โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ถอดรหัสกลยุทธ์ ESG จาก COCOCO ยกระดับอุตสาหกรรมมะพร้าวไทยสู่เวทีโลกอย่างยั่งยืน

THE SIGNALs

เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • กองบรรณาธิการ THE SIGNALs

ในยุคที่กติกาการค้าใหม่ถูกกำหนดด้วยมาตรฐานที่เข้มงวดขึ้น ธุรกิจต่างๆ ต้องเร่งปรับตัวเพื่อก้าวให้ทันความคาดหวังของผู้บริโภคและนักลงทุน บริษัท ไทย โคโคนัท จำกัด (มหาชน) หรือ COCOCO มองเรื่อง ESG (Environment, Social, and Governance) มาเป็นแกนหลักในการดำเนินยุทธศาสตร์สำคัญ เพื่อขับเคลื่อนองค์กรอย่างเป็นระบบ สิ่งที่น่าสนใจคือการนำกรอบความยั่งยืนมาผสานเข้ากับกลยุทธ์การเติบโต เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและสร้างมูลค่าให้กับธุรกิจในระยะยาว สอดคล้องกับข้อมูลจากรายงานด้านเทรนด์ความยั่งยืนของเว็บไซต์ ESGProThai ที่ระบุว่าในปี 2026 มาตรฐาน ESG จะขยับจากความสมัครใจไปสู่มาตรฐานที่ธุรกิจต้องปฏิบัติตามอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เพื่อรักษาความได้เปรียบทางการตลาดและลดความเสี่ยงด้านต้นทุน

ถอดรหัสกลยุทธ์ ESG จาก COCOCO ยกระดับอุตสาหกรรมมะพร้าวไทยสู่เวทีโลกอย่างยั่งยืน

ด้วยบทบาทการเป็นหนึ่งในผู้นำอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์มะพร้าวแปรรูปของไทยCOCOCO ได้พิสูจน์ให้เห็นว่า การเติบโตอย่างมั่นคงต้องเดินหน้าควบคู่ไปกับการบริหารจัดการทรัพยากรอย่างชาญฉลาด การเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับห่วงโซ่อุปทาน รวมถึงการยึดมั่นในหลักธรรมาภิบาลที่ดี เพื่อส่งมอบผลตอบแทนที่ยั่งยืนกลับคืนสู่ผู้ถือหุ้น สังคม และสิ่งแวดล้อมอย่างแท้จริง

มิติใหม่ด้านสิ่งแวดล้อมกับการเปลี่ยนเป้าหมายเป็นข้อได้เปรียบทางธุรกิจ

เมื่อก้าวเข้าสู่สมรภูมิการค้าโลกที่ให้ความสำคัญกับการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและการก้าวสู่สังคมคาร์บอนต่ำ การดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อมจึงเป็นด่านแรกที่ต้องตื่นตัวCOCOCO มุ่งเน้นการยกระดับประสิทธิภาพการผลิตและการบริหารจัดการพลังงานอย่างเป็นรูปธรรม โดยในปี 2568 บริษัทสามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้สูงถึง 9,329.59 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า ตัวเลขนี้เกิดจากการลงทุนเปลี่ยนผ่านไปใช้พลังงานสะอาด ผ่านการติดตั้งระบบ Solar Rooftop ขนาด 3 เมกะวัตต์ ร่วมกับการใช้พลังงานชีวมวล (Biomass) ซึ่งนอกจากจะช่วยบรรเทาผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมแล้ว ยังสะท้อนกลับมาเป็นผลดีต่อการลดต้นทุนพลังงานและเสริมศักยภาพการแข่งขันในระยะยาวอีกด้วย

ยิ่งไปกว่านั้น บริษัทยังได้รับการรับรองคาร์บอนฟุตพริ้นท์ผลิตภัณฑ์ (CFP) ในกลุ่มผลิตภัณฑ์กะทิเป็นครั้งแรก และยังคงรักษามาตรฐานด้วยการดำเนินการรายงานคาร์บอนฟุตพริ้นท์ขององค์กร (CFO) ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 ซึ่งข้อมูลจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) มักให้ความสำคัญกับการเปิดเผยข้อมูลด้านความยั่งยืนที่โปร่งใส สิ่งนี้สะท้อนถึงความพร้อมของแบรนด์ในการตอบโจทย์ข้อกำหนดด้าน ESG ของพาร์ทเนอร์และลูกค้าระดับโกลบอล นอกเหนือจากนี้ COCOCO ยังมองไปถึงอนาคตด้วยการสนับสนุนงานวิจัยร่วมกับมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เพื่อพัฒนาสมการกักเก็บคาร์บอนในมะพร้าว นับเป็นการเตรียมความพร้อมสู่เป้าหมาย Net Zero ที่จะเป็นกุญแจสำคัญในการสร้างความแข็งแกร่งให้กับธุรกิจในวันข้างหน้า

ยกระดับห่วงโซ่อุปทานในความใส่ใจที่ตรวจสอบได้ทุกขั้นตอน

ความมั่นคงของวัตถุดิบเปรียบเสมือนหัวใจที่ทำให้ธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มเดินหน้าต่อไปได้COCOCO จึงให้ความสำคัญกับการจับมือทำงานร่วมกับเกษตรกร ชุมชน และเครือข่ายคู่ค้าในระยะยาว เพื่อพัฒนาคุณภาพวัตถุดิบและลดความเสี่ยงด้านอุปทาน แนวทางนี้ช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นให้ห่วงโซ่อุปทาน พร้อมรองรับการสยายปีกเติบโตและสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้าในตลาดโลก ที่ปัจจุบันเรียกร้องให้สินค้ามีแหล่งที่มาที่รับผิดชอบและตรวจสอบย้อนกลับได้จริง ซึ่งเป็นไปตามแนวโน้มพฤติกรรมผู้บริโภคที่กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) เน้นย้ำว่าตลาดสากลกำลังให้ค่ากับความโปร่งใสในกระบวนการผลิต

สิ่งที่ตอกย้ำได้อย่างชัดเจน คือ การผลักดันโครงการ BV Monkey-Free Coconut Due Diligence อย่างเข้มข้น โดยในปี 2568 บริษัทได้ลงพื้นที่ตรวจประเมินสวนมะพร้าวของคู่ค้าใน 4 จังหวัดหลัก และได้รับการยืนยันว่าไม่พบการใช้แรงงานลิง 100% การยึดมั่นในมาตรฐานระดับสากลนี้ไม่เพียงแต่ลบข้อกังขาเรื่องสิทธิสัตว์ แต่ยังเป็นสะพานเชื่อมความเชื่อมั่นไปยังผู้บริโภคและพันธมิตรการค้าทั่วโลก

ขยายฐานการลงทุนเชิงกลยุทธ์และธรรมาภิบาลที่แข็งแกร่ง

เพื่อรองรับดีมานด์ผลิตภัณฑ์จากมะพร้าวที่พุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องในตลาดสากล COCOCO ได้เดินหน้าขยายการลงทุนไปยังประเทศฟิลิปปินส์ ถือเป็นหมากกระดานสำคัญในการเสริมแกร่งให้กับห่วงโซ่อุปทานในระดับภูมิภาค การปักหมุดตั้งโรงงาน NOVOCOCONUT INC ไม่ได้เป็นเพียงแค่การขยายกำลังการผลิต แต่เป็นการกระจายความเสี่ยงด้านวัตถุดิบอย่างมีประสิทธิภาพและเพิ่มความคล่องตัวในการจัดหาซัพพลายเชน การลงทุนในครั้งนี้สะท้อนแนวคิดการเติบโตอย่างมีความรับผิดชอบ โดยประเมินผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ชุมชน และเศรษฐกิจท้องถิ่นไปพร้อมกัน

ในขณะเดียวกัน รากฐานที่จะคอยพยุงให้ก้าวเดินเหล่านี้มั่นคงได้คือความโปร่งใส บริษัทยึดมั่นในการกำกับดูแลกิจการที่ดี มีระบบบริหารความเสี่ยงที่รัดกุม และคำนึงถึงจริยธรรมทางธุรกิจต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกกลุ่ม ซึ่งการมีธรรมาภิบาลที่แข็งแรงนี้เองที่เป็นเสมือนเกราะป้องกันความเสี่ยง และเป็นแม่เหล็กดึงดูดความเชื่อมั่นจากนักลงทุน สถาบันการเงิน และพันธมิตร สร้างมูลค่าแบรนด์ให้เติบโตอย่างยั่งยืน

เมื่อความยั่งยืนไม่ใช่แค่ตัวเลือก แต่คือ ลมหายใจของอนาคตที่เราสร้างได้จริง

ดังนั้น การขับเคลื่อนองค์กรด้วย ESG ไม่ได้หยุดอยู่แค่ความพยายามที่จะตอบสนองต่อตลาด แต่เป็นการฝัง DNA ด้านความยั่งยืนลงไปในรากฐานของธุรกิจเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ลดทอนความเสี่ยงเชิงโครงสร้าง และเปิดประตูสู่โอกาสใหม่ การบูรณาการมิติด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาลอย่างจริงจัง จะเป็นแรงส่งสำคัญที่ผลักดันให้ภาพรวมของอุตสาหกรรมมะพร้าวไทยสามารถก้าวขึ้นไปยืนบนเวทีสากลได้อย่างเต็มภาคภูมิ การลงทุนกับความยั่งยืนในวันนี้คือการรดน้ำพรวนดินให้กับธุรกิจในระยะยาว เป็นการสร้างรอยยิ้มให้กับชุมชน คืนความสมดุลให้กับธรรมชาติ และรับประกันว่าผู้บริโภคจะได้รับผลิตภัณฑ์ที่ดีที่สุด ควบคู่ไปกับความมั่นคงของทุกภาคส่วน

ติดตามอ่านเพิ่มเติมได้ที่บทความต้นฉบับ..

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...