โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“อภิสิทธิ์”น้อมรับคำวินิจฉัยศาล รธน. ไฟเขียว พ.ร.ก.กู้ 4 แสนล้าน

INN News

อัพเดต 9 กรกฎาคม 2569 เวลา 21.40 น. • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • INN News

"อภิสิทธิ์"น้อมรับคำวินิจฉัยศาล รธน. ไฟเขียว พ.ร.ก.กู้ 4 แสนล้าน แต่ห่วงสร้างบรรทัดฐานใหม่ จี้ รัฐบาลเปิดแผนใช้เงิน 2 แสนล้าน พร้อมแจงดราม่านิรโทษฯ ยันไม่เอา ม.112 แต่ไม่ควรปิดช่องเยาวชนฟื้นฟู

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า พรรคประชาธิปัตย์ในฐานะหนึ่งในผู้ยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ เคารพและน้อมรับคำวินิจฉัยที่วินิจฉัยว่า พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาทไม่ขัดรัฐธรรมนูญ แต่ขณะนี้ยังไม่ทราบเหตุผลโดยละเอียด จึงต้องรอศึกษาคำวินิจฉัยฉบับเต็มก่อนแสดงความเห็นเพิ่มเติม โดยสิ่งที่พรรคกังวลคือคำวินิจฉัยครั้งนี้อาจกลายเป็นบรรทัดฐานใหม่ให้รัฐบาลในอนาคตสามารถออกพระราชกำหนดกู้เงินได้ แม้จะอยู่ในภาวะเศรษฐกิจปกติ หากงบประมาณไม่เพียงพอ ซึ่งอาจกระทบต่อกรอบวินัยการเงินการคลังที่ประเทศไทยยึดถือมายาวนาน พร้อมกล่าวว่า การกู้เงินครั้งนี้จะทำให้สัดส่วนหนี้สาธารณะต่อผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศขยับเข้าใกล้เพดานร้อยละ 70 ขณะที่รัฐบาลเคยยืนยันว่าจะไม่ขยายเพดานหนี้สาธารณะ จึงเรียกร้องให้รัฐบาลชี้แจงแผนการคลังระยะสั้นและระยะยาว ทั้งแนวทางเพิ่มรายได้และลดรายจ่าย เพื่อไม่ให้ต้องออก พ.ร.ก.กู้เงินลักษณะเดียวกันอีก

สำหรับวงเงินกู้ 2 แสนล้านบาทในส่วนการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า แม้ศาลจะวินิจฉัยให้ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ แต่ก็มีตุลาการเสียงข้างน้อยเห็นต่าง จึงต้องการให้รัฐบาลเปิดเผยรายละเอียดโครงการและเปิดโอกาสให้ทุกฝ่ายร่วมตรวจสอบ เพื่อให้เกิดความโปร่งใสและคุ้มค่าที่สุด พร้อมยังตั้งข้อสังเกตว่า แม้รัฐบาลอ้างว่ามีความจำเป็นเร่งด่วน แต่จนถึงขณะนี้ กลไกของรัฐรวมถึงกรรมาธิการพิจารณางบประมาณปี 2570 ยังไม่เห็นรายละเอียดของโครงการที่จะใช้เงินก้อนดังกล่าว จึงเกิดข้อกังวลว่าการกลั่นกรองโครงการมีความพร้อมเพียงใด

นอกจากนี้ ยังเห็นว่า แนวทางของรัฐบาลยังมุ่งสนับสนุนโซลาร์เซลล์และยานยนต์ไฟฟ้าเป็นหลัก ซึ่งอาจกลายเป็นการส่งเสริมการนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศ มากกว่าจะลดการพึ่งพาต่างชาติ พร้อมเสนอให้รัฐบาลพิจารณาใช้ทรัพยากรภายในประเทศ เช่น พืชพลังงานอย่างปาล์มน้ำมัน เป็นอีกทางเลือกในการสร้างความมั่นคงด้านพลังงาน

ส่วนประเด็นร่างพระราชบัญญัติสร้างเสริมสังคมสันติสุข หรือร่างกฎหมายนิรโทษกรรม ที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักในสื่อสังคมออนไลน์ นายอภิสิทธิ์ ชี้แจงว่า หลายคนเข้าใจคลาดเคลื่อนจากการไม่ได้ฟังคำอภิปรายทั้งหมด หรือมีการสื่อสารที่ทำให้เข้าใจผิด และขอยืนยันว่า พรรคประชาธิปัตย์ไม่เห็นด้วยกับการนิรโทษกรรมคดีตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 คดีทุจริต และคดีอาญาร้ายแรง แต่เห็นว่า ควรเปิดช่องให้เยาวชนที่ถูกดำเนินคดี สามารถยื่นคำร้องเข้าสู่กระบวนการจัดทำแผนบำบัดฟื้นฟูผ่านคณะกรรมการตามกฎหมายนิรโทษกรรมได้ หากเจ้าตัวเป็นผู้ร้องขอเอง โดยมองว่า การปิดช่องทางดังกล่าวตั้งแต่ต้น ไม่ได้ช่วยเสริมสร้างความเข้มแข็งของ สถาบันพระมหากษัตริย์ หรือฟื้นฟูความสัมพันธ์ระหว่างเยาวชนกับสถาบัน แต่หากเยาวชนสมัครใจเข้าสู่กระบวนการบำบัดฟื้นฟู ก็จะเป็นสัญญาณที่ดีต่อการแก้ไขปัญหาในระยะยาว

สำหรับประเด็นการบรรจุกฎหมายว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภาไว้ในบัญชีแนบท้ายร่างกฎหมายนิรโทษกรรม นายอภิสิทธิ์ ระบุว่า ยังมีข้อสงสัยว่ามีคดีใดที่จะได้รับผลจากบทบัญญัติดังกล่าว เพราะบางความผิด เช่น การที่บุคคลของพรรคการเมืองเข้าไปเกี่ยวข้องกับการเลือกสมาชิกวุฒิสภา อาจถูกตีความว่าไม่ใช่การทุจริตเลือกตั้ง และอาจได้รับนิรโทษกรรม ซึ่งเห็นว่าไม่ถูกต้อง

นายอภิสิทธิ์ ย้ำว่า พรรคประชาธิปัตย์ยังสนับสนุนหลักการของกฎหมายนิรโทษกรรมเพื่อสร้างความปรองดองในสังคม แต่จะต้องไม่ครอบคลุมคดีทุจริต คดีตามมาตรา 112 และคดีอาญาร้ายแรง พร้อมเห็นว่าการตั้งกรรมาธิการ ร่วมของทั้งสองสภาจะช่วยหาทางออกร่วมกันได้

ขณะที่ นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย สส.บัญชีรายชื่อ เปิดเผยว่า สาเหตุที่ตนไม่ได้ร่วมลงมติร่างกฎหมายนิรโทษกรรม เนื่องจากเห็นว่าตนเองเป็นผู้มีส่วนได้เสีย จึงงดออกเสียงในการลงมติดังกล่าว

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

LINE Official Account : @innnews

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...