นายกฯ รับฟังสรุป ชี้ผู้มีอิทธิพล ไม่ใช่คนไม่ดี แต่เป็นคนที่โน้มน้าว ปชช.ให้ทำความดีได้ แซว “สุชาติ” เราไม่รู้จักเขาน้อยไป บอกเป็นคนใช้ได้
เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 21 พ.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย รับฟังการนำเสนอสรุปผลการประชุมเชิงปฏิบัติการ การขับเคลื่อนการดำเนินงานด้านความมั่นคงตามนโยบายรัฐบาล จากผู้ว่าราชการและผู้บังคับการจังหวัดทั่วประเทศ
โดยพล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าวว่า จากการแลกเปลี่ยนข้อมูลถือเป็นข้อมูลที่ดี ในการทำลายเครือข่ายอาชญากรรมทางเทคโนโลยี เครื่องมือที่ดีที่สุดคือเส้นเงิน รวมไปถึงเรื่อง AI และบิ๊กดาต้า อยากให้ประสานข้อมูลกัน เมื่อวันที่ 18 พ.ค.ได้เชิญผู้บัญชาการพิสูจน์หลักฐาน เลขาสถาบันนิติเวชพูดคุยกันเรื่องข้อมูล DNA ของบุคคลพ้นโทษ และคนร้ายที่ไม่ทราบตัว ซึ่งมีกว่า 700,000 โปร์ไฟล์ สถาบันนิติวิทยาศาสตร์อีก 200,000 โปรไฟล์ หากต่างคนต่างทำประสิทธิภาพจะด้อยลงไป
พล.ต.ท.รุทธพล กล่าวว่า ส่วนเรื่องข่าวกรองและข้อมูลต่างๆ ในแต่ละจังหวัด ไม่มีใครทำงานได้มีประสิทธิภาพได้ดีเท่ากับความร่วมมือระหว่างผู้ว่าและผู้การ ขณะที่ปัญหายาเสพติด สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ปปส.) ถือเป็นหน่วยงานที่สำคัญ ในฐานะที่ตนเป็นตำรวจเก่า และรมว.ยุติธรรม สิ่งสำคัญคือ การสรุปปัญหา หากเป็นทหารเขาเรียกว่า การทบทวนหลังการปฏิบัติถึงปัญหา
ขณะที่พล.อ.ชัยพฤกษ์ ด้วงประพัฒน์ เสนาธิการทหารบก ในฐานะเลขาธิการกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) กล่าวว่า ภัยคุกคามในปัจจุบันที่มีความสลับซับซ้อน แยบยล และแตกต่างจากในอดีต ถ้าเป็นภัยคุกคามจากแนวเส้นเขตแดน มั่นใจว่าสำนักงานตำรวจแห่งชาติและกระทรวงมหาดไทยเก่งกว่าพวกตน แต่หากเป็นภัยคุกคามจากภายนอก ตนยืนยันว่าในปัจจุบัน กองทัพได้คิดและมีแนวทางใหม่ๆ มีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างมีนัยสำคัญ จากเดิมการกระทำผิดกฎหมายค้าของเถื่อน มาเป็นค้ามนุษย์ เป็นอาชญากรรมทางไซเบอร์ ซึ่งวิธีการนั้นเปลี่ยนแปลงจากการค้าบุคคลกลายเป็นแบบเครือข่าย ใช้กำลังคุ้มกัน
พล.อ.ชัยพฤกษ์ กล่าวว่า เมื่อสงครามไทย -กัมพูชาครั้งที่ผ่านมา พบว่าเป็นการกระทำผิดโดยมีกองกำลังคุ้มกันที่เป็นกองกำลังของประเทศนั้นๆ ซึ่งก่อให้เกิดความยุ่งยากมากยิ่งขึ้น เพราะประเทศเหล่านั้นจะมีทุนหรือมีเงินในการพัฒนาเทคโนโลยีเข้ามาปกป้องผลประโยชน์ ซึ่งจะต้องมีการวิเคราะห์และปรับปรุงการป้องกันประเทศอยู่ตลอดเวลา
พล.อ.ชัยพฤกษ์ กล่าวว่า ขณะที่ One Map กระทรวงกลาโหม คงต้องใช้เวลาอีกนานพอสมควร แต่พยายามเร่งให้เสร็จ ส่วนเรื่อง Data Center กอ.รมน. เป็นหน่วยที่รับผิดชอบในการดำเนินการปัจจุบัน ทำได้ถึง 65% - 70% คาดว่าเมื่อเสร็จสิ้นจะนำมาเปิดเผยให้กับสาธารณะได้ พร้อมฝากว่า กอ.รมน.เป็นกลไกในการบูรณาการประสานงานการเชื่อมโยง งานด้านความมั่นคงของหน่วยงานต่างๆ ของรัฐ ซึ่งมีนายกฯเป็น ผอ.รมน. ผู้ว่าในฐานะที่เป็น ผอ.รมน. จังหวัด ขอให้ใช้กลไกจังหวัด หากคิดว่าไม่ตอบสนอง หรือไม่ปฏิบัติเต็มขีดความ ขอให้บอกกับแม่ทัพภาคหรือตนในฐานะเลขา กอ.รมน.
ด้านนายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัฐ ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า กล่าวว่า ทุกปัญหาคลี่คลายได้ผ่านการร่วมมือกันระหว่างฝ่ายปกครองและตำรวจ ก่อนย้ำว่าจุดแตกหักที่สำคัญ คือหมู่บ้าน กำนัน - ผู้ใหญ่บ้านที่ จะเป็นฝ่ายคอยสอดส่องความผิดปกติในท้องที่ ปัญหาจะไม่เข้าสู่ส่วนกลาง แม้ว่ารัฐบาลจะมีหลายปัญหารุมเร้า ปัญหาสิ่งเหล่านี้จะไม่เกิดขึ้น ถ้าท้องที่ช่วยกันสอดส่อง พร้อมยังยกตัวอย่างเรื่องการข่าวในพื้นที่ภาคใต้ที่ไม่เคยรู้อะไรเลย ซึ่งไม่รู้ว่าจะบอกว่าเป็นความบกพร่องของใคร เพราะคนที่ทำก็ต้องวางแผน และมีการเคลื่อนตัวมีกลไก แต่สุดท้ายก็ไม่สามารถจับใครได้ และใครที่จะเกษียณในปีนี้ก็ขอให้ทำหน้าที่ให้สมศักดิ์ศรี
จากนั้นนายกฯ ได้กล่าวปิดการประชุมว่า ในนามของหัวหน้ารัฐบาล ถือเป็นนิมิตรหมายที่ดีและปรากฏการณ์ใหม่ ที่คณะผู้บริหารด้านการปกครองและความมั่นคงได้มาสุ่มศีรษะ หารือแลกเปลี่ยนความคิดเห็น เพื่อประโยชน์สุขของประชาชน ถือว่ามาทำงานร่วมกันในทำเนียบรัฐบาลวันนี้ เพื่อผลักดันสิ่งที่ดีงามให้กับประชาชนและประเทศของเรา ไม่เคยมีปรากฏการณ์อย่างนี้ ตนได้อยู่กับพวกท่านตลอดไม่ได้ไปไหน เดินตามวงต่างๆ
นายกฯ กล่าวว่า จากการรับฟังการสรุปของผู้แทน ของ 4 หน่วยงานระดับปฏิบัติการ ได้ให้บทสรุปเรื่องปัญหาต่างๆ อย่างปัญหานอมินีที่ให้มีความผิดเท่ากับการฟอกเงิน การแก้ไขปัญหายาเสพติด ต้องบอกว่าไม่มีอะไรภายใต้ดวงอาทิตย์นี้ ที่ข้าราชการไทยจะทำเพื่อคนไทยไม่ได้ แต่สิ่งนั้นต้องเป็นสิ่งที่ถูกต้องและเป็นประโยชน์ เป็นไปตามกฎหมาย และเป็นไปตามระเบียบ ส่วนการเอกซเรย์ผู้มีอิทธิพล ตนเห็นต่างกับท่าน เพราะผู้มีอิทธิพลไม่ใช่ว่าไม่ดี แต่อาจจะมีอิทธิพลในการโน้มน้าวให้คนทำความดีเป็นที่พึ่งพิงของคนได้ ทุกคนก็มีอิทธิพลกับตน ทั้งอิทธิพลทางความคิดในรูปแบบการทำงาน ซึ่งเชื่อว่าบางอย่างตนก็มีอิทธิพลกับท่าน สิ่งเหล่านี้ไม่มีปัญหา ตนจึงบอกให้ยิงไปตรงๆ คนเหล่านี้ ไม่ใช่คนมีอิทธิพล แต่คนเหล่านี้คืออันธพาล นักเลงก็ไม่ใช่ ไม่ใช่คนดีแน่นอน และยังเน้นย้ำ อย่าทำงานแบบไฟไหม้ฟางใช้กฎหมายมาดำเนินการ
นายกฯ กล่าวว่า การหารือเรื่องการแก้ไขปัญหาพื้นที่ภาคเหนือ ซึ่งจะนำข้อมูลไปส่งต่อยังนายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ก่อนที่จะกล่าวติดตลกว่า เราไม่รู้จักเขาน้อยไป ผมรู้จักเขามากพอสมควร เป็นคนใช้ได้ เป็นคนนักเลง บางทีพูดผิดเวลานิดหน่อยเท่านั้น แต่ก็ได้มีการขอโทษคู่กรณีแล้ว
นายกฯ กล่าวว่า ขณะที่เรื่องแผนที่ One Map มีอัตราส่วน 1 : 4,000 ที่มีขนาดแม่นยำมากที่สุด นี่ขนาดจะไปคุยกับประเทศเพื่อนบ้านแค่ 1 : 50,000 แต่ 1 : 200,000 ไม่ต้องพูดนั่นเป็นการกะ ไม่มีทางที่จะหาข้อยุติลงมาได้ 1: 50,000 ยังยุติยากนั่น เป็นเรื่องระหว่างเรากับประเทศเพื่อนบ้าน แต่ภายในประเทศของเราหากสามารถดำเนินนโยบายวันแบบโดยใช้ 1 : 4,000 ได้ความชัดเจนความยุติธรรมก็จะเกิดขึ้น ใครจะโดนเพิกถอนใครจะได้รับความเป็นธรรมก็จะไม่มีข้อโต้แย้ง ที่เถียงแบบข้างๆคูๆ จะไม่มีอีกต่อไปเพราะแผนที่มีความละเอียดเป็นอย่างมาก
นายกฯ ยังกล่าวชื่นชมคำของผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีราชสีมา ไม่ใช่อนุทินชอบอนุพงษ์ มีคอนเซ็ปว่า ยาเสพติดต้องซีลชายแดนด้วย ซึ่งก็ตรงกับผบ. ตร. พูดเพราะจะไม่เข้ามาพักด้านในได้ ทุกอย่างเข้ามาจากทางชายแดน แต่สิ่งที่ตนต้องชื่นชม ในการดำเนินการปราบปรามยาเสพติดของทุกคนทุกท่าน ทุกครั้งที่ได้มีการแถลงการจับกุมก็จะได้รับฟังคำบรรยาย ว่ามีการเปลี่ยนแปลงเส้นทางและรูปแบบลำเลียง ซึ่งต้องเฝ้าระวังในเรื่อง แต่มั่นใจในการทำงาน
“ความเป็นนายกรัฐมนตรีในรัฐบาลชุดนี้ ตนจึงตัดสินใจที่จะดูแลหน่วยงานด้านความมั่นคงด้วยตัวเอง ไม่ได้ให้รัฐมนตรีคนใดมากำกับดูแล ผมเข้ามาทำงานกับท่านในสมัยแรกมีเหตุการณ์มีความรุนแรงและซีเรียสมากมาย ทำให้ผมต้องทำงานกับพวกท่านอย่างใกล้ชิด ตั้งแต่กองทัพไปยังหน่วยงานด้านความมั่นคง การที่อยู่ตรงนี้ สามารถสื่อสารกับท่านโดยตรง ความเป็นเพื่อนร่วมงาน การสนับสนุนจะตัดสินใจได้เร็ว เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพในการทำงาน และที่สำคัญที่สุดคือความไว้เนื้อเชื่อใจกัน ถือเป็นสิ่งที่สำคัญ ผมต้องเชื่อท่าน เพราะถ้าไม่เชื่อท่าน จะทำงานด้วยกันไม่ ได้อย่าทำงานเลยดีกว่า และขอให้เชื่อตัวผมได้ว่าไม่ได้ทำเพื่อประโยชน์ระหว่างท่านกับผม แต่เป็นความชื่นชมของประชาชน ที่มาจากการทำงานร่วมกัน ถ้าเราไว้เนื้อเชื่อใจซึ่งกันและกัน ไม่วางยากัน ไม่สอดไส้ หรือมุ่งทำลายกัน ก็จะไม่มีที่ยืนให้กับอันธพาลในประเทศ ตั้งแต่ผู้ว่าราชการจังหวัดกับผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัด นายอำเภอกับผู้กำกับ ผบ.ตร.กับนายกฯ แล้วจะมีตรงไหน ที่คนทำผิดกฎหมาย หรือข่มเหงประชาชนเอาเปรียบประเทศชาติจะยืนอยู่บนแผ่นดินนี้ได้ จึงขอฝากให้ตระหนัก อย่าได้ท้อแท้หรือท้อถอย ในภารกิจที่พวกเราทุกคนมีความรับผิดชอบ“ นายกฯ กล่าว
นายกฯ กล่าวว่า อีกหนึ่งคำที่เป็นคีย์เวิร์ดในวันนี้ เป็นคำของผู้การฯจ.สุราษฎร์ และผู้ว่าฯ ภูเก็ต ข้อมูลคืออำนาจ "Information is Power" ขอให้มีการทำแพลตฟอร์มกลางเพื่อรวบรวมฐานข้อมูลจากผู้ป่วยเชื่อมโยงกัน เป็นสิ่งที่กำลังทำและเดินหน้าต่อไปเพราะต้องเข้าโออีซีดี และทำอีกหลายกิจกรรมที่จะทำให้ไทยเข้าคุณสมบัติที่จะได้ถือว่าเป็นประเทศ ยืนอยู่บนเวทีเดียวกับประชาคมโลกได้ หรือเป็นความจำเป็นอย่างยิ่ง ก่อนย้ำว่า สิ่งที่จะเป็นความกดดันคือความคาดหวังของประชาชนจะบังเกิดขึ้น และมั่นใจว่าจะเกิดสิ่งดีๆให้กับประชาชน