“ฮอร์มุซ” อัมพาต! เรือสินค้าแทบหยุดวิ่ง หลังสหรัฐโจมตีอิหร่านต่อเนื่อง
การเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซชะลอตัวเกือบหยุดนิ่ง หลังสหรัฐเปิดปฏิบัติการโจมตีอิหร่านเป็นวันที่ 2 ขณะที่ข้อตกลงหยุดยิงส่อสั่นคลอน ส่งผลให้ตลาดจับตาความเสี่ยงต่อการขนส่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติผ่านหนึ่งในเส้นทางพลังงานสำคัญที่สุดของโลก
วันที่ 9 กรกฎาคม 2569 เวลา 10.05 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า การเดินเรือผ่าน ช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งพลังงานที่สำคัญที่สุดของโลก ชะลอตัวลงเกือบหยุดนิ่งในวันพฤหัสบดี (9 ก.ค.) หลังสหรัฐเปิดปฏิบัติการโจมตีอิหร่านเป็นวันที่สองติดต่อกัน ท่ามกลางความกังวลว่าข้อตกลงหยุดยิงชั่วคราวระหว่างทั้งสองฝ่ายกำลังสั่นคลอนอย่างหนัก
ข้อมูลติดตามเรือ ระบุว่า การสัญจรในช่องแคบฮอร์มุซส่วนใหญ่เกิดขึ้นเฉพาะในเส้นทางเดินเรือที่อิหร่านอนุญาต ซึ่งอยู่ใกล้ชายฝั่งทางตอนเหนือของช่องแคบ ขณะที่เส้นทางเดินเรือฝั่งโอมาน ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากสหรัฐฯ แทบไม่มีเรือแล่นผ่าน
สำหรับเรือขนาดใหญ่ พบเพียงเรือบรรทุกน้ำมันดิบขนาดใหญ่พิเศษ (VLCC) ที่ถูกสหรัฐฯ คว่ำบาตร 1 ลำ ซึ่งกำลังแล่นออกจากอ่าวเปอร์เซีย และเรือคอนเทนเนอร์ติดธงอิหร่านอีก 1 ลำ อย่างไรก็ตาม ยังมีความเป็นไปได้ว่าเรือบางส่วนอาจปิดระบบส่งสัญญาณระบุตำแหน่ง (Transponder) เพื่อหลีกเลี่ยงการติดตาม
การชะลอตัวของการเดินเรือเกิดขึ้นหลังอิหร่านก่อเหตุโจมตีเรือพาณิชย์หลายครั้ง จนนำไปสู่การโจมตีตอบโต้ของสหรัฐฯ ขณะที่ประธานาธิบดี Donald Trump ประกาศว่าข้อตกลงหยุดยิงระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านได้สิ้นสุดลงแล้ว
ข้อมูลของ Kpler ระบุว่าเมื่อวันพุธที่ผ่านมา มีเรือบรรทุกสินค้าโภคภัณฑ์แล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซเพียง 14 ลำ ทั้งขาเข้าและขาออก ซึ่งเป็นระดับต่ำที่สุดนับตั้งแต่มีการทำข้อตกลงชั่วคราวระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านในช่วงกลางเดือนมิถุนายน
ก่อนหน้านี้ ในช่วงสามสัปดาห์หลังทั้งสองฝ่ายบรรลุข้อตกลงเปิดเส้นทางเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ จำนวนเรือเฉลี่ยอยู่ที่ 34 ลำต่อวัน และเคยพุ่งสูงสุดถึง 59 ลำ เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน ขณะที่ในช่วงที่เกิดสงครามเต็มรูปแบบ จำนวนเรือส่วนใหญ่ลดลงเหลือต่ำกว่า 20 ลำต่อวัน
ด้านการขนส่งก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ยังคงหยุดชะงัก โดยไม่มีเรือ LNG แล่นผ่านช่องแคบ อย่างไรก็ตาม มีเรือบรรทุก LNG ที่ไม่มีสินค้า 2 ลำ เพิ่งเข้าสู่อ่าวโอมานและกำลังมุ่งหน้าไปยังทางเข้าด้านตะวันออกของช่องแคบฮอร์มุซ
นอกจากนี้ ยังพบสัญญาณของการรบกวนระบบอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Interference) กลับมาเกิดขึ้นอีกครั้ง โดยเรือหลายลำบริเวณตะวันออกเฉียงใต้ของเมืองลิมาห์ในโอมาน ปรากฏข้อมูลว่าแล่นด้วยความเร็วผิดปกติสูงกว่า 30 นอต ซึ่งอาจเป็นผลจากการเปิดใช้งานระบบป้องกันภัยที่รบกวนสัญญาณโดรนของฝ่ายตรงข้าม และส่งผลกระทบต่อระบบระบุตำแหน่งของเรือ รวมถึงอาจทำให้ข้อมูลการติดตามเรือมีความคลาดเคลื่อนได้
อ้างอิง : www.bloomberg.com