็นเขตติดต่อโรคติดต่ออันตราย หรือประเทศที่มีรายงานการระบาดของโรค และขอความร่วมมือหลีกเลี่ยงการเดินทางไปยังประเทศดังกล่าว

ในกรณีพบบุคคลที่มีเหตุอันควรสงสัยว่าเป็นโรค ได้แก่ มีอาการไข้ อ่อนเพลีย ปวดกล้ามเนื้อ ปวดศีรษะ เจ็บคอ อาเจียน ท้องเสีย หรือมีอาการเลือดออกผิดปกติ ขอให้แจ้งเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อทันที ภายใน 3 ชั่วโมงนับแต่พบบุคคลดังกล่าว โดยให้ดำเนินการตามมาตรการและแนวทางที่กรมควบคุมโรคกำหนดอย่างเคร่งครัด

สำหรับโรคติดต่อเชื้อไวรัสอีโบลาเป็นโรคติดต่ออันตราย ลำดับที่ 9 ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง ชื่อและอาการสำคัญของโรคติดต่ออันตราย พ.ศ. 2559 ที่มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 4 มิถุนายน 2559 โดยพบเป็นโรคที่มีความรุนแรงสูง สามารถแพร่ระบาดได้รวดเร็ว และมีอัตราการเสียชีวิตสูง

กระทรวงสาธารณสุขจึงได้ออกประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง ท้องที่นอกราชอาณาจักรที่เป็นเขตติดต่อโรคติดต่ออันตราย กรณีโรคติดเชื้อไวรัสอีโบลา พ.ศ. 2569 กำหนดให้สาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก และสาธารณรัฐยูกันดา เป็นเขตโรคติดต่ออันตรายตามพระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ. 2558 โดยให้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 21 พ.ค. 2569 เป็นต้นไป

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...