รวบแก๊งคอลเซ็นเตอร์ข้ามชาติ หลอกเป็นตำรวจอ้างเหยื่อพัวพันคดี ขู่ให้โอนเงินตรวจสอบ
รวบแก๊งคอลเซ็นเตอร์ข้ามชาติ หลอกเป็นตำรวจอ้างเหยื่อพัวพันคดี ขู่ให้โอนเงินตรวจสอบ
กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) ร่วมกันจับกุม นายสม(นามสมมุติ) อายุ 21 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับ จำนวน 3หมายจับ ทั้งคดีฟอกเงิน, ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน,
พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ โดยจับกุมได้ที่ ช่องทางธรรมชาติ บริเวณชายแดน อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว
สืบเนื่องจากเมื่อประมาณปลายปี 2566 กลุ่มแก๊งคอลเซ็นเตอร์ได้ใช้หมายเลขโทรศัพท์จากต่างประเทศ โทรติดต่อผู้เสียหาย แสดงตนเป็นเจ้าพนักงานของรัฐ หลอกลวงว่าผู้เสียหายมีบัญชีธนาคารเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิด และให้โอนเงินเพื่อตรวจสอบ โดยมีการวิดีโอคอลแสดงตนเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจจนผู้เสียหายหลงเชื่อ ผู้เสียหายได้โอนเงินรวม 19 ครั้ง เป็นเงินทั้งสิ้น 927,982 บาท ก่อนเข้าแจ้งความร้องทุกข์
จากการสืบสวนพบว่า คดีดังกล่าวมีความเชื่อมโยงกับประเทศเพื่อนบ้าน เข้าข่ายเป็น องค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ ต่อมา บก.ป. ได้รวบรวมพยานหลักฐานและขอศาลอาญาอนุมัติหมายจับผู้เกี่ยวข้องรวม 14 ราย นำมาสู่ปฏิบัติการ “ทลายเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ รวบพนักงานและบัญชีม้า หยุดวงจรคอลเซ็นเตอร์จึงเป็นที่มาของการเปิดปฏิบัติการ” ในวันที่ 24 ก.ย. 2567 เข้าตรวจค้นและจับกุม 9 จุดทั่วประเทศ สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 12 ราย พร้อมตรวจยึดโทรศัพท์มือถือและบัญชีธนาคารจำนวนมาก จากปฏิบัติการได้ข้อมูลจากหนึ่งในผู้ต้องหาที่เป็นพนักงานคอลเซ็นเตอร์ว่า การทำงานเป็นไปโดยสมัครใจ ไม่มีการบังคับขู่เข็ญ โดยทำงานในอาคารหลายชั้นในประเทศเพื่อนบ้าน แต่ละชั้นแบ่งเป็นหลายห้อง ซึ่งล้วนเป็นแก๊งคอลเซ็นเตอร์ในรูปแบบการหลอกลวงที่แตกต่างกัน
มีชายชาวจีนเป็นผู้ควบคุมสั่งการ โดยสั่งการผ่าน หัวหน้าพนักงานคนไทย ซึ่งทำหน้าที่ควบคุม ดูแล มอบหมายงาน และออกแบบบทสนทนาในการหลอกลวงเหยื่อ
ทั้งนี้ มีผู้ต้องหาพนักงานคอลเซ็นเตอร์รายหนึ่งยืนยันว่า นายสมเป็นพนักงานคอลเซ็นเตอร์และในคดีนี้ได้ชักชวนให้ตนมาทำงานเป็นพนักงานคอลเซ็นเตอร์ ของขบวนการดังกล่าว นำไปสู่การออกหมายจับนายสมตามหมายจับดังกล่าวข้างต้น
จากการสืบสวนทราบว่า นายสม มักใช้ช่องทางธรรมชาติในการข้ามแดนไทย–กัมพูชา ทำให้ยากต่อการติดตามตัวจับกุม เจ้าพนักงานตำรวจได้รับข้อมูลจากสายข่าวว่า นายสม กำลังจะเดินทางกลับประเทศไทยผ่านช่องทางธรรมชาติ บริเวณ อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว เจ้าพนักงานตำรวจจึงได้เฝ้าสังเกตการณ์อยู่บริเวณดังกล่าว ได้พบนายสม กลับเข้ามาประเทศไทยผ่านช่องทางธรรมชาติ จึงได้เข้าจับกุมตามหมายจับทั้งหมดข้างต้นส่ง กก.6 บก.ป. ดำเนินคดีตามกฎหมาย เบื้องต้นผู้ต้องหา ให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา โดยให้การว่า มีคนจีนมาขอบัญชีไปใช้ในการกดเงิน โดยให้สแกนหน้าผ่านทางโทรศัพท์มือถือ