โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

รวบแก๊งคอลเซ็นเตอร์ข้ามชาติ หลอกเป็นตำรวจอ้างเหยื่อพัวพันคดี ขู่ให้โอนเงินตรวจสอบ

สวพ.FM91

อัพเดต 14 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 20 ชั่วโมงที่ผ่านมา

รวบแก๊งคอลเซ็นเตอร์ข้ามชาติ หลอกเป็นตำรวจอ้างเหยื่อพัวพันคดี ขู่ให้โอนเงินตรวจสอบ

กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) ร่วมกันจับกุม นายสม(นามสมมุติ) อายุ 21 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับ จำนวน 3หมายจับ ทั้งคดีฟอกเงิน, ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน,
พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ โดยจับกุมได้ที่ ช่องทางธรรมชาติ บริเวณชายแดน อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว

สืบเนื่องจากเมื่อประมาณปลายปี 2566 กลุ่มแก๊งคอลเซ็นเตอร์ได้ใช้หมายเลขโทรศัพท์จากต่างประเทศ โทรติดต่อผู้เสียหาย แสดงตนเป็นเจ้าพนักงานของรัฐ หลอกลวงว่าผู้เสียหายมีบัญชีธนาคารเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิด และให้โอนเงินเพื่อตรวจสอบ โดยมีการวิดีโอคอลแสดงตนเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจจนผู้เสียหายหลงเชื่อ ผู้เสียหายได้โอนเงินรวม 19 ครั้ง เป็นเงินทั้งสิ้น 927,982 บาท ก่อนเข้าแจ้งความร้องทุกข์

จากการสืบสวนพบว่า คดีดังกล่าวมีความเชื่อมโยงกับประเทศเพื่อนบ้าน เข้าข่ายเป็น องค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ ต่อมา บก.ป. ได้รวบรวมพยานหลักฐานและขอศาลอาญาอนุมัติหมายจับผู้เกี่ยวข้องรวม 14 ราย นำมาสู่ปฏิบัติการ “ทลายเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ รวบพนักงานและบัญชีม้า หยุดวงจรคอลเซ็นเตอร์จึงเป็นที่มาของการเปิดปฏิบัติการ” ในวันที่ 24 ก.ย. 2567 เข้าตรวจค้นและจับกุม 9 จุดทั่วประเทศ สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 12 ราย พร้อมตรวจยึดโทรศัพท์มือถือและบัญชีธนาคารจำนวนมาก จากปฏิบัติการได้ข้อมูลจากหนึ่งในผู้ต้องหาที่เป็นพนักงานคอลเซ็นเตอร์ว่า การทำงานเป็นไปโดยสมัครใจ ไม่มีการบังคับขู่เข็ญ โดยทำงานในอาคารหลายชั้นในประเทศเพื่อนบ้าน แต่ละชั้นแบ่งเป็นหลายห้อง ซึ่งล้วนเป็นแก๊งคอลเซ็นเตอร์ในรูปแบบการหลอกลวงที่แตกต่างกัน

มีชายชาวจีนเป็นผู้ควบคุมสั่งการ โดยสั่งการผ่าน หัวหน้าพนักงานคนไทย ซึ่งทำหน้าที่ควบคุม ดูแล มอบหมายงาน และออกแบบบทสนทนาในการหลอกลวงเหยื่อ
ทั้งนี้ มีผู้ต้องหาพนักงานคอลเซ็นเตอร์รายหนึ่งยืนยันว่า นายสมเป็นพนักงานคอลเซ็นเตอร์และในคดีนี้ได้ชักชวนให้ตนมาทำงานเป็นพนักงานคอลเซ็นเตอร์ ของขบวนการดังกล่าว นำไปสู่การออกหมายจับนายสมตามหมายจับดังกล่าวข้างต้น

จากการสืบสวนทราบว่า นายสม มักใช้ช่องทางธรรมชาติในการข้ามแดนไทย–กัมพูชา ทำให้ยากต่อการติดตามตัวจับกุม เจ้าพนักงานตำรวจได้รับข้อมูลจากสายข่าวว่า นายสม กำลังจะเดินทางกลับประเทศไทยผ่านช่องทางธรรมชาติ บริเวณ อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว เจ้าพนักงานตำรวจจึงได้เฝ้าสังเกตการณ์อยู่บริเวณดังกล่าว ได้พบนายสม กลับเข้ามาประเทศไทยผ่านช่องทางธรรมชาติ จึงได้เข้าจับกุมตามหมายจับทั้งหมดข้างต้นส่ง กก.6 บก.ป. ดำเนินคดีตามกฎหมาย เบื้องต้นผู้ต้องหา ให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา โดยให้การว่า มีคนจีนมาขอบัญชีไปใช้ในการกดเงิน โดยให้สแกนหน้าผ่านทางโทรศัพท์มือถือ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...