โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไข่ไก่แสงทองอัครา ส่งต่อรุ่นสู่รุ่น

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 2 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 1 วันที่แล้ว

จากไลฟ์สไตล์ใส่ใจสุขภาพที่เพิ่มมากขึ้นของคนไทยเชื่อว่าต้องมีผู้รักสุขภาพจำนวนไม่น้อยเคยได้หยิบแผงไข่ยี่ห้อ “ไข่ไก่แสงทองอัครา” จาก Akara Group จากบนเชลฟ์ร้านสะดวกซื้อกลับบ้านอย่างแน่นอน ด้วยไข่ไก่หลากหลายรูปแบบที่มุ่งมั่นตอบโจทย์ความเฮลตี้

เครือบริษัท แสงทอง อัครา (Akara Group) เป็นผู้นำธุรกิจเกษตรอุตสาหกรรมครบวงจรในไทย เชี่ยวชาญด้านฟาร์มไก่ไข่และผลิตภัณฑ์ไข่ไก่ ผลิตไข่ไก่กว่า 3 ล้านฟอง/วัน ไม่ใช่แบรนด์ใหม่ แต่เป็นแบรนด์ที่อยู่คู่คนไทยมากว่า 30 ปี วันนี้ นายธนาวุฑ เอื้อละพันธ์ รองกรรมการผู้จัดการ เครือบริษัทแสงทอง-อัครา พร้อมด้วย นางสาวสุกันยา อัครนิธิยานนท์ รองกรรมการผู้จัดการบริษัท อัครา กรุ๊ป จำกัด ได้เปิดเผยถึงที่มาแบรนด์ว่า

แสงทองอัครา

“เดิมทีเราเป็นฟาร์มไข่ไก่ หลังทำมา 7-8 ปี ครอบครัว ‘อัครนิธิยานนท์’ นำโดยคุณพ่อคุณแม่ คุณอรรณพ อัครนิธิยานนท์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท อัครา กรุ๊ป จำกัด คุณสุนิสา อัครนิธิยานนท์ รองประธานกรรมการ บริษัท อัครา กรุ๊ป จำกัด จึงเริ่มคิดขยับขยายจากฟาร์มสู่แบรนด์ ส่วนตัวผมเป็นลูกเขยคนโตช่วยเข้ามาทำแบรนด์เป็นเวลากว่า 20 ปีแล้ว” นายธนาวุฑกล่าว

แสงทองอัครา

ก่อนที่น้องสาวคนเล็กของครอบครัว “อัครนิธิยานนท์” จะเล่าต่อว่า ชื่อ Akara Group มาจากนามสกุลอัครนิธิยานนท์ค่ะ เมื่อเขียนออกมาเป็นภาษาอังกฤษมีตัว A อยู่ 3 ตัว คล้ายภูเขา 3 ลูก เหมือนบ้านเราที่มีลูกสาว 3 คน ตัว R ตัว K คล้ายสัญลักษณ์ว่าเรากำลังเดินไปด้วยความมุ่งมั่น ตั้งใจอย่างมีคุณภาพและคุณธรรม เป็นสัญลักษณ์ของแบรนด์ มีเลข 9 เป็นภาษาจีนเขียนจากลายมือของคุณแม่ เป็นสัญลักษณ์ของการก้าวหน้า ก้าวต่อไป นางสาวสุกันยาบอกเล่าเรื่องราวด้วยความภาคภูมิใจ

แสงทองอัครา

ทั้งสองเล่าว่า Akara Group คือธุรกิจครอบครัว ประกอบไปด้วยคุณพ่อคุณแม่ ลูกสาวทั้ง 3 คน และนายธนาวุฑ ผู้เป็นลูกเขยคนโต ที่เข้ามาช่วยงานซึ่งนอกจากตำแหน่งใน Akara Group แล้วนายธนาวุฑยังดำรงตำแหน่งประธานหอการค้าจังหวัดนครนายก วาระปี 2568-2569 มีความเชี่ยวชาญด้านการตลาดและเกษตรอินทรีย์ โดยเฉพาะโครงการไข่ไก่เคจฟรี (Cage-free) และการพัฒนาคุณภาพไข่ไก่ออร์แกนิก

นายธนาวุฑเผยว่า 30 ปีของเราไม่ได้ทำแบรนด์อย่างเดียว ช่วงแรกเป็นช่วงก่อร่างสร้างตัว ทำแบรนด์ให้มั่นคงขึ้นจากต้นน้ำที่เรามีอยู่ เป็นช่วงวางรากฐาน ทำคุณภาพของสินค้า คุณภาพการผลิต การจัดการต่าง ๆ นั่นคือสเต็ปแรก สเต็ปต่อมามองแล้วว่าถ้าเราขายเป็นโฮล์เซลล์อย่างเดียว เรื่องของการกำหนดราคา การจัดการ การเทรนดิ้งจากพ่อค้าคนกลางจะยาก ดังนั้นสเต็ปที่สองคือการปรับจากฟาร์มสู่แบรนด์ ซึ่งตัวแบรนด์อัคราเราทำมาประมาณ 7-8 ปี ปัจจุบัน Akara Group ส่งออกไข่ไก่สู่ประเทศสิงคโปร์อยู่ที่ประมาณ 5%

ทำแบรนด์มายาวนาน 30 ปี เข้าสู่ช่วงเวลาที่แบรนด์ต้องเจาะไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ ซึ่งเรื่องนี้นายธนาวุฑเผยว่า ไลฟ์สไตล์คนยุคใหม่เราต้องมองหลายมุมมาก เรื่องแรกที่เราจะทำคือ Health and Wellness ต้องมองเรื่องคุณภาพของสินค้า กับสุขภาพของคน คนสมัยใหม่จะคิดว่าสุขภาพเราต้องดีก่อน ต้องเป็นของที่เขารู้สึกได้ว่ามาจากต้นน้ำที่ดี

แสงทองอัครา

“ลูกค้าจะไม่เข้าไปหยิบแค่ไข่ แต่จะเข้าไปหยิบสินค้าที่เข้ากับตัวเขา จะทานอาหารอะไรสักอย่างต้องได้คุณภาพและโภชนาการ ต้องเหมาะกับตัวเขา ต้องมีความไว้วางใจ ความเชื่อใจ ดังนั้นแบรนด์ต้องทำให้ดีตั้งแต่ต้นน้ำ ความไว้วางใจจึงเริ่มจากซัพพลายเชน (Supply Chain) ที่เรามีมาทั้งหมด”

“ไลฟ์สไตล์ของคนในอนาคตผมคิดว่าอาจจะเปลี่ยนไปไม่มากกว่านี้ แต่จะมีความชัดเจนมากขึ้น เช่นมีความสนใจในอย่างใดอย่างหนึ่งมากขึ้น เส้นจะชัดขึ้นในทางใดทางหนึ่งและลงลึกมาก อย่างสินค้าไข่ไก่ของเรา คนจะหยิบเพราะมันตรงไลฟ์สไตล์เขา หากเราสามารถจับตรงนั้นออกมาแล้วทำผลิตภัณฑ์ที่เหมาะกับเขาได้ก็จะดี สำคัญที่สุดคือความไว้วางใจในตัวแบรนด์ของลูกค้า

เมื่อลูกค้าหยิบของเรา คือลูกค้าหยิบความเชื่อใจ ความมั่นใจ และเอากลับบ้านได้อย่างสบายใจ ลูกค้าต้องรู้สึกด้วยว่าการที่เราจะเอาสินค้าให้ลูกหลานของเขาทาน มีความปลอดภัย ถูกสุขลักษณะ ต้องมีนวัตกรรมต่าง ๆ เกิดขึ้นในอนาคต ต่อไปคนจะห่วงเรื่องโภชนาการมากขึ้น เครืออัคราจะมาช่วยในผู้บริโภคในเรื่องของผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสม เราจะเอานวัตกรรมต่าง ๆ มาช่วยในเรื่องนี้ โดยเน้นเรื่องความสะดวกและโภชนาการด้วย”

นอกจากการมุ่งสู่ไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่แล้วในปีนี้ Akara Group ยังได้รับโอกาสในการเข้าร่วมงาน THAIFEX-ANUGA ASIA 2026 ในวันที่ 26-30 พฤษภาคม 2569 ณ อิมแพ็ค เมืองทองธานี

นายธนาวุฑเผยว่า เป็นการเดินทางที่ครอบครัวรวมไปถึงทั้งบริษัทตื่นเต้นกันมาก ๆ เพราะ “งาน THAIFEX คือความฝัน”

“สินค้าของเราไม่ใช่แค่สินค้าเกษตร และต่อไปเราจะไม่ได้ขายแค่ในไทย งาน THAIFEX 2026 จะเป็นจุดเชื่อมสินค้าเราไปสู่ตลาดทั่วโลก เพราะภายในงานจะมีผู้เข้าชมเป็นชาวต่างชาติถึง 30-40% ซึ่งเป็นช่องทางที่เราจะได้แนะนำตัวเองต่อกลุ่มธุรกิจอาหารในตลาดโลกมากขึ้น”

จึงเป็นอีกก้าวของ Akara Group แบรนด์ไข่ไก่จากเจน 1 สู่เจน 2 จะก้าวต่อไปอย่างมั่นคง แข็งแรง

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ไข่ไก่แสงทองอัครา ส่งต่อรุ่นสู่รุ่น

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...