เตือนด่วน!! 5 กลโกงออนไลน์ยอดฮิต หลอกคนไทย สูญเงินกว่า 6,000 ล้าน
The Bangkok Insight
อัพเดต 21 พ.ค. เวลา 12.10 น. • เผยแพร่ 21 พ.ค. เวลา 12.09 น. • The Bangkok InsightAOC 1441 รู้ทันก่อนตกเป็นเหยื่อ! เปิด 5 กลโกงออนไลน์ยอดฮิต หลอกคนไทย สูญเงินกว่า 6,000 ล้านบาท
ทุกวันนี้ ภัยออนไลน์ กลายเป็นเรื่องใกล้ตัวกว่าที่หลายคนคิด เพราะเพียงแค่กดลิงก์ผิด โอนเงินเร็ว หรือหลงเชื่อโฆษณาชวนเชื่อ ก็อาจทำให้สูญเงินในพริบตา
ล่าสุดศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขปัญหาอาชญากรรมออนไลน์ (AOC 1441) เปิดเผยสถิติที่น่าสนใจในช่วง 4 เดือนแรกของปี 2569 มีคดีออนไลน์เกิดขึ้นจำนวนมาก มีประชาชนถูกหลอกแล้วกว่า 106,381 คดี สูญเงินกว่า 6,000 ล้านบาท พร้อมเผย 5 กลโกงออนไลน์ยอดฮิต ที่ประชาชนต้องระวัง เพื่อไม่ให้ตกเป็นเหยื่อรายต่อไป
5 กลโกงออนไลน์ยอดฮิตที่ต้องระวัง
1. หลอกขายสินค้าและบริการ 72,532 คดี (67.68%)
ยังคงเป็นภัยออนไลน์อันดับ 1 อย่างต่อเนื่อง คิดเป็นเกือบ 70% ของคดีออนไลน์ทั้งหมด สะท้อนให้เห็นว่ามิจฉาชีพมีการปรับเปลี่ยนรูปแบบการหลอกลวงอย่างต่อเนื่อง และอาศัยพฤติกรรมการใช้งานโซเชียลมีเดียของประชาชนเป็นช่องทางก่อเหตุ
โดยมิจฉาชีพมักสร้างเพจปลอม ร้านค้าออนไลน์ปลอม หรือบัญชี IG ปลอม หลอกขายสินค้าในราคาถูกกว่าปกติ เพื่อจูงใจให้รีบโอนเงิน บางกรณียังแอบอ้างเป็นบริษัทขนส่ง แจ้งให้ชำระค่าธรรมเนียม หรือ ค่าพัสดุตกค้าง ผ่านลิงก์ปลอม เพื่อขโมยข้อมูลและดูดเงินจากบัญชี
จุดสังเกตสำคัญ
- ราคาถูกผิดปกติ
- เร่งให้โอนเงินทันที
- ไม่มีหน้าร้านหรือข้อมูลตรวจสอบได้
2. หลอกจ้างงาน/หารายได้พิเศษ 16,910 คดี (15.89%)
มิจฉาชีพจะประกาศรับสมัครงานออนไลน์ อ้างว่า ทำงานที่บ้าน รายได้ดี เช่น งานกดไลก์สินค้า รีวิวสินค้า หรือแพ็กของ ช่วงแรกอาจมีการโอนเงินจริงเพื่อสร้างความเชื่อใจ ก่อนหลอกให้ลงทุนเพิ่ม หรืออ้างว่าต้องเติมเงินเพื่อปลดล็อกรายได้ สุดท้ายไม่สามารถถอนเงินคืนได้
จุดสังเกตสำคัญ
- รายได้สูงเกินจริง
- ขอให้เติมเงินก่อนทำงาน
- อ้างผลตอบแทนเร็วภายในไม่กี่วัน
3. หลอกโอนเงินรับรางวัล 6,673 คดี (6.27%)
มักมาในรูปแบบ SMS หรือข้อความแจ้งว่า คุณได้รับรางวัล พร้อมแนบลิงก์ให้กดรับสิทธิ เมื่อกดลิงก์ อาจถูกหลอกให้กรอกข้อมูลส่วนตัว ดาวน์โหลดแอปฯ อันตราย หรือดูดเงินจากบัญชีธนาคาร
จุดสังเกตสำคัญ
- ส่งลิงก์แปลกปลอม
- แจ้งว่าได้รับรางวัลทั้งที่ไม่เคยร่วมกิจกรรม
- เร่งให้กดยืนยันสิทธิทันที
4. ข่มขู่แล้วหลอกให้โอนเงิน 6,324 คดี (5.94%)
รูปแบบการโกงที่พบบ่อยคือ แอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่รัฐหรือหน่วยงาน มักอ้างว่าเป็นตำรวจ, เจ้าหน้าที่ DSI, ปปง., หรือพนักงานค่ายมือถือ บางราย สร้างเรื่องราวให้ตกใจ แจ้งว่าท่านมีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีร้ายแรง เช่น การฟอกเงิน, ค้ายาเสพติด หรือมีพัสดุผิดกฎหมายถูกตีกลับ
จุดสังเกตสำคัญ
- อ้างให้โอนเงินเพื่อ ตรวจสอบเส้นทางการเงิน หรือแสดงความบริสุทธิ์ใจ
- กำชับว่าเป็น คดีลับ และห้ามวางสายหรือห้ามติดต่อบุคคลอื่น
- หากมีการวีดีโอคอลร่วมด้วย ให้สังเกตความผิดปกติของภาพ การพูด อากัปกิริยา ว่าเป็นคนจริง หรือ AI
5. หลอกให้กู้เงิน 3,942 คดี (3.71%)
มิจฉาชีพจะโฆษณา อนุมัติไว ไม่เช็กเครดิต ผ่านโซเชียลมีเดียหรือแอปฯ เงินกู้เถื่อน เมื่อติดต่อไปจะถูกเรียกเก็บค่าดำเนินการ หรือ ค่าประกัน ก่อน แต่สุดท้ายไม่ได้รับเงินจริง
จุดสังเกตสำคัญ
- ให้โอนค่าธรรมเนียมก่อนอนุมัติ
- ไม่มีที่ตั้งบริษัทชัดเจน
- ใช้บัญชีบุคคลธรรมดารับเงิน
แนวทางป้องกันตนเอง "ยึดหลัก 4 ไม่"
1. ไม่กดลิงก์แปลกปลอม หลีกเลี่ยงการกดลิงก์จาก SMS หรือข้อความที่ไม่น่าเชื่อถือ
2. ไม่เชื่อคำโฆษณาเกินจริง โดยเฉพาะโปรโมชันที่ดูดีเกินจริง หรือผลตอบแทนสูงผิดปกติ
3. ไม่รีบโอนเงิน ควรตรวจสอบข้อมูลทุกครั้งก่อนตัดสินใจ
4. ไม่โอนเงินเข้าบัญชีบุคคลธรรมดา หากเป็นการลงทุนหรือซื้อขายกับบริษัท และควรตรวจสอบบัญชีปลายทางให้ชัดเจน
หากประชาชนได้รับผลกระทบจากภัยออนไลน์ สามารถแจ้งเหตุและขอระงับบัญชีได้ที่ สายด่วน AOC 1441 ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อช่วยลดความเสียหายและเพิ่มโอกาสในการติดตามเงินคืนได้อย่างทันท่วงที
อ่านข่าวเพิ่มเติม
- เตือนภัย! 'ลงทุนทอง' ช่วงวิกฤติสงคราม ระวัง 3 กลโกงออนไลน์
- ดีอี เตือนภัย 'สแกมเมอร์' สวมรอย 'ปปง.' หลอกลงทะเบียนรับเงินคืนผ่านไลน์
- เตือนภัยใหม่ แก๊งคอลเซ็นเตอร์อ้างเป็น ตร. 5 คน บุกอุ้มเรียกค่าไถ่กลางวันแสกๆ
ติดตามเราได้ที่